ตอนที่ 410 แม่จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง
เมื่อยูรันและเยวียนจ้าวคุนกลับมาถึงที่พักของตำหนักเสวียนเยว่ เยวียนชิงฝูซึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นหน้ายูรัน ดวงตาก็เป็นประกายทันที นางรีบวิ่งเข้าไปกอดคอพี่ชายแน่น
“พี่ชายยยยยย! ไปไหนกันมาเจ้าคะ?! ข้าคิดถึงท่านแทบแย่!”
ยูรันลูบหัวน้องสาวเบา ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“อ๋อ ไปเล่นไพ่นกกระจอกมา ชนะรวดเลย ท่านลุงอ่อนเกินไปหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปอีก มีนัดประลองพนันไว้”
“แคั่ก ๆๆๆ!” เยวียนจ้าวคุนที่เดินตามหลังมาถึงกับสำลักน้ำลายรอบสอง ไอค็อกแค็กหน้าดำหน้าแดง
เยวียนชิงฝูทำหน้าสงสัย “ตอนแรกท่านบอกว่าจะไปหมักเหล้าไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
ยูรันเอียงศีรษะตอบหน้านิ่ง “ไป ๆ มา ๆ ข้าเบื่อ ก็เลยเล่นไพ่มันซะเลย แต่นั่นแหละนะ”
เยวียนชิงฝูยู่ปากอย่างขัดใจ “ชิ! ข้าไปด้วยไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?”
ยูรันตอบตรง ๆ “มีแต่พวกแก่ ๆ ไป เจ้าจะไปทำอะไร?”
เยวียนชิงฝูพยักหน้าเข้าใจ “อืม เข้าใจแล้ว รีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่กับพี่ชิงลู่กำลังรออยู่”
พูดจบ ยูรันกับเยวียนชิงฝูก็ดึงแขนกันเดินเข้าไปด้านในหาเยวียนชิงเหยาและเยวียนชิงลู่ที่รออยู่ก่อนแล้ว
ขณะเดียวกัน เยวียนจ้าวคุนค่อย ๆ ย่องกลับเข้ามาภายในห้องพักของตนเอง ทันทีที่เปิดประตู ฉินหลัวซือซึ่งนั่งรออยู่บนเก้าอี้ก็จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา
“ไปไหนมาดึก ๆ ดื่น ๆ?”
เยวียนจ้าวคุนสะดุ้งตัวโยน รีบตอบด้วยเสียงอ้อมแอ้ม
“ขะ... ข้าไปจิบชา หลังจากนั้นก็ไปร้านนวด แล้วก็ไปเล่นไพ่นกกระจอกมา”
ฉินหลัวซือเลิกคิ้ว “ไปกับหลานชาย?”
เยวียนจ้าวคุนรีบยื่นอกย้ำความบริสุทธิ์ใจ “ใช่สิ! ข้าเดินตามหลานชายอย่างเดียวเลยนะ บอกไว้ก่อน!”
ฉินหลัวซือขมวดคิ้ว “ไหนบอกว่าจะไปหมักเหล้า?”
เยวียนจ้าวคุนถอนหายใจยาวเหยียด “หลานชายบอกว่าเบื่อ ๆ หลังจากไปร้านนวด เขาก็เลยพาข้าไปเล่นไพ่ เฮ้ออออออ...”
ฉินหลัวซือมองสามีด้วยความประหลาดใจ “เป็นอะไรของเจ้า?”
เยวียนจ้าวคุนทำสีหน้าเจ็บปวดกระอักเลือด “ข้าแพ้... สิบห้าตารวด!”
ฉินหลัวซือเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ
“แพ้สิบห้าตารวด?! หลานชายเล่นเก่งขนาดนั้นเลยหรือ?”
เยวียนจ้าวคุนทำหน้าเศร้าสร้อยฟ้องภรรยา
“ใช่! ชนะขาดทุกตา พรุ่งนี้มันยังจะลากข้าไปเล่นอีก... แต่ข้าไม่อยากไปเลย มันเอาแต่ถ่มถุยทับถมข้าไม่หยุดเลย!”
ฉินหลัวซือปรายตามองสามีพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น
“ใช่สิ! ยังดีกว่าบางคนก็แล้วกัน... หึ!”
เยวียนจ้าวคุนชะงักกึก ในหัวพลันนึกถึงเนื้อหาใน ตำรามัดใจสตรี 108 วิธี ที่ยูรันเพิ่งยัดใส่มือมาสด ๆ ร้อน ๆ ทันที!
*[หากภรรยามีอาการงอน ควรทำอย่างไร?]
[วิธีที่ 1: บีบนวดไหล่เบา ๆ พร้อมกล่าววาจาอ่อนโยนเอาใจ]
[วิธีที่ 2: รินน้ำชาอุ่น ๆ ส่งให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น]
[วิธีที่ 3: โอบกอดจากด้านหลังแล้วเอ่ยคำหวาน]
[วิธีที่ 4: หากใช้สามวิธีแรกไม่สำเร็จ ให้ขยับเข้าใกล้แล้วหยอกล้ออย่างรวดเร็ว!]*
นึกได้ดังนั้น เยวียนจ้าวคุนจึงสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าก้าวเข้าไปหาฉินหลัวซือช้า ๆ
เขายิ้มอย่างประดิดประดอย ก่อนขยับเข้าไปยืนด้านหลังนางแล้วเอื้อมมือไปวางบนไหล่ของภรรยาเบา ๆ
“หลัวซือ... วันนี้เจ้าเหน็ดเหนื่อยกับการดูแลงานตำหนักมาทั้งวัน ให้ข้าช่วยนวดไหล่ให้เจ้าดีหรือไม่?”
ฉินหลัวซือสะดุ้งตัวโหยง! นางหันขวับมามองสามีด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผีกลางวันแสก ๆ!
“เจ้า... เจ้าเป็นบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย?! วันนี้กินยาผิดซองมารึอย่างไร?!”
เยวียนจ้าวคุนปรับสีหน้าให้สุขุม กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามตำรา
“ทำไมเล่า? ข้าอยากดูแลภรรยาของข้าบ้าง... ไม่ได้เลยหรืออย่างไร?”
ฉินหลัวซือชะงัก ใบหน้าเริ่มปรากฏรอยแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางหันหน้าหนีพร้อมกับพึมพำเสียงเบา
“กะ... ก็ใช่ว่าจะไม่ได้เสียหน่อย”
เยวียนจ้าวคุนตาเป็นประกายแอบร้องในใจด้วยความตื่นเต้น!
[เฮ้ย! ได้ผลจริงดิ?! ตั้งแต่วิธีแรกเนี่ยนะ?! ตำราของหลานชายมันของจริงว่ะ!]
ฉินหลัวซือหรี่ตามองสามีเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้น
“วันนี้เจ้าดูแปลก ๆ ไปนะ... อืม เหมือนหลานชายตอนที่เจอกันครั้งแรกไม่มีผิด”
เยวียนจ้าวคุนกระแอมแก้เขิน “แคั่ก ๆๆ แล้ว... มันไม่ดีหรืออย่างไร?”
ฉินหลัวซือยิ้มออกมาบาง ๆ ดวงตาฉายแววอ่อนโยนอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
“ดีสิ... หากเจ้าเป็นแบบนี้ไปตลอดก็คงดี”
เยวียนจ้าวคุนยิ้มกว้าง ตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
“ข้า... ข้าจะพยายาม!”
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องพักของสองสาวลูกพี่ลูกน้อง
เยวียนเหวินอวี้เดินถอนหายใจวนไปวนมากลางห้อง ใบหน้าฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
“พี่ชายจ๋าแปลกเกินไปแล้ว! ทั้งเข้าร้านชาไม่พูดคุยอะไรกับใคร แถมยังไปร้านนวด แล้วก็ไปหอนางโลมยอมจ่ายเงินทุ่มเสนอราคา แต่กลับไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรเลย ซ้ำร้ายตอนก่อนกลับมีโจรมาหาเรื่อง ก็ยังปล่อยพวกมันไปอีก... นี่มันสุภาพบุรุษมีคุณธรรมเกินไปแล้ว! ข้าชักจะหลงรักพี่ชายจ๋าแล้วสิ!”
เยวียนหลิงซวงที่นั่งอยู่ข้างเตียงถึงกับขมวดคิ้ว หันมาดุน้องสาวเสียงแข็ง
“เจ้าจะไปรักเขาได้อย่างไร?! เขามีสายเลือดเดียวกับพวกเรานะ!”
เยวียนเหวินอวี้ชะงัก กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนแย้มยิ้มหยอกล้อ
“พี่หญิง... ท่านพูดอะไรของท่านเนี่ย? น้องสาวรักพี่ชายมันผิดตรงไหน? ข้าไม่ได้หมายถึงเชิงชู้สาวเสียหน่อย... หรือว่าท่านกำลังคิดไปถึงขั้นนั้นอยู่ล่ะ?”
“แคั่ก ๆๆๆ!” เยวียนหลิงซวงถึงกับไอสำลัก ใบหน้าเนียนแดงจัดไปถึงใบหู “มะ... ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย!”
เยวียนเหวินอวี้เอียงศีรษะยิ้มเจ้าเล่ห์ “แล้วแบบไหนล่ะเจ้าคะ?”
เยวียนหลิงซวงหันหน้าหนี อ้อมแอ้มตอบ
“กะ... ก็แบบพี่น้องกันนั่นแหละ!”
เยวียนเหวินอวี้ลากเสียงยาว “หืมมมมม แน่ใจนะเจ้าคะ?”
เยวียนหลิงซวงตะกุกตะกัก ตอบเสียงดังกลบเกลื่อน “กะ... ก็ใช่น่ะสิ!”
เยวียนเหวินอวี้ขยับเข้ามานั่งข้าง ๆ สะกิดแขนพี่สาว “แล้วพี่หญิงคิดอย่างไรกับเขาล่ะ?”
เยวียนหลิงซวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเนียนยังคงมีรอยแดงระเรื่อ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ตอบเสียงอ่อย
“ก็... เหมือนเจ้านั่นแหละ เขาเก่งกาจทุกอย่างจริง ๆ แถมยังสุภาพบุรุษมาก ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ได้คิดหวังสิ่งตอบแทน...”
เยวียนเหวินอวี้ฉีกยิ้มกว้าง ตบมือดังกอด
“งั้นพรุ่งนี้พวกเราไปหาพี่ชายจ๋ากันเถอะ! ข้าอยากสนิทกับเขาให้มากกว่านี้!”
เยวียนหลิงซวงก้มหน้าพยักหน้ารับเบา ๆ
“อืม...”
ภายในห้องพักของเยวียนชิงเหยา
เยวียนชิงเหยานั่งรอนอนรออยู่ในห้องพักพร้อมกับเยวียนชิงลู่ เมื่อเห็นยูรันเดินเข้ามากับเยวียนชิงฝู นางก็ส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้ทันที
“รันเอ๋อร์... ไปไหนมาหรือ? เล่าให้แม่ฟังหน่อยได้ไหม?”
ยูรันเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างมารดา ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามความจริงโดยไม่ซ่อนเร้น
“อืม ก็พอได้ วันนี้ไปจิบชามา จิบชาเสร็จก็พาตาแก่ไปร้านนวดคราวก่อน แล้วก็ไปหอนางโลม”
เยวียนชิงเหยาถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตะลึง!
“อะ... อะไรรีนะ?! หอนางโลม?!”
เยวียนชิงลู่ที่นั่งจิบชาอยู่ข้าง ๆ ถึงกับชะงัก ถ้วยชาในมือแทบร่วง!
เยวียนชิงเหยาตั้งสติ รีบขยับเข้ามาจับมือบุตรชาย เอ่ยถามอย่างร้อนรน
“รันเอ๋อร์... เหตุใดเจ้าถึงไปหอนางโลมเล่า? แล้ว... แล้วไปทำอะไรที่นั่นกัน?!”
ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบ ตอบหน้านิ่ง
“ไปเล่นไพ่นกกระจอก พอดีเจอเรื่องน่าสนุก ก็เลยอยู่จนดึกไปหน่อย ทำให้ท่านแม่เป็นห่วงแล้ว”
เยวียนชิงเหยาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เมื่อรู้ว่าแค่ไปเล่นไพ่นกกระจอก ก่อนจะชะงักกึก เอ่ยถามต่อ
“เดี๋ยวนะ... เล่นไพ่นกกระจอกกับใคร?”
ยูรันตอบเรียบ ๆ “ก็มีตาแก่ กับเจ้าของหอ เท่านั้นแหละ”
เยวียนชิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วเรื่องสนุกที่เจ้าว่าคืออะไร?”
ยูรันเอียงศีรษะ ลูบคางนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบหน้าตาย
“อืม... ก็มีเรื่องประเภทที่เขาเรียกว่าอะไรนะ? เสนอราคาแย่งชิงสตรีเพื่อไปหลับนอนอะไรทำนองนั้นแหละ ข้าเห็นว่าน่าสนใจดีก็เลยนั่งรอดู พอดีมีคุณชายคนหนึ่งชื่อฉู่เหวินไคจากตำหนักกระบี่คราม ข้าก็เลยเสนอราคาแข่งกับเขาไปห้าแสนเหรียญ”
เยวียนชิงเหยาเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อได้ยินจำนวนเงิน หันมองบุตรชายด้วยสีหน้าตะลึงแกมปวดหัว!
เยวียนชิงฝูที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ทำตาโต
“ห้าแสนเหรียญทองเลยหรือเจ้าคะท่านพี่?! นั่นมัน... เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายของตำหนักพวกเราทั้งตำหนักตั้งสองปีเลยนะเจ้าคะ!”
ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหน้านิ่ง
“ข้ารวย”
เยวียนชิงเหยากับเยวียนชิงลู่ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ!
ยูรันวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ก่อนหันไปหาเยวียนชิงเหยาด้วยสายตาอบอุ่น
“เรื่องนี้ไม่ได้น่าสนใจอะไรนัก ในเมื่อท่านแม่ไม่เป็นไรแล้ว พวกเราไปนอนกันเถอะ... ให้ข้านวดไหล่ หรือว่าทำอะไรให้ท่านแม่ไหม?”
เยวียนชิงฝูฟังดังนั้นก็รีบเสนอตัวทันที ชูแขนร้องขึ้นอย่างสดใส
“เอาาา! ท่านพี่นอนกอดข้านะคืนนี้!”
ยูรันลูบหัวน้องสาวคนเล็กด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ได้สิ”
พูดจบ เยวียนชิงฝูก็ดึงแขนลากยูรันขึ้นไปบนเตียงกว้างทันที นางเบียดตัวซุกเข้าอ้อมแขนของพี่ชายด้วยความออดอ้อน เยวียนชิงเหยาเดินตามมานอนลงอีกฝั่งพร้อมกับอมยิ้มอ่อนโยน
ส่วนเยวียนชิงลู่ที่เดินตามมาทีหลังยืนลังเลอยู่ข้างเตียง ใบหน้าเนียนปรากฏรอยแดงระเรื่อเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นคนถือตัวและมีนิสัยหยิ่งทระนง นางจึงไม่กล้าแสดงออกอย่างเปิดเผยหรือออดอ้อนเกาะแกะพี่ชายเหมือนน้องสาวคนเล็ก แต่สุดท้ายก็ยอมค่อย ๆ แทรกตัวลงนอนข้าง ๆ ยูรันด้วยความเขินอาย
ยูรันโอบกอดชิงฝูเอาไว้เบา ๆ ก่อนปรายสายตามองชิงลู่และมารดา
เยวียนชิงเหยานอนลูบแขนบุตรชาย เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“รันเอ๋อร์... พรุ่งนี้แม่กับพี่ใหญ่ชิงลู่จะเข้าร่วมประชุมสภาตระกูล เจ้าอยากไปนั่งฟังด้วยหรือไม่?”
ยูรันเอียงศีรษะตอบหน้านิ่งโดยไม่ต้องหยุดคิด
“ไม่... ข้าไม่อยากไปฟังพวกตาแก่มานั่งต่อปากต่อคำกันเท่าไรนัก ข้าอยากฟังแค่ว่า ท่านแม่จัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว... ก็พอ”
เยวียนชิงเหยาฟังคำตอบนั้นก็หลุดหัวเราะเบา ๆ สายตาฉายแววรักและเชื่อมั่นในตัวบุตรชายอย่างเปี่ยมล้น
“เข้าใจแล้ว... แม่จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง”
บรรยากาศภายในห้องยามค่ำคืนอบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความเงียบสงบของครอบครัวที่ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง