คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 415 เยวียนชิงลู่จะได้เป็นผู้สืบทอด... จะไม่มีวันเปลี่ยน7,877 ตัวอักษร

ตอนที่ 415 เยวียนชิงลู่จะได้เป็นผู้สืบทอด... จะไม่มีวันเปลี่ยน

หนานอวี้ฟังดังนั้นก็ตบโต๊ะเบา ๆ ลุกขึ้นชี้ชวนหาพวกทันที

“เช่นนั้นพวกเรามาแบ่งฝั่งกันเลยดีกว่า! ใครจะร่วมมือกับพวกข้าบ้าง? ไม่อย่างนั้นก็ถอยไปอยู่นู่นเลยนะ!”

เซี่ยหลานอิงรีบยกมือปฏิเสธทันที “ข้ากับเยว่หลีไม่ขอเอาด้วยหรอกนะ”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้ว... ต่อให้ข้าจะสนิทกับพวกเจ้าสามคนตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มาอยู่ยอดเขาจันทราก็เถอะ แต่เรื่องนี้คงต้องขอผ่าน”

ซูเม่ยเหยากวาดสายตามองหญิงสาวรอบตัว ก่อนเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ

“นับรวมข้า ซินเยวี่ย เสวี่ยหนิง และชิงถานเข้าไปด้วย... พวกเราไม่ขอเอาด้วยหรอก”

เซียวซินเยวี่ยทำหน้ามุ่ย เอ่ยท้วงขึ้น “ทำไมล่ะเจ้าคะท่านอาจารย์? ข้าว่าสงครามนี้ออกจะน่าสนุกดี!”

ซูเม่ยเหยาหันไปดุนางทันที

“ไร้สาระ! ลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าพวกเราต้องฝึกทำอะไรกัน?! อย่าลืมนะว่ายังมีตำราที่ยังไม่ได้อ่านกองอยู่อีกเป็นภูเขา แล้วไหนจะประสบการณ์ที่ต้องฝึกฝนจากตำราพวกนั้นอีก แล้วไหนจะ 'ผนึกร้อยชีวิต' ที่สามียังไม่ได้สอนพวกเราอีกล่ะ?! พวกเราไม่ได้มีเวลาว่างไปเปิดศึกไร้สาระอะไรทั้งนั้น!!”

เพียะ!

หนานอวี้ได้ยินดังนั้นถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองดังแป๊ะ!

“จริงด้วย! งั้นข้าขอถอนตัวด้วยคน!”

หลานชิงอวี้จิบชาเบา ๆ ก่อนเอ่ยสรุปหน้านิ่ง

“เอาจริงๆ แล้ว หากท่านอาจารย์กับศิษย์พี่รองไม่คอยไปยั่วโมโหน้องสาวของเขาตั้งแต่แรก มันก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าเองก็ไม่ขอร่วมวงด้วย งานพวกเราเยอะจริง ๆ แค่อ่านตำราและทำความเข้าใจก็หมดวันแล้วเจ้าค่ะ”

ทันใดนั้น ลู่ชิงถานก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย อมยิ้มเอ่ยเสนอความคิดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสใสซื่อ

“ข้ามีวิธีเจ้าค่ะ! ในเมื่อพวกเรายุ่งกันหมด เช่นนั้นขอแค่พี่หญิงไป๋หลิงกับพี่หญิงหลิงเยวี่ยไม่ไปยั่วโมโหนางก่อนก็พอแล้วนี่เจ้าคะ... แล้วถ้าหากนางเป็นฝ่ายมายั่วโมพวกเราคืน ก็แค่ส่งคนไร้ประโยชน์ที่สุดอย่างพี่หญิงโม่ชิงเฟิง ผู้อาวุโสเฟิง แล้วก็ผู้อาวุโสเหอ... ทั้งสามคนนี้ให้ตอบโต้แทนก็สิ้นเรื่องแล้วนี่เจ้าคะ!”

“เอ๋?!”

โม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิง ถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นพร้อมกันทันที!

โม่ชิงเฟิงรีบโบกไม้โบกมือ ร้องประท้วงเสียงหลง

“พี่สาวไม่ได้ไร้ประโยชน์นะ!! พี่สาวเป็นถึงบัณฑิต หนังสือที่ต้องอ่านก็เยอะแยะมากมายเหมือนกัน เพราะงั้นพี่สาวทำไม่ได้หรอก! ยกหน้าที่นี้ให้ผู้อาวุโสเฟิงกับผู้อาวุโสเหอไปเลย!”

เฟิงซูหลานตาโต รีบเบรกทันควัน “เดี๋ยวก่อน! พวกข้ายังไม่ได้ตกลง...”

หลิงเยวี่ยตัดบทน้ำเสียงเด็ดขาด “มีเหตุผล... เอาตามนี้ แยกย้ายได้!”

พูดจบ หลิงเยวี่ยและพวกพ้องภรรยาทั้งหลายก็ลุกขึ้น หายตัวออกจากห้องไปในพริบตา!

เหอหว่านชิงร้องห้ามเสียงหลง “ไม่ได้นะหลิงเยวี่ย—!”

ทว่าพูดยังไม่ทันจบประโยค ทุกคนก็สลายตัวหายไปจนหมดห้องเสียแล้ว ทิ้งให้เฟิงซูหลานและเหอหว่านชิงยืนอ้าปากค้าง มองหน้ากันเองด้วยความตะลึงงัน!


ภายในห้องพักของเยวียนชิงฝู

บรรยากาศช่วงเช้าเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ยูรันนั่งอยู่บนเตียง โดยมีสุ่ยหลานอิงและสุ่ยหลานซีนั่งอยู่เคียงข้าง ขณะที่เยวียนชิงฝูนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงปลายเตียง จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเป็นประกาย

ยูรันยกฝ่ามือขึ้น ควบแน่นสายน้ำก้อนเล็ก ๆ ไหลวนอยู่บนฝ่ามืออย่างนุ่มนวล ก่อนเริ่มเอ่ยสอนขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

“น้ำ... อยากให้เป็นอะไรก็เป็น น้ำเปลี่ยนรูปร่างได้ไม่จำกัด เช่น ปรับอุณหภูมิเป็นน้ำแข็ง หรือเปลี่ยนแรงดันเป็นละอองไร้รูปทรง ส่วนเรื่องอื่น ๆ พวกเจ้าสองคนต้องอ่านหนังสือให้เยอะกว่านี้นะ”

สุ่ยหลานอิงฟังแล้วก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอียงศีรษะถอนหายใจเบา ๆ เอ่ยความในใจออกมา

“ท่านพี่... ข้าคิดว่าคงไม่ได้เจอท่านพี่แล้ว ข้าคงถอนหมั้นไปนานแล้ว ไม่คิดว่าจะมาเจอท่านพี่เช่นนี้ แถมยังมีภรรยามากขนาดนี้... ข้ากังวลมากเจ้าค่ะ”

ยูรันปรายสายตามองตอบเรียบ ๆ “กังวลเรื่อง?”

สุ่ยหลานอิงหลบสายตาเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบา

“ข้ากลัวว่าไม่อาจสู้รัชทายาทได้... และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผู้อาวุโสหลิงเยวี่ย ผู้อาวุโสเหอ ผู้อาวุโสเฟิง อีกล่ะเจ้าค่ะ”

ยูรันยกชาขึ้นจิบ ตอบสวนกลับหน้านิ่ง

“กังวลทำไม? ข้าบอกพวกนางไว้แล้ว ห้ามใช้พลังข่มกัน ห้ามใช้ฐานะ ห้ามฆ่ากัน และข้ามีภรรยาหลายคนแน่นอน พวกนางรับได้... แล้วพวกเจ้ารับได้รึเปล่า?”

สุ่ยหลานอิงอมยิ้มบาง ๆ พยักหน้ารับ “ภรรยาหลายคนข้ารับได้... แล้วใครเป็นภรรยาเอกเจ้าคะ?”

ยูรันยักไหล่ตอบเรียบ ๆ “ไม่มี... เพราะแบบนั้นถึงได้ห้ามใช้ฐานะกับพลังไง พวกนางเลยต้องอ่านหนังสือเยอะหน่อย ไม่อย่างนั้นเจ้าจะโดนล้อว่าไร้ประโยชน์ เหมือนโม่ชิงเฟิงนะ”

สุ่ยหลานซีได้ยินดังนั้นก็เบิ่งตากว้าง รีบชูกำปั้นขึ้นเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว

“ท่านพี่ ข้าจะพยายามเจ้าค่ะ! ข้าไม่อยากโดนล้อว่าไร้ประโยชน์!”

ยูรันพยักหน้ารับหน้านิ่ง “ดีแล้ว”

สุ่ยหลานอิงมองแผ่นหลังสามีด้วยสายตาหวานเชื่อม ก่อนเอ่ยออดอ้อนเสียงนุ่ม

“ข้าขอกอดได้ไหมเจ้าคะ?”

ยูรันตอบสวนกลับทันที “ทำไมต้องถาม... ไม่เห็นต้องถามเลยนี่”

พูดจบ สุ่ยหลานอิงและสุ่ยหลานซีก็โผเข้ากอดซ้ายกอดขวาแนบชิดอกของยูรันทันที!

สุ่ยหลานอิงช้อนสายตามอง ยิ้มหวานเอ่ยอ้อนต่อ

“ท่านพี่... ข้าขอแสดงความรักแนบชิดกับท่านพี่ด้วยได้ไหมเจ้าคะ?”

ยูรันตอบหน้านิ่งเรียบเฉย “ได้สิ”

พูดจบ ทั้งสองสาวก็ชะโงกหน้าหอมแก้มยูรันคนละข้างด้วยความเอ็นดูและความรักจนเกิดเสียงดังฟอด!

เยวียนชิงฝูที่นั่งมองอยู่ตรงปลายเตียง ถึงกับตบเตียงดังปึ้ง ร้องโวยวายขึ้นเสียงหลงด้วยความหมั่นไส้

“พวกเจ้าจะมากเกินไปแล้วนะ! ข้ายังนั่งอยู่ตรงนี้นะ! จะหวานกันก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย!”

สุ่ยหลานอิงหันไปส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้เยวียนชิงฝู เอ่ยหยอกกลับ

“พี่หญิง... ก็หาสามีบ้างสิเจ้าคะ”

เยวียนชิงฝูทำหน้ามุ่ย เชิดหน้าตอบทันควัน

“ไม่เอา! ข้าก็เคยคิดแหละว่าจะหา... แต่ว่าพอมาเจอท่านพี่แล้ว ไม่มีใครสู้ท่านพี่ได้เลยสักคน! ข้าเลยสาบานในใจว่า ต้องหาคนที่เก่งให้ได้สักครึ่งหนึ่งของท่านพี่ ข้าถึงจะยอมแต่งด้วย!”

ยูรันปรายสายตามองน้องสาวคนเล็ก ก่อนเอ่ยตอบสวนกลับหน้านิ่งเรียบเฉย

“อืม... เช่นนั้น คงไม่มี”

เยวียนชิงฝูถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง “แค่ก ๆ ๆ !”

นางรีบปรับสีหน้า กลบเกลื่อนรอยเขินแล้วขยับเข้าไปใกล้ ย้อนถามเรื่องสำคัญทันที

“ว่าแต่ท่านพี่... ท่านคิดว่าท่านแม่จะโน้มน้าวพวกตาแก่พวกนั้นได้หรือไม่เจ้าคะ?”

ยูรันวางถ้วยชาลงเบา ๆ สายตาปรายมองออกไปนอกหน้าต่างหน้านิ่งเรียบเฉย ทว่าน้ำเสียงกลับทรงพลังและเด็ดเดี่ยวถึงที่สุด

“ได้ไม่ได้... ข้าไม่รู้ ทว่าปลายทางถูกกำหนดไว้แล้ว เยวียนชิงลู่จะได้เป็นผู้สืบทอด... จะไม่มีวันเปลี่ยน”


ณ หอประชุมสภาตระกูลเยวียน (เปิดฉากวันแรกของการประชุมสภา - รวม 9 สาย)

บรรยากาศภายในตำหนักโถงสภาตระกูลเต็มไปด้วยความอลังการ เคร่งขรึม และกดดันอย่างถึงที่สุด! ธงประจำสายรองทั้งแปดสาขาถูกแขวนโบกสะบัดอยู่เหนือม้านั่งสถิตสภา

แท่นประธานสูงสุด นำโดย เยวียนจ้าวคุน เจ้าตำหนักเสวียนเยว่คนปัจจุบัน นั่งเคียงข้างด้วย ฉินหลัวซือ ฮูหยินเจ้าตำหนัก, เยวียนชิงเหยา มารดาของยูรัน และ เยวียนชิงลู่ แคนดิเดตผู้สืบทอดที่ได้รับการเสนอชื่อ

ทว่า บนแท่นประธานกลับว่างเปล่าไปสองที่... ซึ่งก็คือที่นั่งของ ยูรัน และ เยวียนชิงฝู น้องสาวฝาแฝดคนเล็กนั่นเอง

รอบลานสภาเบื้องล่าง บรรดาผู้อาวุโสทั้งแปดสายรองต่างนั่งประจำตำแหน่งอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พร้อมด้วยเหล่าบุตรชายและบุตรีรุ่นเยาว์ของแต่ละบ้านที่ตามมาร่วมฟังประชุม:

  • สายรองที่ 1 (ฝ่ายอนุรักษ์นิยม): เยวียนจิ้งเทียน ผู้อาวุโสใหญ่ นั่งหน้าบึ้งตึงข้างกายบุตรชายคนโต เยวียนเทียนอวี้, บุตรชายคนรอง เยวียนเทียนอี้, บุตรชายคนที่สาม เยวียนเทียนเฉิง และบุตรีคนเล็ก เยวียนเทียนเยว่
  • สายรองที่ 2: เยวียนจิ้งไห่ นั่งล้อมรอบด้วยบุตรชายคนโต เยวียนเหวินเจ๋อ (ที่โหนกแก้มยังมีรอยเขียวช้ำ), บุตรชายคนรอง เยวียนเหวินฮ่าว, บุตรชายคนที่สาม เยวียนเหวินป๋อ, บุตรสาวคนที่สี่ เยวียนเหวินหลาน และบุตรีคนเล็ก เยวียนเหวินอวี้ ที่กำลังชะโงกหน้าแอบมองหา 'พี่ชายจ๋า'
  • สายรองที่ 3: เยวียนจิ้งซาน พร้อมด้วยบุตรชายคนโต เยวียนหลิงเฟิง (แคนดิเดตฝั่งสาย 3), บุตรีคนรอง เยวียนหลิงซวง (ยืนกอดอกสายตาเรียบเฉย), บุตรชายคนที่สาม เยวียนหลิงหยาง, บุตรีคนที่สี่ เยวียนหลิงซิน และบุตรชายคนเล็ก เยวียนหลิงอวิ๋น
  • สายรองที่ 4 ถึง 8:
  • สาย 4 (ฝ่ายคลัง): เยวียนจิ้งคัง พาบุตรชายคนโต เยวียนคังหมิง, บุตรชายคนรอง เยวียนคังหยาง, บุตรี เยวียนคังหลิง และ เยวียนคังเยว่
  • สาย 5 (ฝ่ายศาสตราวุธ): เยวียนจิ้งอู่ พาบุตรชายคนโต เยวียนอู่เฉิง, บุตรชายคนรอง เยวียนอู่เฟิง, บุตรชายคนที่สาม เยวียนอู่หลิน และบุตรี เยวียนอู่ซิน
  • สาย 6 (ฝ่ายโอสถ): เยวียนจิ้งเซียน พาบุตรชายคนโต เยวียนเซียนโหย่ว, บุตรี เยวียนเซียนอวิ๋น, บุตรชายคนที่สาม เยวียนเซียนหลิน และบุตรี เยวียนเซียนเหยา
  • สาย 7 (ฝ่ายค่ายกล): เยวียนจิ้งจือ พาบุตรชายคนโต เยวียนจือหยวน, บุตรชายคนรอง เยวียนจือเสวียน, บุตรี เยวียนจือหลิง และบุตรชายคนเล็ก เยวียนจือฮ่าว
  • สาย 8 (ฝ่ายข่าวกรอง): เยวียนจิ้งหมิง พาบุตรชายคนโต เยวียนหมิงเจ๋อ, บุตรี เยวียนหมิงเสวี่ย, บุตรชายคนที่สาม เยวียนหมิงฮวน และบุตรี เยวียนหมิงเยว่