ตอนที่ 403
ฝ่ามือสีเลือดขนาดมหึมากดลงมาจากสรวงสวรรค์ชั้นแรก
เยวียนชิงเหยารวบรวมพลังทั้งหมด ก่อนยกฝ่ามือขึ้นรับ
ตู้มมมมมมมมม!
พื้นลานประลองยุบตัวลงในทันที รอยแตกร้าวแผ่กระจายออกไปหลายร้อยจั้ง ขณะที่ร่างของนางถูกกดจนเข่าข้างหนึ่งกระแทกลงกับพื้น
“อึก!”
โลหิตไหลออกจากมุมปาก ทว่าเยวียนชิงเหยายังคงกัดฟันประคองร่างเอาไว้
“แม่จะยอมแพ้ตรงนี้ไม่ได้!”
นางระเบิดพลังทั้งหมดออกมา ก่อนผลักฝ่ามือสีเลือดให้แตกสลาย
ตู้ม!
แต่ทันทีที่ทัณฑ์ชั้นแรกพังทลาย สรวงสวรรค์ชั้นที่สองและสามก็เปิดออกพร้อมกัน
แม่น้ำโลหิตสองสายไหลลงมาจากฟากฟ้า ภายในกระแสน้ำปรากฏภาพเหตุการณ์ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา
ภาพบุตรชายซึ่งหายไปกำลังร้องเรียกหานาง
ภาพบุตรสาวทั้งสองยืนร้องไห้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่นางเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับมามอง
เสียงนับไม่ถ้วนดังขึ้นภายในจิตใจ
“ท่านปกป้องใครไม่ได้เลย...”
“ท่านไม่คู่ควรเป็นมารดา...”
“ทุกคนทอดทิ้งท่านแล้ว...”
ร่างของเยวียนชิงเหยาสั่นสะท้าน ก่อนกระอักเลือดออกมาอีกคำ
“อั่ก!”
ทว่าคราวนี้นางกลับไม่หลบสายตา
“ข้าเคยผิดพลาด”
นางเงยหน้ามองภาพบุตรทั้งสาม ก่อนกล่าวเสียงดัง
“แต่ลูกชายของข้ากลับมาแล้ว บุตรสาวทั้งสองก็ยังอยู่ข้างกายข้า!”
พลังภายในร่างปะทุขึ้นอีกครั้ง
“อดีตไม่อาจเปลี่ยนแปลง แต่ข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งพวกเขาอีก!”
ตู้มมมม!
ภาพลวงตาทั้งหมดแตกสลาย
ในเวลาเดียวกัน คอขวดภายในร่างของเยวียนชิงเหยาก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
ครืนนนนนนนนนน!
พลังระดับมหายานระเบิดออกจากร่างของนาง ก่อนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเสาค้ำสวรรค์
เยวียนจ้าวคุนกำหมัดแน่นด้วยความยินดี
“สำเร็จแล้ว!”
“นางทะลวงขึ้นสู่มหายานได้สำเร็จแล้ว!”
เยวียนชิงเหยายืนหอบหายใจอยู่กลางหลุมขนาดใหญ่ แม้ร่างกายจะมีบาดแผลและโลหิตไหลออกจากมุมปาก แต่กลิ่นอายกลับแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างเทียบไม่ติด
ทว่าทัณฑ์นิมิตยังไม่จบ
สรวงสวรรค์สีเลือดอีกหกชั้นเปิดออกพร้อมกัน รูปปั้นเทพเซียนและองค์พระโบราณนับหมื่นยกมือขึ้น ก่อนรวมพลังเป็นทะเลโลหิตซึ่งปกคลุมทั่วฟ้า
ยูรันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม
“พอแล้วท่านแม่ ต่อจากนี้เป็นของพวกเรา”
เขาจับมือหนานอวี้ ก่อนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
พรึ่บ!
ทั้งสองหยุดอยู่เบื้องหน้าทะเลโลหิตโดยไม่คิดหลบหลีก
“สูตรเดิมนะ”
หนานอวี้พยักหน้า
“อืม สูตรเดิม”
ตู้มมมมมมมมมม!
ทะเลโลหิต ฝ่ามือสวรรค์ และการโจมตีจากรูปปั้นทั้งหมดกระหน่ำลงบนร่างของทั้งสองพร้อมกัน
ดาราจักรภายในกายของยูรันกับหนานอวี้เปิดออกอย่างเต็มกำลัง
ทารกกายเทพทั้งสองเงยหน้าขึ้น ก่อนอ้าปากดูดกลืนพลังจากแดนสุขาวดีสีเลือดเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
“บุ่!”
“แบะ!”
พลังทัณฑ์ทั้งหมดถูกดึงเข้าสู่ร่างเล็กทั้งสอง ไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวเดียวให้รั่วไหลลงสู่พื้นเบื้องล่าง
สรวงสวรรค์สีเลือดทั้งเก้าชั้นค่อย ๆ พังทลาย รูปปั้นโบราณแตกร้าว ก่อนสลายกลายเป็นพลังบริสุทธิ์และถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น
ไม่นาน เมฆทัณฑ์ก็จางหายไป
ภายในดาราจักรของยูรัน ทารกกายเทพซึ่งนั่งลูบท้องอยู่พลันเปล่งแสงเจิดจ้า
แขนขาและร่างกายของมันค่อย ๆ เติบโตขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
ยูรันตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะเป็นประกาย
“โอ้ รอบนี้ตัวโตขึ้นจริง ๆ ด้วย”
ทารกยกแขนทั้งสองขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“บุ่!”
ยูรันหลับตาตรวจสอบทารกกายเทพภายในดาราจักร ก่อนถามขึ้น
“รอบนี้ได้เท่าไร?”
ทารกซึ่งโตขึ้นเล็กน้อยยกนิ้วออกมาสามนิ้ว
“บุ่!”
ยูรันชะงัก
“สามเดือน?”
ทารกพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ
เส้นเลือดบนหน้าผากของยูรันค่อย ๆ ปูดขึ้น
“นี่เป็นถึงทัณฑ์นิมิตระดับมหายานนะโว้ย!”
เขาชี้ไปยังท้องฟ้าซึ่งเพิ่งกลับคืนสู่สภาพปกติ
“พวกเรารับพลังมามากขนาดนั้น สุดท้ายแกโตขึ้นเพียงสามเดือนเองหรือ?!”
ทารกกายเทพก้มมองท้องกลมของตนเอง ก่อนตบเบา ๆ
“บุ่!”
ราวกับกำลังยืนยันว่ามันดูดกลืนจนหมดแล้วจริง ๆ
ยูรันยกมือขึ้นกุมขมับ
“รับทัณฑ์นิมิตมาตั้งกี่ครั้ง อายุของแกยังไม่ถึงหนึ่งปีเลยด้วยซ้ำ น้อยเกินไปแล้ว!”
หนานอวี้ตรวจสอบทารกภายในกายของตน ก่อนถอนหายใจยาว
“ของข้าก็ได้สามเดือนเหมือนกัน”
นางเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างหมดอาลัย
“เฮ้อออออ...หากยังโตด้วยความเร็วเท่านี้ เมื่อไรพวกมันถึงจะโตเต็มที่กัน?”
ยูรันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“อืม บางทีพวกเราอาจต้องหาใครสักหมื่นคนมาทะลวงมหายานพร้อมกัน”
หนานอวี้หันขวับ
“เจ้าอย่าได้คิดทำเรื่องบ้า ๆ เช่นนั้นเชียวนะ!”
หนานอวี้กำลังตรวจสอบพลังภายในร่าง ทว่าจู่ ๆ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
“หืม?”
กระแสพลังรอบตัวเริ่มหมุนวนเข้าหานางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายภายในร่างเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่อาจควบคุม
“ดูเหมือนข้ากำลังจะทะลวงขึ้นสู่ดาราแรกกำเนิด”
ยูรันชะงัก ก่อนตรวจสอบพลังของนาง
“อืม ถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ”
เขาปล่อยมือหนานอวี้ ก่อนถอยออกมา
“ถ้าเช่นนั้นรอบนี้เจ้ารับทัณฑ์คนเดียวไปเลย ข้าไม่แย่งแล้ว”
ยูรันถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ
“เดี๋ยวทารกของเจ้าโตไม่ทันของข้าแล้วจะมาบ่นภายหลังอีก”
หนานอวี้พยักหน้า
“ได้ ข้าจะรับเองทั้งหมด”
ยูรันร่อนลงสู่ลานประลอง ก่อนโบกมือให้ทุกคนถอยออกไปอีกครั้ง
“ไปกันได้แล้ว อวี้เอ๋อร์กำลังจะทะลวงขึ้นสู่ดาราแรกกำเนิด”
ไป๋หลิงเบิกตากว้าง
“อะไรนะ?!”
ทุกคนรอบลานต่างตกตะลึง ก่อนรีบเงยหน้ามองหนานอวี้ซึ่งกำลังลอยอยู่กลางท้องฟ้า
แต่แล้วลู่ชิงถานกลับยกมือขึ้นอย่างลังเล
“เอ่อ...ท่านพี่เจ้าคะ”
ยูรันหันมามอง
“อะไร?”
“ดูเหมือนข้าเองก็กำลังจะทะลวงเหมือนกัน”
“……”
ลู่ชิงถานยิ้มแห้ง ๆ
“ให้ข้ารับทัณฑ์พร้อมกับพี่หญิงหนานอวี้เลยดีไหมเจ้าคะ? คือร่างกายของข้าก่อแกนเอกภพสำเร็จมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ทะลวงขึ้นไปเท่านั้น”
ยูรันนิ่งค้างอยู่หลายลมหายใจ
“แล้วเหตุใดเจ้าไม่บอกตั้งแต่แรก?!”
ลู่ชิงถานก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ข้าคิดว่าท่านพี่รู้อยู่แล้วเจ้าค่ะ...”
ยูรันยกมือขึ้นกุมขมับ
“ข้ารับรู้ได้ ไม่ได้แปลว่าข้าจะคอยตรวจตบะของทุกคนตลอดเวลานะ!”
เขากวาดตามองคนอื่นรอบลาน
“มีใครกำลังจะทะลวงอีกหรือไม่? รีบบอกมาตอนนี้เลย อย่ารอให้ทัณฑ์ลงมาแล้วค่อยยกมือ!”