คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 410 แม่จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง8,363 ตัวอักษร

ตอนที่ 410 แม่จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง

เมื่อยูรันและเยวียนจ้าวคุนกลับมาถึงที่พักของตำหนักเสวียนเยว่ เยวียนชิงฝูซึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นหน้ายูรัน ดวงตาก็เป็นประกายทันที นางรีบวิ่งเข้าไปกอดคอพี่ชายแน่น

“พี่ชายยยยยย! ไปไหนกันมาเจ้าคะ?! ข้าคิดถึงท่านแทบแย่!”

ยูรันลูบหัวน้องสาวเบา ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อ๋อ ไปเล่นไพ่นกกระจอกมา ชนะรวดเลย ท่านลุงอ่อนเกินไปหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปอีก มีนัดประลองพนันไว้”

“แคั่ก ๆๆๆ!” เยวียนจ้าวคุนที่เดินตามหลังมาถึงกับสำลักน้ำลายรอบสอง ไอค็อกแค็กหน้าดำหน้าแดง

เยวียนชิงฝูทำหน้าสงสัย “ตอนแรกท่านบอกว่าจะไปหมักเหล้าไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”

ยูรันเอียงศีรษะตอบหน้านิ่ง “ไป ๆ มา ๆ ข้าเบื่อ ก็เลยเล่นไพ่มันซะเลย แต่นั่นแหละนะ”

เยวียนชิงฝูยู่ปากอย่างขัดใจ “ชิ! ข้าไปด้วยไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?”

ยูรันตอบตรง ๆ “มีแต่พวกแก่ ๆ ไป เจ้าจะไปทำอะไร?”

เยวียนชิงฝูพยักหน้าเข้าใจ “อืม เข้าใจแล้ว รีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่กับพี่ชิงลู่กำลังรออยู่”

พูดจบ ยูรันกับเยวียนชิงฝูก็ดึงแขนกันเดินเข้าไปด้านในหาเยวียนชิงเหยาและเยวียนชิงลู่ที่รออยู่ก่อนแล้ว

ขณะเดียวกัน เยวียนจ้าวคุนค่อย ๆ ย่องกลับเข้ามาภายในห้องพักของตนเอง ทันทีที่เปิดประตู ฉินหลัวซือซึ่งนั่งรออยู่บนเก้าอี้ก็จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา

“ไปไหนมาดึก ๆ ดื่น ๆ?”

เยวียนจ้าวคุนสะดุ้งตัวโยน รีบตอบด้วยเสียงอ้อมแอ้ม

“ขะ... ข้าไปจิบชา หลังจากนั้นก็ไปร้านนวด แล้วก็ไปเล่นไพ่นกกระจอกมา”

ฉินหลัวซือเลิกคิ้ว “ไปกับหลานชาย?”

เยวียนจ้าวคุนรีบยื่นอกย้ำความบริสุทธิ์ใจ “ใช่สิ! ข้าเดินตามหลานชายอย่างเดียวเลยนะ บอกไว้ก่อน!”

ฉินหลัวซือขมวดคิ้ว “ไหนบอกว่าจะไปหมักเหล้า?”

เยวียนจ้าวคุนถอนหายใจยาวเหยียด “หลานชายบอกว่าเบื่อ ๆ หลังจากไปร้านนวด เขาก็เลยพาข้าไปเล่นไพ่ เฮ้ออออออ...”

ฉินหลัวซือมองสามีด้วยความประหลาดใจ “เป็นอะไรของเจ้า?”

เยวียนจ้าวคุนทำสีหน้าเจ็บปวดกระอักเลือด “ข้าแพ้... สิบห้าตารวด!”

ฉินหลัวซือเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ

“แพ้สิบห้าตารวด?! หลานชายเล่นเก่งขนาดนั้นเลยหรือ?”

เยวียนจ้าวคุนทำหน้าเศร้าสร้อยฟ้องภรรยา

“ใช่! ชนะขาดทุกตา พรุ่งนี้มันยังจะลากข้าไปเล่นอีก... แต่ข้าไม่อยากไปเลย มันเอาแต่ถ่มถุยทับถมข้าไม่หยุดเลย!”

ฉินหลัวซือปรายตามองสามีพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น

“ใช่สิ! ยังดีกว่าบางคนก็แล้วกัน... หึ!”

เยวียนจ้าวคุนชะงักกึก ในหัวพลันนึกถึงเนื้อหาใน ตำรามัดใจสตรี 108 วิธี ที่ยูรันเพิ่งยัดใส่มือมาสด ๆ ร้อน ๆ ทันที!

*[หากภรรยามีอาการงอน ควรทำอย่างไร?]

[วิธีที่ 1: บีบนวดไหล่เบา ๆ พร้อมกล่าววาจาอ่อนโยนเอาใจ]

[วิธีที่ 2: รินน้ำชาอุ่น ๆ ส่งให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น]

[วิธีที่ 3: โอบกอดจากด้านหลังแล้วเอ่ยคำหวาน]

[วิธีที่ 4: หากใช้สามวิธีแรกไม่สำเร็จ ให้ขยับเข้าใกล้แล้วหยอกล้ออย่างรวดเร็ว!]*

นึกได้ดังนั้น เยวียนจ้าวคุนจึงสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าก้าวเข้าไปหาฉินหลัวซือช้า ๆ

เขายิ้มอย่างประดิดประดอย ก่อนขยับเข้าไปยืนด้านหลังนางแล้วเอื้อมมือไปวางบนไหล่ของภรรยาเบา ๆ

“หลัวซือ... วันนี้เจ้าเหน็ดเหนื่อยกับการดูแลงานตำหนักมาทั้งวัน ให้ข้าช่วยนวดไหล่ให้เจ้าดีหรือไม่?”

ฉินหลัวซือสะดุ้งตัวโหยง! นางหันขวับมามองสามีด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผีกลางวันแสก ๆ!

“เจ้า... เจ้าเป็นบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย?! วันนี้กินยาผิดซองมารึอย่างไร?!”

เยวียนจ้าวคุนปรับสีหน้าให้สุขุม กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามตำรา

“ทำไมเล่า? ข้าอยากดูแลภรรยาของข้าบ้าง... ไม่ได้เลยหรืออย่างไร?”

ฉินหลัวซือชะงัก ใบหน้าเริ่มปรากฏรอยแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางหันหน้าหนีพร้อมกับพึมพำเสียงเบา

“กะ... ก็ใช่ว่าจะไม่ได้เสียหน่อย”

เยวียนจ้าวคุนตาเป็นประกายแอบร้องในใจด้วยความตื่นเต้น!

[เฮ้ย! ได้ผลจริงดิ?! ตั้งแต่วิธีแรกเนี่ยนะ?! ตำราของหลานชายมันของจริงว่ะ!]

ฉินหลัวซือหรี่ตามองสามีเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้น

“วันนี้เจ้าดูแปลก ๆ ไปนะ... อืม เหมือนหลานชายตอนที่เจอกันครั้งแรกไม่มีผิด”

เยวียนจ้าวคุนกระแอมแก้เขิน “แคั่ก ๆๆ แล้ว... มันไม่ดีหรืออย่างไร?”

ฉินหลัวซือยิ้มออกมาบาง ๆ ดวงตาฉายแววอ่อนโยนอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

“ดีสิ... หากเจ้าเป็นแบบนี้ไปตลอดก็คงดี”

เยวียนจ้าวคุนยิ้มกว้าง ตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“ข้า... ข้าจะพยายาม!”

อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องพักของสองสาวลูกพี่ลูกน้อง

เยวียนเหวินอวี้เดินถอนหายใจวนไปวนมากลางห้อง ใบหน้าฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก

“พี่ชายจ๋าแปลกเกินไปแล้ว! ทั้งเข้าร้านชาไม่พูดคุยอะไรกับใคร แถมยังไปร้านนวด แล้วก็ไปหอนางโลมยอมจ่ายเงินทุ่มเสนอราคา แต่กลับไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรเลย ซ้ำร้ายตอนก่อนกลับมีโจรมาหาเรื่อง ก็ยังปล่อยพวกมันไปอีก... นี่มันสุภาพบุรุษมีคุณธรรมเกินไปแล้ว! ข้าชักจะหลงรักพี่ชายจ๋าแล้วสิ!”

เยวียนหลิงซวงที่นั่งอยู่ข้างเตียงถึงกับขมวดคิ้ว หันมาดุน้องสาวเสียงแข็ง

“เจ้าจะไปรักเขาได้อย่างไร?! เขามีสายเลือดเดียวกับพวกเรานะ!”

เยวียนเหวินอวี้ชะงัก กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนแย้มยิ้มหยอกล้อ

“พี่หญิง... ท่านพูดอะไรของท่านเนี่ย? น้องสาวรักพี่ชายมันผิดตรงไหน? ข้าไม่ได้หมายถึงเชิงชู้สาวเสียหน่อย... หรือว่าท่านกำลังคิดไปถึงขั้นนั้นอยู่ล่ะ?”

“แคั่ก ๆๆๆ!” เยวียนหลิงซวงถึงกับไอสำลัก ใบหน้าเนียนแดงจัดไปถึงใบหู “มะ... ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย!”

เยวียนเหวินอวี้เอียงศีรษะยิ้มเจ้าเล่ห์ “แล้วแบบไหนล่ะเจ้าคะ?”

เยวียนหลิงซวงหันหน้าหนี อ้อมแอ้มตอบ

“กะ... ก็แบบพี่น้องกันนั่นแหละ!”

เยวียนเหวินอวี้ลากเสียงยาว “หืมมมมม แน่ใจนะเจ้าคะ?”

เยวียนหลิงซวงตะกุกตะกัก ตอบเสียงดังกลบเกลื่อน “กะ... ก็ใช่น่ะสิ!”

เยวียนเหวินอวี้ขยับเข้ามานั่งข้าง ๆ สะกิดแขนพี่สาว “แล้วพี่หญิงคิดอย่างไรกับเขาล่ะ?”

เยวียนหลิงซวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเนียนยังคงมีรอยแดงระเรื่อ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ตอบเสียงอ่อย

“ก็... เหมือนเจ้านั่นแหละ เขาเก่งกาจทุกอย่างจริง ๆ แถมยังสุภาพบุรุษมาก ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ได้คิดหวังสิ่งตอบแทน...”

เยวียนเหวินอวี้ฉีกยิ้มกว้าง ตบมือดังกอด

“งั้นพรุ่งนี้พวกเราไปหาพี่ชายจ๋ากันเถอะ! ข้าอยากสนิทกับเขาให้มากกว่านี้!”

เยวียนหลิงซวงก้มหน้าพยักหน้ารับเบา ๆ

“อืม...”

ภายในห้องพักของเยวียนชิงเหยา

เยวียนชิงเหยานั่งรอนอนรออยู่ในห้องพักพร้อมกับเยวียนชิงลู่ เมื่อเห็นยูรันเดินเข้ามากับเยวียนชิงฝู นางก็ส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้ทันที

“รันเอ๋อร์... ไปไหนมาหรือ? เล่าให้แม่ฟังหน่อยได้ไหม?”

ยูรันเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างมารดา ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามความจริงโดยไม่ซ่อนเร้น

“อืม ก็พอได้ วันนี้ไปจิบชามา จิบชาเสร็จก็พาตาแก่ไปร้านนวดคราวก่อน แล้วก็ไปหอนางโลม”

เยวียนชิงเหยาถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตะลึง!

“อะ... อะไรรีนะ?! หอนางโลม?!”

เยวียนชิงลู่ที่นั่งจิบชาอยู่ข้าง ๆ ถึงกับชะงัก ถ้วยชาในมือแทบร่วง!

เยวียนชิงเหยาตั้งสติ รีบขยับเข้ามาจับมือบุตรชาย เอ่ยถามอย่างร้อนรน

“รันเอ๋อร์... เหตุใดเจ้าถึงไปหอนางโลมเล่า? แล้ว... แล้วไปทำอะไรที่นั่นกัน?!”

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบ ตอบหน้านิ่ง

“ไปเล่นไพ่นกกระจอก พอดีเจอเรื่องน่าสนุก ก็เลยอยู่จนดึกไปหน่อย ทำให้ท่านแม่เป็นห่วงแล้ว”

เยวียนชิงเหยาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เมื่อรู้ว่าแค่ไปเล่นไพ่นกกระจอก ก่อนจะชะงักกึก เอ่ยถามต่อ

“เดี๋ยวนะ... เล่นไพ่นกกระจอกกับใคร?”

ยูรันตอบเรียบ ๆ “ก็มีตาแก่ กับเจ้าของหอ เท่านั้นแหละ”

เยวียนชิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วเรื่องสนุกที่เจ้าว่าคืออะไร?”

ยูรันเอียงศีรษะ ลูบคางนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบหน้าตาย

“อืม... ก็มีเรื่องประเภทที่เขาเรียกว่าอะไรนะ? เสนอราคาแย่งชิงสตรีเพื่อไปหลับนอนอะไรทำนองนั้นแหละ ข้าเห็นว่าน่าสนใจดีก็เลยนั่งรอดู พอดีมีคุณชายคนหนึ่งชื่อฉู่เหวินไคจากตำหนักกระบี่คราม ข้าก็เลยเสนอราคาแข่งกับเขาไปห้าแสนเหรียญ”

เยวียนชิงเหยาเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อได้ยินจำนวนเงิน หันมองบุตรชายด้วยสีหน้าตะลึงแกมปวดหัว!

เยวียนชิงฝูที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ทำตาโต

“ห้าแสนเหรียญทองเลยหรือเจ้าคะท่านพี่?! นั่นมัน... เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายของตำหนักพวกเราทั้งตำหนักตั้งสองปีเลยนะเจ้าคะ!”

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหน้านิ่ง

“ข้ารวย”

เยวียนชิงเหยากับเยวียนชิงลู่ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ!

ยูรันวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ก่อนหันไปหาเยวียนชิงเหยาด้วยสายตาอบอุ่น

“เรื่องนี้ไม่ได้น่าสนใจอะไรนัก ในเมื่อท่านแม่ไม่เป็นไรแล้ว พวกเราไปนอนกันเถอะ... ให้ข้านวดไหล่ หรือว่าทำอะไรให้ท่านแม่ไหม?”

เยวียนชิงฝูฟังดังนั้นก็รีบเสนอตัวทันที ชูแขนร้องขึ้นอย่างสดใส

“เอาาา! ท่านพี่นอนกอดข้านะคืนนี้!”

ยูรันลูบหัวน้องสาวคนเล็กด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

“ได้สิ”

พูดจบ เยวียนชิงฝูก็ดึงแขนลากยูรันขึ้นไปบนเตียงกว้างทันที นางเบียดตัวซุกเข้าอ้อมแขนของพี่ชายด้วยความออดอ้อน เยวียนชิงเหยาเดินตามมานอนลงอีกฝั่งพร้อมกับอมยิ้มอ่อนโยน

ส่วนเยวียนชิงลู่ที่เดินตามมาทีหลังยืนลังเลอยู่ข้างเตียง ใบหน้าเนียนปรากฏรอยแดงระเรื่อเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นคนถือตัวและมีนิสัยหยิ่งทระนง นางจึงไม่กล้าแสดงออกอย่างเปิดเผยหรือออดอ้อนเกาะแกะพี่ชายเหมือนน้องสาวคนเล็ก แต่สุดท้ายก็ยอมค่อย ๆ แทรกตัวลงนอนข้าง ๆ ยูรันด้วยความเขินอาย

ยูรันโอบกอดชิงฝูเอาไว้เบา ๆ ก่อนปรายสายตามองชิงลู่และมารดา

เยวียนชิงเหยานอนลูบแขนบุตรชาย เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“รันเอ๋อร์... พรุ่งนี้แม่กับพี่ใหญ่ชิงลู่จะเข้าร่วมประชุมสภาตระกูล เจ้าอยากไปนั่งฟังด้วยหรือไม่?”

ยูรันเอียงศีรษะตอบหน้านิ่งโดยไม่ต้องหยุดคิด

“ไม่... ข้าไม่อยากไปฟังพวกตาแก่มานั่งต่อปากต่อคำกันเท่าไรนัก ข้าอยากฟังแค่ว่า ท่านแม่จัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว... ก็พอ”

เยวียนชิงเหยาฟังคำตอบนั้นก็หลุดหัวเราะเบา ๆ สายตาฉายแววรักและเชื่อมั่นในตัวบุตรชายอย่างเปี่ยมล้น

“เข้าใจแล้ว... แม่จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง”

บรรยากาศภายในห้องยามค่ำคืนอบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความเงียบสงบของครอบครัวที่ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง