ตอนที่ 408 แล้วอย่างไร?
ฉู่เหวินไคเงยหน้าขึ้นไปยังชั้นสาม ก่อนตะโกนด้วยความโกรธ
“ใครเป็นผู้เสนอราคา?!”
“ไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้าเป็นใคร!”
หญิงต้อนรับซึ่งทำหน้าที่เสนอราคาแทนยูรันสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าพลันซีดเผือดลง
ยูรันยกมือแคะหูอย่างรำคาญ
“คันหูชะมัด”
เขาเหลือบมองหญิงต้อนรับ
“ไม่ต้องกลัว”
“หรือเจ้ากลัวตำหนักกระบี่ครามมากกว่าตำหนักเสวียนเยว่?”
หญิงต้อนรับชะงัก ก่อนแววตาจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป
ยูรันเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์
“ในเมื่อข้ามอบอำนาจให้แล้ว เจ้าก็ลองลิ้มรสมันดูสักหน่อย”
“แต่อย่าเล่นมากเกินไปนัก”
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบ
“ไม่ว่าไอ้สวะด้านล่างจะเสนอราคาเท่าไร ก็คูณสองกลับไปเสีย”
หญิงต้อนรับพยักหน้ารับ ก่อนเดินกลับไปยืนตรงระเบียงด้วยท่าทีมั่นใจขึ้นกว่าเดิม
ฉู่เหวินไคเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธจัด
“สองหมื่นห้าพันเหรียญ!”
ยังไม่ทันที่เสียงของมันจะจางหาย หญิงต้อนรับก็ตะโกนสวนกลับไปทันที
“ห้าหมื่นเหรียญ!”
ทั่วทั้งหอบุปผาเร้นจันทร์ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ฉู่เหวินไคยืนตัวแข็งอยู่กลางโถง ขณะที่ใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นเขียวคล้ำ
เยวียนเหวินอวี้แทบกระโดดขึ้นจากเก้าอี้
“พี่หญิงงงงงงงงงงงงง!”
นางเขย่าแขนเยวียนหลิงซวงอย่างร้อนรน
“พี่ชายจ๋าถึงกับให้คนเสนอราคาเพิ่มเป็นห้าหมื่นเหรียญแล้วนะ! พวกเราจะทำอย่างไรกันดี?!”
เยวียนหลิงซวงกัดฟันกรอด มือทั้งสองกำแน่น
“เจ้าเงียบหน่อย! ข้ารู้แล้ว!”
ทางด้านฉู่เหวินไคยิ่งไม่อาจยอมแพ้ได้อีกต่อไป
เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการแย่งชิงสตรี แต่กลายเป็นศักดิ์ศรีของคุณชายสามแห่งตำหนักกระบี่ครามไปแล้ว หากถอยตอนนี้ วันรุ่งขึ้นเขาคงกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองอย่างแน่นอน
ยอมไม่ได้!
ฉู่เหวินไคกัดฟันตะโกน
“ห้าหมื่นห้าพันเหรียญ!”
ยังไม่ทันกล่าวจบดี เสียงของหญิงต้อนรับจากชั้นสามก็ดังสวนลงมาทันที
“หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเหรียญ!”
“……”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทั่วทั้งหอ
“คนด้านบนเสนอราคาเป็นสองเท่าทุกครั้งเลยนะ...”
“นั่นสิ คุณชายฉู่กลับเพิ่มได้ครั้งละห้าพันเหรียญเท่านั้น”
“จิ๊ ๆ ความมั่งคั่งต่างกันเกินไปแล้ว”
เสียงนินทาดังขึ้นไม่หยุด จนใบหน้าของฉู่เหวินไคบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนหันไปหาเยวียนจ้าวคุน
“ท่านลุงเห็นหรือยัง?”
“คนมันรวยก็เป็นเช่นนี้แหละ”
เยวียนจ้าวคุนเหลือบมองหลานชาย
[รวย?]
[แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมจ่ายค่าซ่อมลานประลองให้ข้าวะ?!]
เขากระแอมเบา ๆ
“อะแฮ่ม เจ้าไม่กลัวว่ามันจะพาคนจากตำหนักกระบี่ครามมาหาเรื่องถึงที่นี่หรือ?”
ยูรันมองเขาราวกับเพิ่งได้ยินคำถามประหลาดที่สุดในชีวิต
“ท่านจะไปสนใจทำไม?”
“ตอนนี้ท่านแม่ของข้าอยู่ขอบเขตมหายานแล้วนะ แล้วตำหนักกระบี่ครามมีผู้บำเพ็ญระดับมหายานสักคนหรือเปล่า?”
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้
“หืม? หืม? หืม?”
เยวียนจ้าวคุนส่ายหน้า
“ไม่มีสักคน”
“แล้วตาแก่จะกลัวไปทำซากอะไร?”
ยูรันเอนหลังกลับอย่างเกียจคร้าน
“พวกมันไม่มีแม้แต่บรรพชนระดับมหายาน แล้วจะเอาอะไรมาต่อกรกับตระกูลเยวียน?”
“ท่านหวาดระแวงมากเกินไปแล้ว”
ฉู่เหวินไคหน้าเสีย
“เหอะ! แสนหนึ่งหมื่นแล้วอย่างไร! ข้าให้ หนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญ บวกกับโอสถระดับสามอีกสามเม็ด! แน่จริงก็คูณสองกลับมาสิ!”
เสียงซุบซิบดังขึ้นจากโถงชั้นล่างทันที
“โหหห รอบนี้คุณชายเสนอเพิ่มตั้งหนึ่งหมื่นเหรียญ แถมโอสถระดับสามอีกสามเม็ดด้วย!”
“มาดูกันว่าคนข้างบนจะเสนอราคาเท่าไร!”
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหวานของหญิงต้อนรับจากชั้นสามก็ดังสวนลงมาทันที
“สองแสนสี่หมื่นเหรียญ!!”
“……”
โถงประมูลเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
ฉู่เหวินไคหน้าเขียวสลับดำ รอบนี้มันถึงกับตาสว่าง กำหมัดแน่นจนสร่างสุราไปในพริบตา
[สองแสนสี่หมื่นเหรียญเพื่อหญิงไร้ค่าคนเดียวที่มีแผลบนใบหน้าเนี่ยนะ?!]
[ยอมไม่ได้! ศักดิ์ศรีข้าจะเอาไว้ที่ไหนกัน!]
มันกัดฟันเค้นพลังปราณ ตะโกนสุดเสียง
“สองแสนห้าหมื่นเหรียญ!!!! โอสถระดับสามเพิ่มอีกห้าเม็ด!”
เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้งอย่างฮือฮา
“แค่เนียะ? บ้าหรือเปล่าเนี่ย อีกฝ่ายเขาเสนอสองเท่าทุกครั้ง คุณชายเอาแต่เพิ่มทีละห้าพัน หนึ่งหมื่น กับโอสถระดับสาม แสดงว่าไม่มีเงินสดสู้จริง ๆ นั่นแหละ”
“นั่นสิ เบิ่งสู้เขาไม่ได้แล้วยังจะฝืนอีก”
ฉู่เหวินไคกัดฟันจนเลือดซึมออกจากมุมปาก
หญิงต้อนรับตะโกนสวนลงมาทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด
“ห้าแสนเหรียญ!!”
เยวียนจ้าวคุนพรูด!
เขาใช้แขนเสื้อเช็ดมุมปากด้วยมือสั่นสะท้าน
“หลานชาย... นี่มันครึ่งล้านเหรียญแล้วนะเว้ย!”
ยูรันเอียงศีรษะ
“แล้ว?”
เยวียนจ้าวคุนแทบกระอักเลือด
“แล้วอะไรของเจ้า! นั่นมันครึ่งล้านแล้วนะโว๊ย! เจ้าเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหนกันวะ!”
ยูรันตอบเรียบ ๆ
“ไม่บอก”
“……”
เยวียนจ้าวคุนนิ่งเงียบไปทันที
ขณะเดียวกัน ที่โถงชั้นล่าง ฉู่เหวินไคยืนเข่าอ่อน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอับอายถึงขีดสุด
[ห้าแสนเหรียญ... หากจะคูณสองกลับไป มันต้องใช้เงินถึงหนึ่งล้านเหรียญ!]
[ต่อให้ขายตระกูลฉู่ทิ้งทั้งตระกูล ก็ยังไม่อาจรวบรวมเงินสดมากถึงเพียงนั้นออกมาได้ในทันที!]
“พวกเจ้า...พวกเจ้าโกง!”
ฉู่เหวินไคเสียสติอย่างสมบูรณ์ มันชี้ขึ้นไปยังชั้นสามด้วยมือสั่นเทา
“หอบุปผาเร้นจันทร์เตี๊ยมกับคนด้านบนเพื่อปั่นราคาชัด ๆ!”
“หากแน่จริงก็เปิดเผยตัว แล้วลงมาสู้ตัดสินกันด้วยกำลังสิ!”
มันตบหน้าอกตนเอง
“รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? ข้าคือคุณชายสามแห่งตำหนักกระบี่ครามนะ!”
เสียงกู่ฉินพลันหยุดลง
เสิ่นเยียนหรงลุกขึ้นยืน ก่อนประสานมือไปทางชั้นสามอย่างสง่างาม
“ขอบคุณคุณชายที่เห็นคุณค่าในตัวข้า”
“แต่ต่อให้คุณชายเสนอเงินมากกว่านี้ ข้าก็ไม่คิดขายเรือนร่าง และจะไม่ปรนนิบัติผู้ใดทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
ยูรันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“อืม น่าสนใจ ถ้าเช่นนั้น...”
ทว่าหญิงต้อนรับกลับชะโงกหน้าออกไปจากระเบียง ก่อนตะโกนลงไปด้วยความหวังดี
“พี่เสิ่นนนนน!”
“คุณชายใหญ่บอกว่าเขาไม่ได้สนใจท่านแม้แต่นิดเดียวเจ้าค่ะ!”
“เขาเพียงอยากเสนอราคาแข่งกับคุณชายฉู่เพื่อความสนุกเท่านั้น!”
“……”
ทั่วทั้งหอบุปผาเร้นจันทร์เงียบสนิท
ร่างของเสิ่นเยียนหรงแข็งค้างอยู่กลางเวที ขณะที่มือซึ่งประสานอยู่ค่อย ๆ สั่นขึ้นมาเล็กน้อย.