ตอนที่ 412 ดูยังไงไม่ไหม้
ยูรันเดินตรงมายังโรงครัว ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าใกล้ บริเวณนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอาหารไหม้หึ่งฟุ้งกระจายออกมาจนเตะจมูก
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะโงกหน้าเข้าไปมองภายในครัวด้วยความประหลาดใจ
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ซูเม่ยเหยา, มู่เสวี่ยหนิง, ลู่ชิงถาน และเซียวซินเยวี่ย กำลังยืนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่... และที่สำคัญที่สุด คนที่กำลังยืนถือตะหลิวหน้าดำหน้าแดงควันโขมงอยู่หน้าเตาก็คือ เยวียนจ้าวคุน!
ยูรันย่อยตัวขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เดินเข้าเดินออกจากประตูโรงครัวเพื่อเช็กให้แน่ใจ
“อืม... สงสัยสมองข้าคงมีปัญหา ถึงได้เห็นตาแก่มาทำอาหารตอนเช้าแบบนี้”
ซูเม่ยเหยาหลุดหัวเราะพรืด รินน้ำชาส่งให้สามีพลางเอ่ยขึ้น
“สามี... สมองท่านไม่ได้มีปัญหาหรอก เขามาทำอาหารจริง ๆ พวกเราเองก็อึ้งเหมือนกัน”
ลู่ชิงถานเดินเขินอายเข้ามาหา ใบหน้าเนียนแดงระเรื่อ นางเอื้อมมือไปสวมกอดเอวยูรันเบา ๆ ก่อนกระซิบถามด้วยน้ำเสียงเขินอายสุดขีด
“ท่านพี่... คืนนี้นอนกับข้าได้ไหมเจ้าคะ?”
ยูรันปรายสายตามองนาง ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลหน้านิ่ง
“ได้สิ... ก่อนออกเดินทาง ข้าดันลืมไปว่าเจ้ายังไม่เคยนอนกับข้านี่นะ ข้าขอโทษด้วย”
ลู่ชิงถานแววตาเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที นางยิ้มอย่างมีความสุขลึกซึ้ง
“ข้าเองก็ลืมไปเหมือนกันเจ้าค่ะ... แต่ว่าท่านพี่ยังไม่อาจลืม ข้าก็ดีใจมากแล้วเจ้าค่ะ!”
ยูรันยกยิ้มบาง ๆ ก้มลงจูบแก้มเนียนของนางเบา ๆ ฟอดหนึ่ง พร้อมกับลูบหัวลู่ชิงถานด้วยความเอ็นดูอบอุ่น
ก่อนที่ยูรันจะหันกลับมามองสภาพโรงครัวที่เต็มไปด้วยควันโขมง เอ่ยถามหญิงสาวรอบข้างด้วยสีหน้าว่างเปล่า
“ใครก็ได้บอกที... ว่าทำไมตาแก่นี่ถึงเข้าครัว?”
เซียวซินเยวี่ยกอดอกยิ้ม ๆ ตอบขึ้น
“เห็นเขาบอกว่า อยากทำอาหารให้ภรรยาทานอะไรทำนองนั้นแหละ”
ยูรันถอนหายใจยาว ปรายสายตามองเยวียนจ้าวคุนที่กำลังสำลักควัน
“เอ่อ... ตาแก่ ท่านคงไม่ได้อ่านเจออะไรแปลก ๆ แล้วทำตามใช่ไหม?”
[คงไม่ใช่ตำรามัดใจสตรี 108 วิธีที่ข้าให้เมื่อคืนหรอกนะ? มันมีบอกด้วยหรือว่าต้องทำอาหารเนี่ย?]
เยวียนจ้าวคุนเชิดหน้าขึ้น เช็ดเขม่าดำบนแก้ม ตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
“หึ! เจ้าจะไปรู้อะไร! เมื่อคืนหลัวซือบอกว่า หากข้าทำได้สักนิดหนึ่งเหมือนเจ้า... นางก็มีความสุขแล้ว!”
ยูรันกุมขมับ ถอนหายใจอย่างเอือมระอา ตอบสวนกลับหน้านิ่ง
“แล้วท่านจะมาทำอาหารทำซากอะไรเล่า!”
เยวียนจ้าวคุนส่ายหน้าอย่างดื้อดึง
“ไม่ได้! ข้าต้องทำ! แล้วมันก็มีเขียนบอกวิธีเอาใจภรรยาเอาไว้ด้วย... มันเขียนเอาไว้ชัด ๆ ว่า วิธีที่ 12: เวลาภรรยางอน ให้ทำอาหารจานโปรดเอาใจนาง!”
ยูรันยืนอึ้ง มองตาแก่ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าพลางนึกในใจ
[ตาแก่นี่... เอาจริงดิ?!]
ยูรันส่ายหน้าเอือมระอา เอ่ยถามหน้านิ่ง
“แล้วอาหารจานโปรดของท่านป้าสะใภ้คืออะไร?”
เยวียนจ้าวคุนชะงักกึกไปทันที! ตะหลิวในมือแทบร่วง เขายืนแข็งค้าง ตาโต หน้าซีดขึ้นมาในพริบตา
[เออว่ะ... นั่นสิ! แล้วหลัวซือชอบกินอะไรวะ?!]
ยูรันมองสภาพตาแก่ตรงหน้าแล้วก็นึกอยากจะเอามือทาบอก เอาเท้าก่ายหน้าผาก ตะโกนด่าใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด
[ตาแก่เอ๋ย... ใช้สมองหรือส้นเท้าคิดกันเนี่ย?! เหตุใดถึงไม่รู้จักหลอกถามเอาคำตอบมาก่อนเล่า!]
ทว่า ยูรันกลับไม่อาจพูดประโยคนั้นออกไปตรง ๆ ได้ เพราะเมื่อวานตนเองก็เพิ่งจะต่อว่าตาแก่ไปเสียยกใหญ่ หากด่าซ้ำอีกรอบ ตาแก่นี่อาจจะงอแงจนสติแตกไปจริงๆ
ยูรันกระแอมเบา ๆ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนเอ่ยชี้แนะหน้านิ่ง
“อะแฮ่ม... ตาแก่ เรื่องที่ท่านป้าสะใภ้ชอบอะไรนั้นไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือท่านทำมันด้วยใจหรือเปล่าต่างหาก เช่น... อาหารง่าย ๆ อย่างไข่เจียว? หากมันทำออกมาไม่อร่อย ท่านจะได้มีเรื่องแถ... เอ้อ เรื่องอ้าง... เอ้อ เรื่องที่มีเหตุผลรองรับว่ากำลังฝึกทำอาหารอยู่ได้”
เยวียนจ้าวคุนตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงหรือ?”
ยูรันตอบสวนหน้านิ่ง
“แล้วข้าจะหลอกท่านไปทำไม? ไปลองฝึกทำอะไรง่าย ๆ ดูก่อนไป หลบไปได้แล้ว ข้าจะทำอาหาร เสียเวลาจริง ๆ เดี๋ยวตอนข้าทำอาหาร ข้าจะคอยช่วยดูท่านให้ก็แล้วกัน”
พูดจบ ยูรันก็หันไปบอกให้พวกซูเม่ยเหยาช่วยกันจัดเตรียมวัตถุดิบและช่วยทำอาหารเช้า
ขณะกำลังช่วยกันหั่นผักและเตรียมวัตถุดิบอยู่นั้น เซียวซินเยวี่ยก็เอียงศีรษะ เอ่ยถามยูรันด้วยความสงสัย
“ท่านพี่... ที่ท่านลุงบอกว่า ‘วิธีเอาใจภรรยา’ มันคืออะไรหรือเจ้าคะ?”
ทันทีที่สิ้นคำถาม หญิงสาวทุกคนในครัวไม่ว่าจะเป็นซูเม่ยเหยา มู่เสวี่ยหนิง หรือลู่ชิงถาน ต่างก็หูผึ่ง ขยับเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังคำตอบเป็นตาเดียว!
ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหน้านิ่ง
“อ๋อ ข้าเขียนให้ตาแก่เองแหละ เห็นเขาไม่รู้จักเอาใจภรรยาเสียบ้าง ข้าก็เลยเขียนแนะนำไป แต่ข้าดันลืมไปว่า เขียนบอกให้ทำอาหารที่ชอบเอาไว้ด้วย”
พวกหญิงสาวฟังดังนั้นก็หลุดหัวเราะอมยิ้มกันยกใหญ่
หลังจากทำอาหารเช้าส่วนของตนเองเสร็จเรียบร้อย ยูรันก็กวาดสายตามองอาหารจานต่าง ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมหวน น่ารับประทาน แล้วหันไปเรียกเหล่าสาวใช้ประจำเรือนพัก
“พวกเจ้ามาช่วยกันยกอาหารไปรอที่ห้องกินข้าวได้แล้ว”
เหล่าสาวใช้รีบประสานมือรับคำ ก่อนขยับเข้ามาช่วยกันทยอยยกถาดอาหารเช้าฝีมือยูรันออกไปด้านนอกอย่างระมัดระวัง
ทว่าภายในโรงครัว ยูรัน ซูเม่ยเหยา มู่เสวี่ยหนิง ลู่ชิงถาน และเซียวซินเยวี่ย ทั้งห้าคนกลับยังไม่ก้าวเท้าออกไป พวกเขากำลังก้มลงยืนล้อมหน้าล้อมหลัง จ้องมอง 'ผลงานชิ้นเอก' จานดำไหม้เกรียมทรงแปลกประหลาดส่งกลิ่นไหม้โขมงของเยวียนจ้าวคุนอยู่ด้วยสายตาตาไม่กะพริบ
ลู่ชิงถานเอียงศีรษะ มองจานตรงหน้าแล้วพยายามเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจอย่างประนีประนอมที่สุด
“ท่านลุง... ทำครั้งแรก ข้าว่ามันก็ดูดีอยู่นะเจ้าคะ”
เยวียนจ้าวคุนฟังดังนั้นก็ยิ้มกว้าง เชิดหน้าขึ้นตอบด้วยความภาคภูมิใจ
“อืม! ข้าก็ว่างั้นแหละ!”
มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้าเห็นด้วยเบา ๆ “ข้าเองก็เห็นด้วยเจ้าค่ะ”
ซูเม่ยเหยากับเซียวซินเยวี่ยเองต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ยิ้ม ๆ ช่วยกันส่งเสริมให้กำลังใจตาแก่
ทว่า ยูรันที่ยืนกอดอกมองจานดำไหม้เกรียมนั้นอยู่ข้าง ๆ กลับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหน้านิ่ง
“อืม... ข้ามั่นใจมากเลยนะ ว่าภรรยาของข้าทำอาหารครั้งแรก ไม่ได้ดูเหมือนก้อนขี้หมาแบบนี้น่ะ”
“แค่ก ๆๆๆ!”
ทั้งเยวียนจ้าวคุนและพวกหญิงสาวอีกสี่คนถึงกับไอสำลักน้ำลายตัวเองออกมาพร้อมกันทันที!
ยูรันส่ายหน้าเอือมระอา ก้มลงมองก้อนดำ ๆ ในจานสลับกับมองหน้าตาแก่ตรงหน้าด้วยความสงสัยอย่างจริงจัง
“ตาแก่... กะอีแค่ตอกไข่ ตีไข่ แล้วเอาไข่ลงไปทอดในกระทะ ทำไมมันถึงกลายเป็นก้อนขี้หมาแบบนี้ได้? ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ... ไหนลองทำใหม่อีกทีดิ๊”
เยวียนจ้าวคุนฟังดังนั้นก็ฮึดสู้อีกครั้ง หยิบกระทะ ตอกไข่ ทอดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมียูรันคอยเอ่ยปากชี้แนะขั้นตอนอย่างละเอียดอยู่ข้าง ๆ
ทว่า... ผ่านไปไม่นาน บนโต๊ะกลับมีจานวางเพิ่มขึ้นมาอีกสี่จาน รวมเป็นห้าจานสนิท! และสภาพของไข่เจียวในทุกจาน... ต่างก็เละเทะ ไหม้เกรียม ดำคล้ำ ไม่ต่างจากจานแรกแม้แต่น้อย!
ยูรันยืนกอดอก มองผลงานทั้งห้าจานด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนเอ่ยขึ้นหน้านิ่ง
“อืม... ข้าก็บอกอย่างละเอียดแล้วแท้ ๆ ห้าจานนี้ เละทุกจาน”
พูดจบ ยูรันก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เยวียนจ้าวคุน ส่งสายตากดดันหน้านิ่งย้อนถามรวดเดียว
“ตาแก่... นี่ท่านตั้งใจทำจริง ๆ หรือเปล่า? หืม? หืม? หืม? หืม? หืม? หรือว่าท่านตั้งใจทำแบบขอไปทีกันแน่?”
เยวียนจ้าวคุนโดนย้อนถามด้วยสายตากดดันและคำว่า "หืม?" ถี่ ๆ ก็เริ่มเหงื่อตก หน้าซีดลนลานทำตัวไม่ถูก
มู่เสวี่ยหนิงเห็นบรรยากาศเริ่มตึงเครียด จึงขยับเข้ามาเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ท่านพี่... ข้าว่า พวกเราลองใช้อะไรง่าย ๆ กว่านี้ดีไหมเจ้าคะ? อย่างเช่น... ไข่ดาว”
ยูรันหันไปมองมู่เสวี่ยหนิงแล้วตอบสวนกลับหน้านิ่งทันควัน
“ไข่เจียวน่ะง่ายกว่าอีก แค่ตีไข่แล้วลงทอด... แต่ไข่ดาวเนี่ย หากรูปทรงไข่ดาวไม่ได้ออกมางดงาม เจ้ายังอยากจะกินมันอยู่ไหมเล่า? ถ้ารสชาติของมันดันห่วยแตกขึ้นมาน่ะ”
พวกหญิงสาวพอนึกภาพไข่ดาวเละ ๆ ไหม้ ๆ ตามในหัว ก็ถึงกับขนลุกซู่
ซูเม่ยเหยาพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “จริงอย่างที่สามีว่า ไข่ดาวทำยากกว่าจริง ๆ”
เซียวซินเยวี่ยเอียงศีรษะเสนอความเห็นต่อ “เช่นนั้น... ลองทำข้าวต้มดีไหม?”
ลู่ชิงถานรีบส่ายหน้าตอบทันที “เอ่อ... ข้าวต้มมันต้องคุมไฟและเคี่ยวนานมากเลยนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นน้ำจะนองเละเป็นน้ำซุป หรือไม่ก็ข้าวติดตูดหม้อจับตัวเป็นก้อนแข็ง ข้าว่าท่านลุงไม่น่าจะทำได้หรอกเจ้าค่ะ ไข่เจียวนี่แหละง่ายที่สุดแล้ว”
มู่เสวี่ยหนิงขมวดคิ้วพึมพำ “อืม... ข้าว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงขั้นตอนไหนแน่ ๆ”
ยูรันถอนหายใจยาว ปรับสีหน้าแล้วกล่าวตัดบทหน้านิ่ง
“ช่างเถอะ... เอาละตาแก่ ข้าจะบอกเคล็ดลับเป็นครั้งสุดท้ายนะ ฟังดี ๆ สั้น ๆ พอ ถ้าไข่ในกระทะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ให้ท่านรีบพลิกไปพลิกมา พอทุกส่วนเริ่มเหลืองทองสุกทั่วกัน เนื้อติดกันดีไม่มีไข่เหลวเหลืออยู่แล้ว ก็ให้เอาขึ้นจากกระทะทันที เข้าใจไหม?”
[เอาวะ... ข้าตัดขั้นตอนยุ่งยากออกไปจนเหลือแค่นี้แล้วนะเนี่ย!]
เยวียนจ้าวคุนพยักหน้ารับอย่างตั้งอกตั้งใจ “เข้าใจแล้ว!”
พูดจบ เขาก็รีบตอกไข่ ตีไข่ แล้วเทลงทอดในกระทะทันที!
[พอเริ่มเหลือง... พลิกไปพลิกมา... พอเนื้อไข่ติดกันหมดไม่มีไข่เหลว... ค่อยยกขึ้น!]
เยวียนจ้าวคุนตั้งสมาธิมั่นแน่วแน่ ยืนเฝ้ากระทะราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูระดับเทพเซียน ผ่านไปครู่ใหญ่... ในที่สุดเขาก็ตักไข่เจียวร้อน ๆ ขึ้นจัดใส่จานได้สำเร็จหนึ่งจาน!
ลู่ชิงถานยื่นหน้าเข้ามามองผลงานจานใหม่ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยินดี
“ท่านพี่... ข้าว่าอันนี้เหมือนจะได้แล้วนะเจ้าคะ ไม่ไหม้แล้ว!”
ยูรันชะโงกหน้าเข้าไปมอง ยื่นนิ้วชี้ไปที่รอยไหม้จุดเล็ก ๆ บนไข่เจียว แล้วตอบสวนกลับหน้านิ่งทันควัน
“ดูยังไงไม่ไหม้? รอยดำหน่อยนึงตรงนั้นน่ะ ไหม้เห็น ๆ ชัด ๆ เลย!”