ตอนที่ 409 หรือว่าเป็นวิธีหาเมียน้อย
เจ้าของหอหันไปสั่งเหล่าพนักงานทันที
“พรุ่งนี้ใช้คนชุดเดิมทั้งหมด ห้ามเปลี่ยนแม้แต่คนเดียว”
นางชี้ไปยังหญิงต้อนรับซึ่งทำหน้าที่เสนอราคาแทนยูรัน
“โดยเฉพาะเจ้า ดูเหมือนคุณชายใหญ่จะถูกใจการทำงานของเจ้าเป็นพิเศษ พรุ่งนี้ต้องมายืนรอตรงตำแหน่งเดิม”
“โต๊ะ เก้าอี้ น้ำชา และการจัดวางทุกอย่างต้องเหมือนวันนี้ทั้งหมด เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจเจ้าค่ะ!”
เจ้าของหอหยิบเงินส่วนหนึ่งออกมาแจกจ่ายเป็นรางวัลให้พนักงาน
“เอาไปแบ่งกัน วันนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก”
“อย่างน้อยหอบุปผาเร้นจันทร์ของเราก็ยังไม่กลายเป็นผุยผง”
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย นางก็เดินลงไปหาเสิ่นเยียนหรง ก่อนยื่นถุงเงินให้
“นี่คือส่วนของเจ้า สองแสนห้าหมื่นเหรียญ”
เสิ่นเยียนหรงมองถุงเงินตรงหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เอ่อ... คือว่าข้าไม่อาจรับไว้ได้เจ้าค่ะ”
เจ้าของหอดันถุงเงินใส่มือนางทันที
“รับไป! ถ้าเจ้าไม่รับ พวกเราจบเห่กันหมดแน่!”
เสิ่นเยียนหรงกัดฟันแน่น ใบหน้าฉายแววกังวล
“ท่านเจ้าของหอ นี่เป็นหอนางโลม หากข้ารับเงินก้อนนี้... ไม่เท่ากับว่าข้าต้องไปปรนนิบัติคุณชายใหญ่หรือเจ้าคะ?”
เจ้าของหอส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ไม่จำเป็น! เจ้าไม่ได้ยินที่เขาพูดเมื่อครู่หรืออย่างไร? เขาไม่ได้สนใจเจ้าเลยสักนิดเดียว!”
นางชี้ออกไปทางหน้าประตูหอ
“แล้วอีกอย่าง... เขาเดินออกไปนานแล้ว!”
เสิ่นเยียนหรงชะงัก กอดถุงเงินหนักอึ้งเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและฉงนใจ
[คุณชายผู้นี้เป็นใครกันแน่?! ไม่ได้การ ข้าต้องตามไปคุยให้รู้เรื่อง!]
นางหันไปบอกผู้เป็นนาย “ท่านเจ้าของหอ รอข้าสักครู่นะเจ้าคะ!”
พูดจบ นางก็รีบวิ่งพรวดออกไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เจ้าของหอได้เอ่ยปากห้ามแม้แต่คำเดียว
เจ้าของหอยืนอ้าปากค้าง ก่อนจะกุมขมับยกมือทาบอก ร่างแทบทรุดลงกับพื้น
“ปัดโธ่เอ้ย! แทนที่จะรับเอาไว้ดี ๆ... จบเห่กันหมดแล้ว! อุตส่าห์ดวงดีที่คุณชายใหญ่ถูกใจแท้ ๆ!”
อีกด้านหนึ่ง ยูรันมาหยุดอยู่ตรงปากซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
“อืม ท่านคิดว่าซอยนี้เงียบดีไหม?”
เยวียนจ้าวคุนกวาดสายตามองรอบข้าง “ก็ใช้ได้นะ”
สิ้นคำกล่าว ร่างในชุดคลุมดำปิดบังใบหน้ากว่าสิบร่างก็พุ่งออกจากเงามืด ปิดล้อมทางเข้าออกซอยเอาไว้ทันที!
ภายใต้ผ้าปิดหน้า ฉู่เหวินไคกำลังหัวเราะอย่างลำพองใจ พร้อมดึงกระบี่ชี้ใส่ทั้งสองพร้อมกับเค้นเสียงขู่ดุดัน
“พวกแกส่งของมีค่าออกมาให้หมดซะ! ไม่งั้นข้าจะฆ่าพวกแกซะ!”
[ฮ่า ๆๆ ไอ้โง่เอ้ย! ข้าปลอมตัวซะดิบดีขนาดนี้ ไม่มีทางโดนจับได้หรอก แถมมันยังรวยซะขนาดนั้น ปล้นมาสักหน่อยไม่เสียหายอะไร ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!]
เยวียนเหวินอวี้กับเยวียนหลิงซวงแอบยืนดูอยู่ไกล ๆ หลังเสาหิน
เยวียนเหวินอวี้ชี้ไปที่ซอย “เอ่อ... นั่นพวกมันแอบปล้นพี่ชายจ๋ากับท่านลุงเหรอ?”
เยวียนหลิงซวงกอดอก “เหมือนจะใช่นะ...”
เยวียนเหวินอวี้ส่ายหน้าถอนหายใจ “พวกมันจบเห่แล้วสินะ...”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็วิ่งตามเข้ามา เสิ่นเยียนหรงมองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นคุณชายทั้งสองคน
“คุณชายยยย คือว่า—”
เสียงของนางชะงักลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า โจรคลุมดำสิบกว่าคนกำลังดักปล้นทั้งสองอยู่
“เอ่อ... คุณชายทั้งสองคนกำลังโดนปล้นเหรอเจ้าคะ?”
ยูรันเอียงศีรษะตอบเรียบ ๆ “อืม น่าจะเป็นแบบนั้นนะ”
เสิ่นเยียนหรงหน้าซีดเผือด “คุณชายรีบหนีกันเถอะค่ะ!”
ชายคลุมดำหัวเราะร่าอย่างโอหัง
“ฮ่า ๆๆๆ พวกแกจะหนีไปไหน! พอดีเลย... แกก็มาปรนนิบัติข้าซะเถอะแม่คนงาม! แม้ว่าจะมีแผลเป็นบนใบหน้า ข้าก็ไม่ได้ขัดข้องหรอกนะ!”
เสิ่นเยียนหรงสีหน้าซีดขาวสั่นสะท้าน
เยวียนจ้าวคุนทนดูไม่ไหวอีกต่อไป เขาค่อย ๆ หันหลังกลับไปหานาง
เยียนหรง... ข้าเอง”
เสิ่นเยียนหรงเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“ทะ... ทะ... ท่านเจ้าตำหนักเยวียนจ้าวคุน?! ท่านมาทำอะไรที่นี่เจ้าคะ?! ไม่ใช่ว่าท่านฉินหลัวซือห้ามท่านเข้าหอนางโลมหรอกหรือ?”
เยวียนจ้าวคุนถอนหายใจยาว
“เฮ้อ ข้าเปล่าเข้า... ข้าโดนหลานชายข้าลากเข้ามาต่างหาก”
ฉู่เหวินไคที่กำลังปลอมตัวปิดหน้าอยู่ ถึงกับชักเท้ากลับ ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
[ชิบหายแล้ว! ท่านเจ้าตำหนักเสวียนเยว่?! แล้วเด็กหนุ่มชุดดำข้าง ๆ นั่น... หรือว่าจะเป็นคุณชายใหญ่ที่พึ่งกลับมาที่มีข่าวลืมหนาหู คนนั้นน่ะสิ?!]
ฉู่เหวินไคกลืนน้ำลายลงคอดังอึก เสียงที่เคยซ่าพลันสั่นระริก
“ท... ท่านเจ้าตำหนักเยวียนจ้าวคุน?”
เยวียนจ้าวคุนหันไปมองหัวหน้าโจรด้วยสายตาเย็นชา ก่อนแค่นหัวเราะ
“เออ ข้าเอง... แสบนักนะพวกแก”
ฉู่เหวินไคที่กำลังปลอมตัวอยู่ ใบหน้าพลันซีดเผือด มันก้มหน้ารีบประสานมืออย่างลนลาน
“ทั้... ท่านเจ้าตำหนักเยวียน พวกเราเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ขอตัวลา!”
สิ้นเสียง มันก็รีบส่งสัญญาณให้พวกพ้องถอยกวนเมือง วิ่งหนีเตลิดออกจากซอยเปลี่ยวไปเหมือนสุนัขตกน้ำ
เยวียนจ้าวคุนหรี่ตามองตามหลังพวกมัน ก่อนหันมาถามหลานชาย
“ไม่ตามไปรึ?”
ยูรันเอียงศีรษะตอบหน้านิ่ง
“อืม แค่เด็กน้อยอยากเล่นสนุกนิดหน่อย เหตุใดต้องรุนแรงด้วยเล่า? พวกเรากลับกันเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว”
เยวียนเหวินอวี้ที่แอบดูอยู่หลังเสาหินถึงกับทำตาโต พึมพำกับพี่สาว
“พี่ชายจ๋าปล่อยพวกมันไปแบบนั้นเลยเนี่ยนะ?”
เสิ่นเยียนหรงที่วิ่งตามมารีบยื่นถุงเงินหนักอึ้งตรงหน้าเยวียนจ้าวคุนด้วยมืออันสั่นเทา
“เอ่อ... ท่านเจ้าตำหนักจ้าวคุน นี่เงิน ข้าขอคืนเจ้าค่ะ”
เยวียนจ้าวคุนส่ายหน้า โบกมือปัด
“ไม่ใช่เงินของข้า เป็นเงินของหลานชายข้าต่างหาก”
เสิ่นเยียนหรงชะงัก เบิกตากว้าง
“หลานชาย?”
เยวียนจ้าวคุนยิ้มอบอุ่น
“ใช่ หลานชายแท้ ๆ พวกเราเพิ่งได้เจอเขา เขาเพิ่งกลับมาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง”
เสิ่นเยียนหรงหันขวับไปมองเด็กหนุ่มชุดดำผู้หลับตาอยู่ข้าง ๆ ก่อนเร่งรีบยื่นถุงเงินให้ยูรันแทน
“คุณชาย... เงินก้อนใหญ่เพียงนี้ ข้าไม่อาจรับไว้ได้หรอกเจ้าค่ะ”
ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เจ้าของหอไม่ได้บอกท่านไว้หรือ ว่าข้าพูดไว้ว่าอย่างไร?”
เสิ่นเยียนหรงชะงักกึก ในหัวพลันนึกถึงคำขู่แกมขอร้องของเจ้าของหอขึ้นมาทันที
[รับไป! ถ้าเจ้าไม่รับ พวกเราจบเห่กันหมดแน่!]
นางกลืนน้ำลาย อ้อมแอ้มตอบ
“แต่ว่าข้า—”
“ไม่มีแต่”
พูดจบ ยูรันก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่รอฟังคำปฏิเสธอีก
เยวียนจ้าวคุนหันมากล่าวกับเสิ่นเยียนหรงด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ายังไม่เลิกงานไม่ใช่หรือ? รีบกลับไปเถอะ ข้าเองก็ต้องกลับแล้วเหมือนกัน”
เยวียนจ้าวคุนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “อืม... ก็น่าลองดู”
ขณะเดินกลับตามเส้นทางมืดมิด เยวียนจ้าวคุนหันมาเอ่ยถามหลานชายด้วยความกังวล
“เจ้าแน่ใจนะว่าทำแบบนี้ จะช่วยนางได้?”
ยูรันเดินเอนหลังอย่างสบายอารมณ์ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“สตรีมักชื่นชอบผู้ชายจำพวกที่... พูดจากวนประสาทไปอย่างนั้น แต่ก็แอบยอมทำเรื่องดี ๆ ให้ประมาณนั้นแหละ เชื่อข้าเถอะ ท่านป้าสะใภ้จะยอมรับนางอย่างแน่นอน และที่สำคัญ ท่านลุงต้องแสดงให้เห็นด้วยว่าตนเองใส่ใจท่านป้าสะใภ้มากพอ”
เยวียนจ้าวคุนเลิกคิ้ว
“อย่างไร?”
ยูรันเอียงศีรษะ ทอดถอนหายใจเบา ๆ
“เช่น อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้วยังไม่มีทายาท... น่าสมเพช”
“แคั่ก ๆๆ!” เยวียนจ้าวคุนถึงกับไอสำลักน้ำลาย “เรื่องนั้นมันเกี่ยวกันที่ไหนเล่า!”
ยูรันขยับปากตอกย้ำหน้านิ่ง
“ท่านมันไร้น้ำยา แล้วก็รู้จักหัดทำอาหาร นวด หรือทำอะไรก็ได้ให้ท่านป้าสะใภ้ประทับใจเสียบ้าง ไม่เห็นจะยาก เอาใจสตรีง่ายนิดเดียว แต่ท่านกลับไม่เคยคิดจะทำสักอย่าง”
เยวียนจ้าวคุนเกาหัวแก้เขิน “ก็... ข้าไม่รู้วิธีนี่หว่า”
ยูรันสะบัดมือ หยิบตำราปกหนังเก่าแก่เล่มหนึ่งออกมาส่งให้
“เอ้า เอาไป นี่คือตำรามัดใจสตรี 108 วิธี หากเลือกไม่ได้ ก็เลือกวิธีที่ 109 เสีย”
เยวียนจ้าวคุนรับตำรามาถือไว้ ลังเลเล็กน้อย
“เจ้าแน่ใจนะว่าจะได้ผล?”
ยูรันตอบโดยไม่ต้องหยุดคิด
“นั่นสิ... หากไม่ได้ผล ข้าคงไม่มีภรรยาเป็นกองทัพขนาดนั้นหรอก”
เยวียนจ้าวคุนนึกตามคำพูดหลานชาย... เออ ฟังดูก็สมเหตุสมผลของมัน!
ยูรันกล่าวต่ออย่างผ่อนคลาย
“ท่านลุงก็พยายามทำอะไรสักอย่างสิ เหลือเวลาอีกสี่สิบกว่าวันกว่าจะถึงปีใหม่ ไหน ๆ ฝึกฝนไปก็ไม่ได้ช่วยให้ทะลวงผ่านระดับหลอมรวมเต๋าอยู่แล้ว จะรีบร้อนไปทำไมกัน? ใช้เวลานี้ลองศึกษาดูแล้วกัน”
เยวียนจ้าวคุนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “อืม... ก็น่าลองดู”
ทางด้านหลัง เยวียนเหวินอวี้กับเยวียนหลิงซวงที่แอบเดินตามมาไม่ห่าง เยวียนเหวินอวี้กะพริบตาปริบ ๆ กระซิบถามพี่สาว
“พี่หญิงดูนั่นสิ! พี่ชายจ๋าส่งตำราอะไรให้ท่านลุงน่ะ? หรือว่าเป็นวิธีหาเมียน้อย?”
เยวียนหลิงซวงหันขวับมาหาน้องสาวทันที “เจ้าเลิกพูดถึงเรื่องเมียน้อยอะไรนั่นเสียทีได้ไหม!”
เยวียนเหวินอวี้ทำแก้มพอง
“แต่ว่าพี่หญิง... ท่านไม่เห็นหรืออย่างไร? พี่ชายจ๋ามีสุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซีเป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีสตรีรอบกายตั้งเยอะแยะ แม้แต่สหายของท่านแม่ชิงเหยาอย่างท่านแม่ไป๋กับท่านแม่ลู่ ก็ยังปีนขึ้นเตียงเขาเลยนะ!”
เยวียนหลิงซวงหน้าแดงแจ๋ อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ!