คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 413 เจ้าอยากโดนข้าอัดมากสินะ7,297 ตัวอักษร

ตอนที่ 413 เจ้าอยากโดนข้าอัดมากสินะ

เซียวซินเยวี่ยยิ้มบาง ๆ เอ่ยช่วยพูดเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ท่านพี่... ข้าว่าเท่านี้ก็ดีมากแล้วนะเจ้าคะ ท่านป้าสะใภ้คงไม่อาจว่าอะไรมากหรอก อีกอย่าง... ท่านลุงเองก็เพิ่งจะหัดทำเป็นครั้งแรกด้วย”

ยูรันถอนหายใจยาว ปรายสายตามองไข่เจียวในจานแล้วพยักหน้ารับหน้านิ่ง

“ก็จริง... ไปกันเถอะ รีบยกตามมาเลยตาแก่”

พูดจบ ยูรันและหญิงสาวทั้งสี่คนก็เดินนำออกจากโรงครัวตรงไปยังห้องอาหาร ส่วนเยวียนจ้าวคุนก็รีบถือจานไข่เจียวผลงานชิ้นเอกของตนเองเดินตามหลังมาติด ๆ

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้องอาหารและยูรันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เยวียนชิงฝูที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก็รีบขยับเข้ามา ทิ้งตัวลงนั่งบนตักของยูรันในทันที!

นางส่งรอยยิ้มออดอ้อน แตะมือบนอกเขาแล้วเอ่ยเสียงหวาน

“ท่านพี่... วันนี้ป้อนข้าหน่อยน้าาา”

ยูรันยกยิ้มบาง ๆ ด้วยความเอ็นดูตอบหน้านิ่ง

“ได้สิ”

พูดจบ ยูรันก็ใช้ตะเกียบคีบอาหารจานโปรดส่งเข้าปากน้องสาวคนเล็กไปหนึ่งคำ เยวียนชิงฝูรับไปเคี้ยวแก้มตุ้ย ๆ ด้วยความฟิน พลางเหลือบสายตามองบรรดาภรรยาของยูรันรอบห้องด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันประหนึ่งผู้ชนะ

[หึ! คิดจะมาแย่งความรักแข่งกับข้าหรือ... ฝันไปเถอะ ยัยพวกนังตัวดีทั้งหลาย!]

ยูรันมองสภาพน้องสาวบนตักแล้วก็นึกในใจหน้านิ่ง

[อืม... ดูเหมือนกำลังพยายามหาเรื่องทุกคน ด้วยการทำตัวเป็นชาเขียวสินะ เอาเถอะ ถือเสียว่านั่งดูเรื่องสนุกไปก็แล้วกัน]

บรรยากาศรอบโต๊ะพลันชะงักกึกขึ้นมาในพริบตา!

เยวียนชิงลู่มองภาพตรงหน้าแล้วถึงกับหน้าแดงจัด ดิ้นรนในใจอย่างรุนแรง

[อ๊ากกกก! ยัยบ้านี่ทำอะไรลงไปเนี่ย?! น่าอายชะมัด... แต่ว่า ข้าเองก็อยากให้ท่านพี่คีบอาหารป้อนข้าแบบนั้นบ้างเหมือนกันนะ!]

หลิงเยวี่ยขมวดคิ้วแน่น ปรายสายตามองสองพี่น้องก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“ต่อให้เป็นน้องสาว... แต่มันจะไม่ดูไม่งามเกินไปหน่อยหรือ?”

เยวียนชิงเหยาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ฟังดังนั้นก็สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด สายตาฉายแววหึงหวงบุตรชายอย่างเปิดเผย

“ยังดีกว่านังแพศยาบางคนที่รั้งตัวเขาเอาไว้ถึงเจ็ดวันก็แล้วกัน!”

หลิงเยวี่ยเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเหนือกว่าแล้วตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ทำไมหรือ? ข้าอยากจะรั้งตัวเขาเอาไว้สักสิบสี่วันด้วยซ้ำ! เสียดายที่เขาดันแข็งแกร่งเกินไปหน่อย สยบข้าเสียอยู่หมัดภายในห้าวัน... ทำเอาข้าลุกขึ้นแทบไม่ไหวเลยทีเดียว แต่ข้าก็ยังฝืนต่อไปได้อีกวันหนึ่ง จนข้าต้องเอ่ยปากอ้อนวอน ออดอ้อนขอร้องให้เขาหยุดเพื่อให้ข้าได้พักสักหน่อย ไม่ว่าจะเรียกว่า 'ท่านพี่' 'สามี' หรือ 'รันเอ๋อร์' แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุดอยู่ดี... แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า? ใช่หรือไม่... ท่านพี่?”

หลิงเยวี่ยหันไปส่งสายตาหวานเชื่อมเย้ายวนให้ยูรัน

เยวียนชิงเหยากัดฟันพร้อมหันไปมองลูกชาย "หลิงเยวี่ย!!!"

แต่ทว่า ยูรันกลับนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามใด ๆ

ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวนั้น บรรดาภรรยาทุกคนที่เคยผ่านการหลับนอนกับยูรันมาแล้ว ย่อมรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งและไร้เทียมทานของสามีตนเองดีที่สุด! ใบหน้าเนียนของหญิงสาวทุกคนรอบโต๊ะไม่ว่าจะเป็นหนานอวี้ ไป๋หลิง ซูเม่ยเหยา มู่เสวี่ยหนิง ฯลฯ ต่างก็แดงซ่านร้อนฉ่าไปถึงใบหูกันหมด!

ขณะที่เยวียนชิงฝูที่นั่งอยู่บนตักของยูรัน ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัว อ้าปากค้าง สมองน้อย ๆ ของนางเกิดอาการช็อตดับกระทันหัน

[อะ... อะ... อะ... อะ... น... น... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!]

เยวียนชิงฝูหันขวับมามองยูรัน ร้องถามเสียงหลงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ท่านพี่... ไม่จริงใช่ไหมเจ้าคะ?! ”

ยูรันปรายสายตามองน้องสาว ตอบหน้านิ่งพยายามป้อนอาหารใส่ปากนางต่อ

“ไม่สำคัญ นี่เป็นเรื่องส่วนตัว จะถามทำไม? กินต่อไป... เอ้า”

ไป๋หลิงที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ยิ้มมุมปาก ยกยิ้มเย้ยหยันส่งให้เยวียนชิงฝู ก่อนเอ่ยซ้ำอย่างผู้ชนะ

“จริงนะ... สามีเคยสยบพวกเราพร้อมกันสี่คนในคืนเดียวมาแล้วด้วยซ้ำ”

เยวียนชิงฝูฟังดังนั้นก็โกรธจัดจนควันออกหู! จ้องมองไป๋หลิงและบรรดาภรรยาด้วยความโมโหสุดขีดในใจ

[นังพวกแพศยาพวกนี้... ถึงขนาดกล้ารวมหัวกันรุมพี่ชายข้าถึงสี่คนเชียวหรือ?!]

ขณะที่เยวียนชิงลู่ซึ่งนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหน้าแดงจัด กลืนน้ำลายดังเอื้อก พลางพึมพำในใจด้วยความตกตะลึง

[สี่คน?! สี่คนพร้อมกันเลยหรือ?! อึก... พี่ชายจะป่าเถื่อนเกินไปแล้ว!]

ยูรันถอนหายใจยาว ปรับสีหน้าตัดบทเอ่ยขึ้นหน้านิ่ง

“พอแล้ว... ตาแก่ จะยืนแอบฟังตรงหน้าประตูอีกนานไหม? เดี๋ยวอาหารก็เย็นหมดหรอก”

เยวียนจ้าวคุนที่ยืนแอบฟังเรื่องราวอย่างใจจดใจจ่ออยู่หน้าประตูตั้งแต่แรก ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ! เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ย่อตัวเดินถือจานไข่เจียวตรงเข้ามานั่งลงข้าง ๆ ฉินหลัวซือทันที

เยวียนจ้าวคุนยิ้มกว้าง วางจานไข่เจียวตรงหน้าภรรยาด้วยความภาคภูมิใจ

“หลัวซือ... นี่ ไข่เจียว ลองชิมดูสิ ข้าตั้งใจทำมาให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ!”

ผู้คนรอบโต๊ะที่ได้ยินประโยคนั้นต่างก็อ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง! เจ้าตำหนักเสวียนเยว่ผู้ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ถึงกับลงมือเข้าครัวทำอาหารให้ภรรยา... บ้าไปแล้ว!

ฉินหลัวซือหันไปมองยูรันด้วยความประหลาดใจ เอ่ยถามขึ้น

“จริงหรือ?”

ยูรันตอบสวนกลับหน้านิ่งเรียบเฉย

“เป็นความจริง ท่านป้าสะใภ้... ตาแก่ตั้งใจทำเป็นอย่างมาก... ละมั้งนะ”

ฉินหลัวซือขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยย้อนถามอย่างสงสัย

“ทำไมต้องมี ‘ละมั้ง’ ด้วยเล่า?”

ยูรันยักไหล่ ตอบเรียบ ๆ

“ข้าแค่ไม่แน่ใจว่า ตาแก่ตั้งใจทำจริง ๆ หรือเปล่าน่ะสิ”

ซูเม่ยเหยาหลุดยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยช่วยเป็นพยานยืนยันให้อย่างอ่อนโยน

“ข้าเป็นพยานได้เจ้าค่ะ... ท่านเจ้าตำหนักตั้งใจทำจริง ๆ เขาตื่นมาเข้าครัวก่อนพวกเราจะเข้าไปทำอาหารเสียอีก”

ฉินหลัวซือเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พยักหน้าเบา ๆ ราวกับเริ่มเข้าใจ

“หืม... ก็ว่าอยู่นะ เมื่อเช้านี้แอบตื่นย่องออกไปเร็วผิดปกติ”

เยวียนจ้าวคุนยืนมองภรรยาด้วยความลุ้นระทึก ใบหน้าคมเข้มบัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยเหมือนชายหนุ่มวัยรุ่น เขารีบยื่นตะเกียบให้ฉินหลัวซือด้วยความเอาอกเอาใจ

“หลัวซือ... ลองชิมดูสักนิดสิ อาจจะไม่ค่อยงดงามนัก แต่ข้าตั้งใจฝึกทอดมันหลายรอบจริง ๆ นะ”

ฉินหลัวซือปรายสายตามองสภาพไข่เจียวในจานที่มีรอยไหม้ดำจาง ๆ สลับกับมองใบหน้าของสามี ที่แม้จะเช็ดเขม่าออกไปบ้างแล้ว แต่ตรงโหนกแก้มก็ยังมีรอยคราบควันดำติดอยู่ประปราย

นางหลุดยิ้มอ่อนโยนที่มุมปาก รับตะเกียบมาคีบไข่เจียวเข้าปากชิมเบา ๆ หนึ่งคำ

รสชาติที่สัมผัสได้นั้น... เค็มไปนิด อมน้ำมันหน่อย ๆ แถมยังมีกลิ่นไหม้ไหม้จาง ๆ ทว่าฉินหลัวซือกลับเคี้ยวอย่างละเลียด สายตาที่มองเยวียนจ้าวคุนอบอุ่นและอ่อนโยนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ

“เป็นอย่างไรบ้างหลัวซือ? อร่อยหรือไม่?” เยวียนจ้าวคุนถามอย่างตื่นเต้น กุมมือเกร็งแน่น

ฉินหลัวซือบีบมือสามีตอบ อมยิ้มเขินอาย “อร่อยสิ... ไม่ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อท่านพี่ตั้งใจเข้าครัวตื่นมาทำให้อย่างเอาใจใส่เช่นนี้ สำหรับข้าแล้ว มันคือไข่เจียวที่อร่อยและมีความสุขที่สุดเลยเจ้าค่ะ”

เยวียนจ้าวคุนได้ยินคำหวานจากปากภรรยา ก็ถึงกับยิ้มแก้มปริ ตาเป็นประกายหวานซึ้ง จับมือฉินหลัวซือเอาไว้แน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยด

“หากเจ้าชอบ... วันหลังข้าจะตื่นมาฝึกทำอาหารให้เจ้าทานทุกวันเลย ดีหรือไม่หลัวซือ?”

ฉินหลัวซือออดอ้อนตอบ “ดีเจ้าค่ะ... ขอเพียงท่านพี่ทำ ข้าก็พร้อมจะทานทุกวัน”

บรรยากาศหวานชื่นประหนึ่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันอบอวลไปทั่วโต๊ะอาหาร จนสีชมพูจาง ๆ แทบจะลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง!

ทว่าในจังหวะนั้นเอง...

“แหวะ... พะ... อุ๊บ!”

ยูรันที่นั่งมองภาพหวานชื่นตรงหน้า ถึงกับยกมือขึ้นอุดปาก ทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมาจริง ๆ!

เยวียนชิงฝูที่นั่งอยู่บนตักของเขาถึงกับตกใจ ตาโต ร้องถามเสียงหลงด้วยความห่วงใย

“ท่านพี่!! เป็นอะไรไปเจ้าคะ?! ”

ทุกคนรอบโต๊ะอาหารต่างก็ละสายตา หันขวับมามองยูรันเป็นตาเดียวด้วยความสงสัย

ยูรันกลืนน้ำลายลงคอ ปรับสีหน้ากลับมาเป็นว่างเปล่าหน้านิ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ

“ข้าไม่เป็นไร... แค่เหม็นกลิ่นความหวานแถวนี้ มันมากเกินไปหน่อย... ก็เลยอยากจะอ้วกน่ะ”

เยวียนจ้าวคุนฟังดังนั้นก็เส้นเลือดขมับกระตุกตึ้บ! ถลึงตาใส่หลานชายด้วยความโมโหแกมเขินอาย ตบโต๊ะปึ้งแล้วคำรามลั่น

“หน็อย! ไอหลานเวร! เจ้าอยากโดนข้าอัดมากสินะ!”

ฉินหลัวซือหันขวับไปมองสามีทันที ดวงตาสุกใสปรายสายตามองด้วยรอยยิ้มหวาน ทว่าน้ำเสียงกลับเย็นขึ้นหลายส่วน

“ท่านพี่... หลานชายแค่แซวเฉย ๆ ท่านจะอารมณ์ร้อนไปทำไมกันเจ้าคะ?”

เยวียนจ้าวคุนที่กำลังเกรี้ยวกราด ถึงกับสะดุ้งโหยง หดหัวลงทันทีเหมือนเต่าตกใจ

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ตอบสวนกลับหน้านิ่งเรียบเฉย

“สมแล้วที่เป็นท่านป้าสะใภ้ ฉลาดยิ่งนัก”

ฉินหลัวซืออมยิ้มบาง ๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“ปากหวานเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ เลยนะเรา”