คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 4035,001 ตัวอักษร

ตอนที่ 403

ฝ่ามือสีเลือดขนาดมหึมากดลงมาจากสรวงสวรรค์ชั้นแรก

เยวียนชิงเหยารวบรวมพลังทั้งหมด ก่อนยกฝ่ามือขึ้นรับ

ตู้มมมมมมมมม!

พื้นลานประลองยุบตัวลงในทันที รอยแตกร้าวแผ่กระจายออกไปหลายร้อยจั้ง ขณะที่ร่างของนางถูกกดจนเข่าข้างหนึ่งกระแทกลงกับพื้น

“อึก!”

โลหิตไหลออกจากมุมปาก ทว่าเยวียนชิงเหยายังคงกัดฟันประคองร่างเอาไว้

“แม่จะยอมแพ้ตรงนี้ไม่ได้!”

นางระเบิดพลังทั้งหมดออกมา ก่อนผลักฝ่ามือสีเลือดให้แตกสลาย

ตู้ม!

แต่ทันทีที่ทัณฑ์ชั้นแรกพังทลาย สรวงสวรรค์ชั้นที่สองและสามก็เปิดออกพร้อมกัน

แม่น้ำโลหิตสองสายไหลลงมาจากฟากฟ้า ภายในกระแสน้ำปรากฏภาพเหตุการณ์ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา

ภาพบุตรชายซึ่งหายไปกำลังร้องเรียกหานาง

ภาพบุตรสาวทั้งสองยืนร้องไห้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่นางเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับมามอง

เสียงนับไม่ถ้วนดังขึ้นภายในจิตใจ

“ท่านปกป้องใครไม่ได้เลย...”

“ท่านไม่คู่ควรเป็นมารดา...”

“ทุกคนทอดทิ้งท่านแล้ว...”

ร่างของเยวียนชิงเหยาสั่นสะท้าน ก่อนกระอักเลือดออกมาอีกคำ

“อั่ก!”

ทว่าคราวนี้นางกลับไม่หลบสายตา

“ข้าเคยผิดพลาด”

นางเงยหน้ามองภาพบุตรทั้งสาม ก่อนกล่าวเสียงดัง

“แต่ลูกชายของข้ากลับมาแล้ว บุตรสาวทั้งสองก็ยังอยู่ข้างกายข้า!”

พลังภายในร่างปะทุขึ้นอีกครั้ง

“อดีตไม่อาจเปลี่ยนแปลง แต่ข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งพวกเขาอีก!”

ตู้มมมม!

ภาพลวงตาทั้งหมดแตกสลาย

ในเวลาเดียวกัน คอขวดภายในร่างของเยวียนชิงเหยาก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์

ครืนนนนนนนนนน!

พลังระดับมหายานระเบิดออกจากร่างของนาง ก่อนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเสาค้ำสวรรค์

เยวียนจ้าวคุนกำหมัดแน่นด้วยความยินดี

“สำเร็จแล้ว!”

“นางทะลวงขึ้นสู่มหายานได้สำเร็จแล้ว!”

เยวียนชิงเหยายืนหอบหายใจอยู่กลางหลุมขนาดใหญ่ แม้ร่างกายจะมีบาดแผลและโลหิตไหลออกจากมุมปาก แต่กลิ่นอายกลับแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างเทียบไม่ติด

ทว่าทัณฑ์นิมิตยังไม่จบ

สรวงสวรรค์สีเลือดอีกหกชั้นเปิดออกพร้อมกัน รูปปั้นเทพเซียนและองค์พระโบราณนับหมื่นยกมือขึ้น ก่อนรวมพลังเป็นทะเลโลหิตซึ่งปกคลุมทั่วฟ้า

ยูรันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม

“พอแล้วท่านแม่ ต่อจากนี้เป็นของพวกเรา”

เขาจับมือหนานอวี้ ก่อนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

พรึ่บ!

ทั้งสองหยุดอยู่เบื้องหน้าทะเลโลหิตโดยไม่คิดหลบหลีก

“สูตรเดิมนะ”

หนานอวี้พยักหน้า

“อืม สูตรเดิม”

ตู้มมมมมมมมมม!

ทะเลโลหิต ฝ่ามือสวรรค์ และการโจมตีจากรูปปั้นทั้งหมดกระหน่ำลงบนร่างของทั้งสองพร้อมกัน

ดาราจักรภายในกายของยูรันกับหนานอวี้เปิดออกอย่างเต็มกำลัง

ทารกกายเทพทั้งสองเงยหน้าขึ้น ก่อนอ้าปากดูดกลืนพลังจากแดนสุขาวดีสีเลือดเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

“บุ่!”

“แบะ!”

พลังทัณฑ์ทั้งหมดถูกดึงเข้าสู่ร่างเล็กทั้งสอง ไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวเดียวให้รั่วไหลลงสู่พื้นเบื้องล่าง

สรวงสวรรค์สีเลือดทั้งเก้าชั้นค่อย ๆ พังทลาย รูปปั้นโบราณแตกร้าว ก่อนสลายกลายเป็นพลังบริสุทธิ์และถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น

ไม่นาน เมฆทัณฑ์ก็จางหายไป

ภายในดาราจักรของยูรัน ทารกกายเทพซึ่งนั่งลูบท้องอยู่พลันเปล่งแสงเจิดจ้า

แขนขาและร่างกายของมันค่อย ๆ เติบโตขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด

ยูรันตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะเป็นประกาย

“โอ้ รอบนี้ตัวโตขึ้นจริง ๆ ด้วย”

ทารกยกแขนทั้งสองขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“บุ่!”

ยูรันหลับตาตรวจสอบทารกกายเทพภายในดาราจักร ก่อนถามขึ้น

“รอบนี้ได้เท่าไร?”

ทารกซึ่งโตขึ้นเล็กน้อยยกนิ้วออกมาสามนิ้ว

“บุ่!”

ยูรันชะงัก

“สามเดือน?”

ทารกพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

เส้นเลือดบนหน้าผากของยูรันค่อย ๆ ปูดขึ้น

“นี่เป็นถึงทัณฑ์นิมิตระดับมหายานนะโว้ย!”

เขาชี้ไปยังท้องฟ้าซึ่งเพิ่งกลับคืนสู่สภาพปกติ

“พวกเรารับพลังมามากขนาดนั้น สุดท้ายแกโตขึ้นเพียงสามเดือนเองหรือ?!”

ทารกกายเทพก้มมองท้องกลมของตนเอง ก่อนตบเบา ๆ

“บุ่!”

ราวกับกำลังยืนยันว่ามันดูดกลืนจนหมดแล้วจริง ๆ

ยูรันยกมือขึ้นกุมขมับ

“รับทัณฑ์นิมิตมาตั้งกี่ครั้ง อายุของแกยังไม่ถึงหนึ่งปีเลยด้วยซ้ำ น้อยเกินไปแล้ว!”

หนานอวี้ตรวจสอบทารกภายในกายของตน ก่อนถอนหายใจยาว

“ของข้าก็ได้สามเดือนเหมือนกัน”

นางเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างหมดอาลัย

“เฮ้อออออ...หากยังโตด้วยความเร็วเท่านี้ เมื่อไรพวกมันถึงจะโตเต็มที่กัน?”

ยูรันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“อืม บางทีพวกเราอาจต้องหาใครสักหมื่นคนมาทะลวงมหายานพร้อมกัน”

หนานอวี้หันขวับ

“เจ้าอย่าได้คิดทำเรื่องบ้า ๆ เช่นนั้นเชียวนะ!”

หนานอวี้กำลังตรวจสอบพลังภายในร่าง ทว่าจู่ ๆ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป

“หืม?”

กระแสพลังรอบตัวเริ่มหมุนวนเข้าหานางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายภายในร่างเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่อาจควบคุม

“ดูเหมือนข้ากำลังจะทะลวงขึ้นสู่ดาราแรกกำเนิด”

ยูรันชะงัก ก่อนตรวจสอบพลังของนาง

“อืม ถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ”

เขาปล่อยมือหนานอวี้ ก่อนถอยออกมา

“ถ้าเช่นนั้นรอบนี้เจ้ารับทัณฑ์คนเดียวไปเลย ข้าไม่แย่งแล้ว”

ยูรันถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ

“เดี๋ยวทารกของเจ้าโตไม่ทันของข้าแล้วจะมาบ่นภายหลังอีก”

หนานอวี้พยักหน้า

“ได้ ข้าจะรับเองทั้งหมด”

ยูรันร่อนลงสู่ลานประลอง ก่อนโบกมือให้ทุกคนถอยออกไปอีกครั้ง

“ไปกันได้แล้ว อวี้เอ๋อร์กำลังจะทะลวงขึ้นสู่ดาราแรกกำเนิด”

ไป๋หลิงเบิกตากว้าง

“อะไรนะ?!”

ทุกคนรอบลานต่างตกตะลึง ก่อนรีบเงยหน้ามองหนานอวี้ซึ่งกำลังลอยอยู่กลางท้องฟ้า

แต่แล้วลู่ชิงถานกลับยกมือขึ้นอย่างลังเล

“เอ่อ...ท่านพี่เจ้าคะ”

ยูรันหันมามอง

“อะไร?”

“ดูเหมือนข้าเองก็กำลังจะทะลวงเหมือนกัน”

“……”

ลู่ชิงถานยิ้มแห้ง ๆ

“ให้ข้ารับทัณฑ์พร้อมกับพี่หญิงหนานอวี้เลยดีไหมเจ้าคะ? คือร่างกายของข้าก่อแกนเอกภพสำเร็จมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ทะลวงขึ้นไปเท่านั้น”

ยูรันนิ่งค้างอยู่หลายลมหายใจ

“แล้วเหตุใดเจ้าไม่บอกตั้งแต่แรก?!”

ลู่ชิงถานก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ข้าคิดว่าท่านพี่รู้อยู่แล้วเจ้าค่ะ...”

ยูรันยกมือขึ้นกุมขมับ

“ข้ารับรู้ได้ ไม่ได้แปลว่าข้าจะคอยตรวจตบะของทุกคนตลอดเวลานะ!”

เขากวาดตามองคนอื่นรอบลาน

“มีใครกำลังจะทะลวงอีกหรือไม่? รีบบอกมาตอนนี้เลย อย่ารอให้ทัณฑ์ลงมาแล้วค่อยยกมือ!”