คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 411 บทเรียนของมารดาและน้องสาว5,112 ตัวอักษร

ตอนที่ 411 บทเรียนของมารดาและน้องสาว

รุ่งเช้า

เยวียนชิงฝูปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่จากเดิมนางแค่นอนซุกกอดอ้อมแขน กลับกลายเป็นขยับตัวขึ้นมานอนทับอยู่บนเรือนร่างของยูรันทั้งตัว!

นางเอื้อมมือไปลูบไล้แผงอกของพี่ชายเบา ๆ พลางอมยิ้มอย่างมีความสุขในใจ

[ฮิฮิ... ดูกล้ามเป็นมัด ๆ แผงอกอันแข็งแกร่งและอบอุ่น ใบหน้าก็น่ารักและหล่อเหลาถึงเพียงนี้ ตื่นเช้ามาก็ได้นอนมองหน้าพี่ชายจ๋าก่อนใครเลย!]

ขณะที่นางกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น ยูรันก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองน้องสาวตัวดีตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนเอ่ยถามขึ้นหน้านิ่ง

“ลูบพอยัง?”

“แคั่ก ๆๆ!” เยวียนชิงฝูถึงกับไอสำลัก หน้าแดงแผ่ซ่านไปถึงใบหู

[ขะ... ข้าจะไปพอใจได้ยังไงกันเล่า!]

เยวียนชิงลู่ที่ตื่นเพราะเสียงไอของน้องสาว ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วแน่น

[อึก... เจ้าหัดมียางอายเสียบ้างจะได้ไหม?!]

เยวียนชิงฝูกระแอมแก้เขิน ก่อนขยับเข้าไปชะโงกหน้าถามยูรันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ท่านพี่... ข้าขอถามหน่อยสิ ท่านนอนกับภรรยาทุกคืนเลยหรือเปล่าเจ้าคะ?”

ยูรันตอบเรียบ ๆ โดยไม่ต้องหยุดคิด

“อืม ปกติก็ทุกคืนนะ พวกนางจัดเวรผลัดกันเอาเอง”

เยวียนชิงเหยาที่เพิ่งปรือตาตื่นขึ้นมาได้ยินเข้าพอดี เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“หลิงเยวี่ยด้วยหรือ?”

ยูรันเอียงศีรษะตอบหน้าตาย

“ไม่ใช่ รายนั้นอดทนมานาน อย่างที่ข้าเคยเล่าให้ท่านแม่ฟังก่อนมาที่เมืองนี้นั่นแหละ ตอนนั้นนางกดข่มอารมณ์ไว้นาน พอถึงจุดหนึ่งทนไม่ไหวจนตบะแตก ก็เลยนอนด้วยกันทุกวัน ไม่ยอมปล่อยข้าออกไปไหนเลยจนผ่านไปเจ็ดวันนั่นแหละ”

เยวียนชิงเหยาขมวดคิ้วทันที ดวงตาฉายแววหึงหวงบุตรชายอย่างเห็นได้ชัด

“ร้ายนักนะหลิงเยวี่ย! นังเด็กคนนี้... สงสัยข้าต้องจับขังเอาไว้สักเจ็ดวันเสียแล้ว!”

เยวียนชิงฝูรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที “ข้าเห็นด้วยกับท่านแม่นะเจ้าคะ!”

ก่อนที่นางจะเอียงศีรษะ ขมวดคิ้วถามต่อ

“แต่ว่าท่านพี่... ที่บอกว่า ‘ไม่ยอมปล่อยออกไปไหนเลย’ หมายความว่าอย่างไรกันเจ้าคะ?”

[ม... ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดใช่ไหม?!]

ยูรันตอบหน้านิ่งอย่างใสซื่อตามความจริง

“อ๋อ ก็คือทำต่อเนื่องเจ็ดวันนั่นแหละ นอกจากเวลาทานอาหารสามมื้อแล้ว พวกเราก็ทำด้วยกันตลอดเวลา”

เยวียนชิงฝู “……”

นางอ้าปากค้าง ตาโต นิ่งอึ้งไปเหมือนสติหลุดลอยไปในอากาศ!

ขณะที่เยวียนชิงลู่ซึ่งนอนฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหน้าแดงจัดจนแทบระเบิด!

[น... นี่ท่านพี่หลับนอนกับนางติดต่อกันเจ็ดวันโดยไม่พักเลยหรือ?! บ้า... บ้าไปแล้ว!]

เยวียนชิงเหยาที่นอนฟังอยู่ถึงกับหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธจัด กัดฟันขบเคี้ยวอย่างหึงหวง

“สงสัยเรื่องนี้จะไม่จบแค่ขังไว้เจ็ดวันเสียแล้ว! เป็นสหายข้าแท้ ๆ... นังเด็กแพศยาหลิงเยวี่ย! แอบนอนกับลูกชายข้าเจ็ดวันติดกันไม่ยอมหยุด... ฮึ่ม!”

ยูรันปรายสายตามองมารดา ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหน้านิ่ง

“ท่านแม่จะโกรธไปทำไม? ข้าไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย ข้าแค่ห่วงว่าพวกนางจะตีกันเท่านั้นเอง”

พูดจบ ยูรันก็ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง กวาดสายตามองมารดาและน้องสาวทั้งสองคน

“ถ้าตื่นกันหมดแล้วก็ลุก ข้าจะไปทำอาหารเช้าแล้ว พวกนางคงกำลังรอข้าอยู่ นี่ใกล้ได้เวลาแล้ว”

เยวียนชิงฝูฟังดังนั้นก็เริ่มทำหน้าบึ้งตึง ยู่ปากด้วยความน้อยใจในอก

[ข้าไม่ชอบใจเลย! ท่านพี่ชอบทำอาหารเช้าให้พวกนางนัก แถมพวกนางได้นอนกับท่านพี่ทุกคืน ตื่นมาก็ได้มองหน้าท่านพี่ แล้วยังมีท่านพี่คอยทำอาหารให้ทานตั้งสามมื้ออีก!]

นางรีบเอื้อมมือไปสวมกอดคอยูรันแน่นจากด้านหลัง แนบแก้มถูไถกับไหล่ของเขาอย่างไม่ยอมปล่อย

“ท่านพี่... ข้าอยากกอดท่านพี่อีกหน่อยนะเจ้าคะ!”

ยูรันแกะมือเล็ก ๆ ของน้องสาวออกเบา ๆ ตอบหน้านิ่ง

“อย่ามางอแง”

เยวียนชิงฝูถูกปฏิเสธก็ไม่พอใจอย่างแรง! นางทิ้งตัวลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายชกลมทุบพื้นเหมือนเด็กงอแงไม่ได้ดั่งใจทันที!

“กรี๊ดดดดด! ไม่ยอม ๆๆๆ! ท่านพี่ใจร้ายยยยย!”

ยูรันยืนมองน้องสาวที่นอนดิ้นอยู่บนพื้น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชา

“อย่าได้ใจให้มากนัก... ลุกขึ้น”

เยวียนชิงฝูทุบพื้นปึ้ง ๆ ตะโกนลั่นห้อง

“ไม่เอา! ไม่ยอม! ยังไงก็ไม่ยอมทั้งนั้นแหละ!”

เยวียนชิงลู่เห็นสภาพน้องสาวแล้วก็ให้รู้สึกอับอายขายหน้าจนต้องกุมขมับ

[เอ่อ... นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรืออย่างไร?! ยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก ทำให้ท่านพี่ต้องลำบากใจแท้ ๆ!]

นางหันไปหามารดาด้วยสีหน้าเอือมระอา

“ท่านแม่... ท่านช่วยพูดอะไรหน่อยสิเจ้าคะ”

เยวียนชิงเหยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้บุตรสาวคนเล็ก เอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ชิงฝู... ไว้รอหลังกินข้าวเสร็จแล้วค่อยกอดดีไหมลูก?”

ยูรันมองน้องสาวที่ยังคงนอนดิ้นทุรนทุรายไม่ยอมลุก ก็นึกถอนหายใจในใจ

[ยัยเด็กนี่... นิสัยเสียสุด ๆ เฮ้อ ช่วยไม่ได้จริง ๆ]

เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะย่อตัวลงไปอุ้มนางขึ้นมาจากพื้นในท่าอุ้มเด็กอย่างง่ายดาย

เยวียนชิงฝูที่ถูกอุ้มลอยขึ้นมาก็ยิ้มร่าทันที นางรีบเอื้อมมือไปสวมกอดคอยูรันเอาไว้แน่น แนบแก้มถูไถกับอกเขาด้วยความดีใจ

“ฮิฮิ! ท่านพี่ใจดีกับข้าที่สุดเลยเจ้าค่ะ!”

ยูรันวางนางลงบนพื้นเบา ๆ

เยวียนชิงฝูพอลอยลงพื้นก็เริ่มทำท่าจะงอแงอีกรอบ “เอ๊ะ? ท่านพี่... ข้าขออีกกกก!”

ยูรันไม่ได้พูดอะไร เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วก้มลงจูบหน้าผากเกลี้ยงเกลาของน้องสาวเบา ๆ ฟอดหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามหน้านิ่ง

“พอใจรึยัง?”

เยวียนชิงฝูหน้าแดงแผ่ซ่าน อายม้วนต้วน พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว

“อื้อ!”

ยูรันยกยิ้มบาง ๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องตรงไปยังครัวเพื่อทำอาหารเช้าทันที

เยวียนชิงลู่ที่ยืนมองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ใบหน้าเนียนแดงจัดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ นางยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง พลางพึมพำในใจด้วยความอิจฉา

[น... น่าอาย! น่าอายเกินไปแล้ว! อึก... แต่ว่า ข้าเองก็อยากให้ท่านพี่จูบหน้าผากข้าแบบนั้นบ้างจัง...]

เยวียนชิงเหยาหัวเราะเบา ๆ มองบุตรสาวทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู ก่อนเอ่ยขึ้น

“เฮ้อออ... พอแล้ว ไปรอเขาทุกคนทำอาหารเช้ากันเถอะ”

หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็เดินออกมารอที่ห้องอาหารอย่างมีความสุข ตลอดทั้งวันนั้น เยวียนชิงฝูฉีกยิ้มสดใส ร่าเริง อารมณ์ดีเป็นพิเศษตลอดทั้งวัน