คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 412 ดูยังไงไม่ไหม้8,197 ตัวอักษร

ตอนที่ 412 ดูยังไงไม่ไหม้

ยูรันเดินตรงมายังโรงครัว ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าใกล้ บริเวณนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอาหารไหม้หึ่งฟุ้งกระจายออกมาจนเตะจมูก

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะโงกหน้าเข้าไปมองภายในครัวด้วยความประหลาดใจ

ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ซูเม่ยเหยา, มู่เสวี่ยหนิง, ลู่ชิงถาน และเซียวซินเยวี่ย กำลังยืนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่... และที่สำคัญที่สุด คนที่กำลังยืนถือตะหลิวหน้าดำหน้าแดงควันโขมงอยู่หน้าเตาก็คือ เยวียนจ้าวคุน!

ยูรันย่อยตัวขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เดินเข้าเดินออกจากประตูโรงครัวเพื่อเช็กให้แน่ใจ

“อืม... สงสัยสมองข้าคงมีปัญหา ถึงได้เห็นตาแก่มาทำอาหารตอนเช้าแบบนี้”

ซูเม่ยเหยาหลุดหัวเราะพรืด รินน้ำชาส่งให้สามีพลางเอ่ยขึ้น

“สามี... สมองท่านไม่ได้มีปัญหาหรอก เขามาทำอาหารจริง ๆ พวกเราเองก็อึ้งเหมือนกัน”

ลู่ชิงถานเดินเขินอายเข้ามาหา ใบหน้าเนียนแดงระเรื่อ นางเอื้อมมือไปสวมกอดเอวยูรันเบา ๆ ก่อนกระซิบถามด้วยน้ำเสียงเขินอายสุดขีด

“ท่านพี่... คืนนี้นอนกับข้าได้ไหมเจ้าคะ?”

ยูรันปรายสายตามองนาง ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลหน้านิ่ง

“ได้สิ... ก่อนออกเดินทาง ข้าดันลืมไปว่าเจ้ายังไม่เคยนอนกับข้านี่นะ ข้าขอโทษด้วย”

ลู่ชิงถานแววตาเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที นางยิ้มอย่างมีความสุขลึกซึ้ง

“ข้าเองก็ลืมไปเหมือนกันเจ้าค่ะ... แต่ว่าท่านพี่ยังไม่อาจลืม ข้าก็ดีใจมากแล้วเจ้าค่ะ!”

ยูรันยกยิ้มบาง ๆ ก้มลงจูบแก้มเนียนของนางเบา ๆ ฟอดหนึ่ง พร้อมกับลูบหัวลู่ชิงถานด้วยความเอ็นดูอบอุ่น

ก่อนที่ยูรันจะหันกลับมามองสภาพโรงครัวที่เต็มไปด้วยควันโขมง เอ่ยถามหญิงสาวรอบข้างด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“ใครก็ได้บอกที... ว่าทำไมตาแก่นี่ถึงเข้าครัว?”

เซียวซินเยวี่ยกอดอกยิ้ม ๆ ตอบขึ้น

“เห็นเขาบอกว่า อยากทำอาหารให้ภรรยาทานอะไรทำนองนั้นแหละ”

ยูรันถอนหายใจยาว ปรายสายตามองเยวียนจ้าวคุนที่กำลังสำลักควัน

“เอ่อ... ตาแก่ ท่านคงไม่ได้อ่านเจออะไรแปลก ๆ แล้วทำตามใช่ไหม?”

[คงไม่ใช่ตำรามัดใจสตรี 108 วิธีที่ข้าให้เมื่อคืนหรอกนะ? มันมีบอกด้วยหรือว่าต้องทำอาหารเนี่ย?]

เยวียนจ้าวคุนเชิดหน้าขึ้น เช็ดเขม่าดำบนแก้ม ตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

“หึ! เจ้าจะไปรู้อะไร! เมื่อคืนหลัวซือบอกว่า หากข้าทำได้สักนิดหนึ่งเหมือนเจ้า... นางก็มีความสุขแล้ว!”

ยูรันกุมขมับ ถอนหายใจอย่างเอือมระอา ตอบสวนกลับหน้านิ่ง

“แล้วท่านจะมาทำอาหารทำซากอะไรเล่า!”

เยวียนจ้าวคุนส่ายหน้าอย่างดื้อดึง

“ไม่ได้! ข้าต้องทำ! แล้วมันก็มีเขียนบอกวิธีเอาใจภรรยาเอาไว้ด้วย... มันเขียนเอาไว้ชัด ๆ ว่า วิธีที่ 12: เวลาภรรยางอน ให้ทำอาหารจานโปรดเอาใจนาง!

ยูรันยืนอึ้ง มองตาแก่ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าพลางนึกในใจ

[ตาแก่นี่... เอาจริงดิ?!]

ยูรันส่ายหน้าเอือมระอา เอ่ยถามหน้านิ่ง

“แล้วอาหารจานโปรดของท่านป้าสะใภ้คืออะไร?”

เยวียนจ้าวคุนชะงักกึกไปทันที! ตะหลิวในมือแทบร่วง เขายืนแข็งค้าง ตาโต หน้าซีดขึ้นมาในพริบตา

[เออว่ะ... นั่นสิ! แล้วหลัวซือชอบกินอะไรวะ?!]

ยูรันมองสภาพตาแก่ตรงหน้าแล้วก็นึกอยากจะเอามือทาบอก เอาเท้าก่ายหน้าผาก ตะโกนด่าใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด

[ตาแก่เอ๋ย... ใช้สมองหรือส้นเท้าคิดกันเนี่ย?! เหตุใดถึงไม่รู้จักหลอกถามเอาคำตอบมาก่อนเล่า!]

ทว่า ยูรันกลับไม่อาจพูดประโยคนั้นออกไปตรง ๆ ได้ เพราะเมื่อวานตนเองก็เพิ่งจะต่อว่าตาแก่ไปเสียยกใหญ่ หากด่าซ้ำอีกรอบ ตาแก่นี่อาจจะงอแงจนสติแตกไปจริงๆ

ยูรันกระแอมเบา ๆ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนเอ่ยชี้แนะหน้านิ่ง

“อะแฮ่ม... ตาแก่ เรื่องที่ท่านป้าสะใภ้ชอบอะไรนั้นไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือท่านทำมันด้วยใจหรือเปล่าต่างหาก เช่น... อาหารง่าย ๆ อย่างไข่เจียว? หากมันทำออกมาไม่อร่อย ท่านจะได้มีเรื่องแถ... เอ้อ เรื่องอ้าง... เอ้อ เรื่องที่มีเหตุผลรองรับว่ากำลังฝึกทำอาหารอยู่ได้”

เยวียนจ้าวคุนตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงหรือ?”

ยูรันตอบสวนหน้านิ่ง

“แล้วข้าจะหลอกท่านไปทำไม? ไปลองฝึกทำอะไรง่าย ๆ ดูก่อนไป หลบไปได้แล้ว ข้าจะทำอาหาร เสียเวลาจริง ๆ เดี๋ยวตอนข้าทำอาหาร ข้าจะคอยช่วยดูท่านให้ก็แล้วกัน”

พูดจบ ยูรันก็หันไปบอกให้พวกซูเม่ยเหยาช่วยกันจัดเตรียมวัตถุดิบและช่วยทำอาหารเช้า

ขณะกำลังช่วยกันหั่นผักและเตรียมวัตถุดิบอยู่นั้น เซียวซินเยวี่ยก็เอียงศีรษะ เอ่ยถามยูรันด้วยความสงสัย

“ท่านพี่... ที่ท่านลุงบอกว่า ‘วิธีเอาใจภรรยา’ มันคืออะไรหรือเจ้าคะ?”

ทันทีที่สิ้นคำถาม หญิงสาวทุกคนในครัวไม่ว่าจะเป็นซูเม่ยเหยา มู่เสวี่ยหนิง หรือลู่ชิงถาน ต่างก็หูผึ่ง ขยับเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังคำตอบเป็นตาเดียว!

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหน้านิ่ง

“อ๋อ ข้าเขียนให้ตาแก่เองแหละ เห็นเขาไม่รู้จักเอาใจภรรยาเสียบ้าง ข้าก็เลยเขียนแนะนำไป แต่ข้าดันลืมไปว่า เขียนบอกให้ทำอาหารที่ชอบเอาไว้ด้วย”

พวกหญิงสาวฟังดังนั้นก็หลุดหัวเราะอมยิ้มกันยกใหญ่

หลังจากทำอาหารเช้าส่วนของตนเองเสร็จเรียบร้อย ยูรันก็กวาดสายตามองอาหารจานต่าง ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมหวน น่ารับประทาน แล้วหันไปเรียกเหล่าสาวใช้ประจำเรือนพัก

“พวกเจ้ามาช่วยกันยกอาหารไปรอที่ห้องกินข้าวได้แล้ว”

เหล่าสาวใช้รีบประสานมือรับคำ ก่อนขยับเข้ามาช่วยกันทยอยยกถาดอาหารเช้าฝีมือยูรันออกไปด้านนอกอย่างระมัดระวัง

ทว่าภายในโรงครัว ยูรัน ซูเม่ยเหยา มู่เสวี่ยหนิง ลู่ชิงถาน และเซียวซินเยวี่ย ทั้งห้าคนกลับยังไม่ก้าวเท้าออกไป พวกเขากำลังก้มลงยืนล้อมหน้าล้อมหลัง จ้องมอง 'ผลงานชิ้นเอก' จานดำไหม้เกรียมทรงแปลกประหลาดส่งกลิ่นไหม้โขมงของเยวียนจ้าวคุนอยู่ด้วยสายตาตาไม่กะพริบ

ลู่ชิงถานเอียงศีรษะ มองจานตรงหน้าแล้วพยายามเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจอย่างประนีประนอมที่สุด

“ท่านลุง... ทำครั้งแรก ข้าว่ามันก็ดูดีอยู่นะเจ้าคะ”

เยวียนจ้าวคุนฟังดังนั้นก็ยิ้มกว้าง เชิดหน้าขึ้นตอบด้วยความภาคภูมิใจ

“อืม! ข้าก็ว่างั้นแหละ!”

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้าเห็นด้วยเบา ๆ “ข้าเองก็เห็นด้วยเจ้าค่ะ”

ซูเม่ยเหยากับเซียวซินเยวี่ยเองต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ยิ้ม ๆ ช่วยกันส่งเสริมให้กำลังใจตาแก่

ทว่า ยูรันที่ยืนกอดอกมองจานดำไหม้เกรียมนั้นอยู่ข้าง ๆ กลับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหน้านิ่ง

“อืม... ข้ามั่นใจมากเลยนะ ว่าภรรยาของข้าทำอาหารครั้งแรก ไม่ได้ดูเหมือนก้อนขี้หมาแบบนี้น่ะ”

“แค่ก ๆๆๆ!”

ทั้งเยวียนจ้าวคุนและพวกหญิงสาวอีกสี่คนถึงกับไอสำลักน้ำลายตัวเองออกมาพร้อมกันทันที!

ยูรันส่ายหน้าเอือมระอา ก้มลงมองก้อนดำ ๆ ในจานสลับกับมองหน้าตาแก่ตรงหน้าด้วยความสงสัยอย่างจริงจัง

“ตาแก่... กะอีแค่ตอกไข่ ตีไข่ แล้วเอาไข่ลงไปทอดในกระทะ ทำไมมันถึงกลายเป็นก้อนขี้หมาแบบนี้ได้? ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ... ไหนลองทำใหม่อีกทีดิ๊”

เยวียนจ้าวคุนฟังดังนั้นก็ฮึดสู้อีกครั้ง หยิบกระทะ ตอกไข่ ทอดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมียูรันคอยเอ่ยปากชี้แนะขั้นตอนอย่างละเอียดอยู่ข้าง ๆ

ทว่า... ผ่านไปไม่นาน บนโต๊ะกลับมีจานวางเพิ่มขึ้นมาอีกสี่จาน รวมเป็นห้าจานสนิท! และสภาพของไข่เจียวในทุกจาน... ต่างก็เละเทะ ไหม้เกรียม ดำคล้ำ ไม่ต่างจากจานแรกแม้แต่น้อย!

ยูรันยืนกอดอก มองผลงานทั้งห้าจานด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนเอ่ยขึ้นหน้านิ่ง

“อืม... ข้าก็บอกอย่างละเอียดแล้วแท้ ๆ ห้าจานนี้ เละทุกจาน”

พูดจบ ยูรันก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เยวียนจ้าวคุน ส่งสายตากดดันหน้านิ่งย้อนถามรวดเดียว

“ตาแก่... นี่ท่านตั้งใจทำจริง ๆ หรือเปล่า? หืม? หืม? หืม? หืม? หืม? หรือว่าท่านตั้งใจทำแบบขอไปทีกันแน่?”

เยวียนจ้าวคุนโดนย้อนถามด้วยสายตากดดันและคำว่า "หืม?" ถี่ ๆ ก็เริ่มเหงื่อตก หน้าซีดลนลานทำตัวไม่ถูก

มู่เสวี่ยหนิงเห็นบรรยากาศเริ่มตึงเครียด จึงขยับเข้ามาเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ท่านพี่... ข้าว่า พวกเราลองใช้อะไรง่าย ๆ กว่านี้ดีไหมเจ้าคะ? อย่างเช่น... ไข่ดาว”

ยูรันหันไปมองมู่เสวี่ยหนิงแล้วตอบสวนกลับหน้านิ่งทันควัน

“ไข่เจียวน่ะง่ายกว่าอีก แค่ตีไข่แล้วลงทอด... แต่ไข่ดาวเนี่ย หากรูปทรงไข่ดาวไม่ได้ออกมางดงาม เจ้ายังอยากจะกินมันอยู่ไหมเล่า? ถ้ารสชาติของมันดันห่วยแตกขึ้นมาน่ะ”

พวกหญิงสาวพอนึกภาพไข่ดาวเละ ๆ ไหม้ ๆ ตามในหัว ก็ถึงกับขนลุกซู่

ซูเม่ยเหยาพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “จริงอย่างที่สามีว่า ไข่ดาวทำยากกว่าจริง ๆ”

เซียวซินเยวี่ยเอียงศีรษะเสนอความเห็นต่อ “เช่นนั้น... ลองทำข้าวต้มดีไหม?”

ลู่ชิงถานรีบส่ายหน้าตอบทันที “เอ่อ... ข้าวต้มมันต้องคุมไฟและเคี่ยวนานมากเลยนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นน้ำจะนองเละเป็นน้ำซุป หรือไม่ก็ข้าวติดตูดหม้อจับตัวเป็นก้อนแข็ง ข้าว่าท่านลุงไม่น่าจะทำได้หรอกเจ้าค่ะ ไข่เจียวนี่แหละง่ายที่สุดแล้ว”

มู่เสวี่ยหนิงขมวดคิ้วพึมพำ “อืม... ข้าว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงขั้นตอนไหนแน่ ๆ”

ยูรันถอนหายใจยาว ปรับสีหน้าแล้วกล่าวตัดบทหน้านิ่ง

“ช่างเถอะ... เอาละตาแก่ ข้าจะบอกเคล็ดลับเป็นครั้งสุดท้ายนะ ฟังดี ๆ สั้น ๆ พอ ถ้าไข่ในกระทะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ให้ท่านรีบพลิกไปพลิกมา พอทุกส่วนเริ่มเหลืองทองสุกทั่วกัน เนื้อติดกันดีไม่มีไข่เหลวเหลืออยู่แล้ว ก็ให้เอาขึ้นจากกระทะทันที เข้าใจไหม?”

[เอาวะ... ข้าตัดขั้นตอนยุ่งยากออกไปจนเหลือแค่นี้แล้วนะเนี่ย!]

เยวียนจ้าวคุนพยักหน้ารับอย่างตั้งอกตั้งใจ “เข้าใจแล้ว!”

พูดจบ เขาก็รีบตอกไข่ ตีไข่ แล้วเทลงทอดในกระทะทันที!

[พอเริ่มเหลือง... พลิกไปพลิกมา... พอเนื้อไข่ติดกันหมดไม่มีไข่เหลว... ค่อยยกขึ้น!]

เยวียนจ้าวคุนตั้งสมาธิมั่นแน่วแน่ ยืนเฝ้ากระทะราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูระดับเทพเซียน ผ่านไปครู่ใหญ่... ในที่สุดเขาก็ตักไข่เจียวร้อน ๆ ขึ้นจัดใส่จานได้สำเร็จหนึ่งจาน!

ลู่ชิงถานยื่นหน้าเข้ามามองผลงานจานใหม่ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยินดี

“ท่านพี่... ข้าว่าอันนี้เหมือนจะได้แล้วนะเจ้าคะ ไม่ไหม้แล้ว!”

ยูรันชะโงกหน้าเข้าไปมอง ยื่นนิ้วชี้ไปที่รอยไหม้จุดเล็ก ๆ บนไข่เจียว แล้วตอบสวนกลับหน้านิ่งทันควัน

“ดูยังไงไม่ไหม้? รอยดำหน่อยนึงตรงนั้นน่ะ ไหม้เห็น ๆ ชัด ๆ เลย!”