คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 416 ขออนุญาตเจ้าค่ะ!!8,320 ตัวอักษร

ตอนที่ 416 ขออนุญาตเจ้าค่ะ!!

ทันทีที่กวาดสายตามองเห็นแท่นประธานว่างเปล่าไปสองที่...

เยวียนจิ้งเทียน ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสายรองที่หนึ่ง ก็เค้นหัวเราะในลำคอ “หึ!” ตบม้านั่งดังปึ้ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงข่มขวัญดูแคลน

“กลับมาตระกูลทั้งที มีประชุมสภาตระกูลนัดสำคัญถึงเพียงนี้... ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ยอมโผล่หัวมาเข้าประชุม! ช่างใช้ไม่ได้เลยทั้งพี่ทั้งน้อง!”

เยวียนชิงเหยาฟังดังนั้นก็เหลือบสายตามองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยรอยยิ้มเย็นชา สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด

“ผู้อาวุโสใหญ่... ลูกชายข้าไม่อยากมานั่งฟังเรื่องไร้สาระของพวกตาแก่คร่ำครึ มันแปลกตรงไหนกัน? หากท่านอยากพบเขานัก... เหตุใดไม่ลองเดินไปตามเขาที่เรือนพักด้วยตัวเองเล่า? ดูสิว่าเขาจะยอมเดินมากับท่าน หรือจะตบท่านฟันร่วงหมดปากกันแน่!”

“เจ้า...!!!” เยวียนจิ้งเทียนถึงกับหน้าดำหน้าแดง กัดฟันขบเคี่ยวด้วยความโมโห

เยวียนจ้าวคุนยกคทาเจ้าตำหนักขึ้นเคาะลงบนพื้นเบา ๆ ดัง กึก! เอ่ยตัดบทน้ำเสียงทรงอำนาจ

“เอาล่ะ! ในเมื่อมากันพร้อมหน้าแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มวาระประชุมเรื่อง 'ผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าตำหนักเสวียนเยว่' ได้! ในเมื่อยูรันได้ปฏิเสธรับตำแหน่งเจ้าตำหนักไปแล้ว และเขาได้มอบหมายตำแหน่งผู้สืบทอดให้แก่ เยวียนชิงลู่ ดังนั้น สภาสายหลักจึงขอเสนอรับรองเยวียนชิงลู่ขึ้นเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ!”

เยวียนจิ้งเทียน ตบโต๊ะเสียงดังปึ้งอีกครั้ง! เอ่ยคัดค้านขึ้นทันที

“ข้าขอคัดค้าน! ในเมื่อยูรันปฏิเสธรับตำแหน่ง เช่นนั้นสิทธิ์ก็ต้องเปิดกว้างแก่บุรุษสายรอง! เยวียนชิงลู่เป็นสตรี สภาตระกูลไม่เคยมีธรรมเนียมตั้งสตรีขึ้นเป็นผู้สืบทอด! ดังนั้น สายหลักในตอนนี้จึงไม่อาจยึดครองสิทธิ์ผู้สืบทอดไว้ได้เพียงฝ่ายเดียว!”

เยวียนจิ้งไห่ ผู้นำสายรองที่สอง รีบเอ่ยรับช่วงต่อทันที

“ถูกต้อง! ตำแหน่งผู้สืบทอดควรเปิดกว้างให้แก่บุรุษสายรอง! บุตรชายคนโตของข้า เยวียนเหวินเจ๋อ มีทั้งความพร้อมและฝึกฝนในตระกูลมาโดยตลอด เหมาะสมที่สุด!”

เยวียนจิ้งซาน ผู้นำสายรองที่สาม ไม่ยอมแพ้ เอ่ยแทรกขึ้นเช่นกัน

“เยวียนเหวินเจ๋อยังขาดความสุขุม! บุตรชายคนโตของข้า เยวียนหลิงเฟิง ต่างหากที่มีทั้งความสามารถและตบะอันโดดเด่น!”

เยวียนชิงเหยาฟังคำโอ้อวดของบรรดาผู้อาวุโสสายรองแล้วก็เค้นหัวเราะเย็นชาออกมาทันที นางตบโต๊ะดังปึ้ง! สายตาคมกริบสาดประกายข่มขวัญ

“ไร้สาระ! เหวินเจ๋อ กับ หลิงเฟิง ของพวกเจ้าน่ะหรือเหมาะสม?! เมื่อวานซืนเหวินเจ๋อยังโดนชิงลู่อัดจนร่วงไปกองกับพื้น! แถมตบะของเขาก็ยังเทียบไม่ได้กับลูกสาวข้าด้วยซ้ำ!”

เยวียนเหวินเจ๋อ ได้ยินดังนั้นก็หน้าดำหน้าแดง รีบขยับตัวลุกขึ้นยืนตวาดสวนกลับด้วยความโมโหแกมอับอายขายหน้า

“ท่านป้าชิงเหยา! วันนั้นข้าแค่ประมาทเลินเล่อหรอกนะ! หากประลองกันใหม่ตามกฎระเบียบอย่างยุติธรรม ข้าไม่มีทางแพ้แน่!”

เยวียนหลิงเฟิง บุตรชายคนโตสาย 3 หัวเราะเค้นในลำคอ เหยียดยิ้มเย้ยหยันใส่เยวียนเหวินเจ๋อทันที

“เหอะ! เหวินเจ๋อ... เจ้าแพ้ก็คือแพ้ มีหน้าอะไรมาอ้างว่าประมาท? หากสายรองที่สองของพวกเจ้าพ่ายแพ้จนขายหน้าสภาถึงเพียงนี้ เช่นนั้นสิทธิ์แคนดิเดตก็ควรตกมาเป็นของข้าต่างหาก!”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ หลิงเฟิง?!” เยวียนเหวินเจ๋อกัดฟันกรอด หันไปจ้องหน้าหลิงเฟิงตาเขม็ง “คิดว่าตบะของเจ้าสูงกว่าข้าขั้นเดียวแล้วจะเอาชนะข้าได้งั้นหรือ?!”

เยวียนเทียนอวี้ บุตรชายคนโตของผู้อาวุโสใหญ่สาย 1 ขยับตัวลุกขึ้นยืน ก้าวออกมายืนกลางลานสภาด้วยรอยยิ้มวางท่าทระนง เอ่ยขัดขึ้นเสียงกังวาน

“พวกเจ้าทั้งสองคนอย่าเพิ่งเถียงกันเลย... ให้ข้าประลองแทนดีหรือไม่ ท่านป้าชิงเหยา? ในเมื่อเหวินเจ๋อเอาชนะน้องหญิงชิงลู่ไม่ได้ และหลิงเฟิงเองก็ยังฝีมือครึ่ง ๆ กลาง ๆ งั้นให้ข้าประลองทดสอบนางแทนเป็นอย่างไร? ตบะของข้าบรรลุระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสูงแล้ว ไม่ได้ห่างชั้นจากน้องหญิงชิงลู่มากนัก ย่อมพิสูจน์ความเหมาะสมได้อย่างแท้จริง!”

เยวียนอู่เฉิง บุตรชายคนโตสาย 5 (ฝ่ายศาสตราวุธ) ลุกขึ้นกอดอก เอ่ยเสียงเข้มเสริมขึ้นอีกคน

“ถูกต้อง! สตรีจะปกครองตระกูลและนำทัพศาสตราวุธได้อย่างไร? พวกเราบุรุษรุ่นเยาว์สายรองต่างทุ่มเทฝึกฝนเหงื่อหลั่งต่างน้ำมาตลอดหลายปี หากสภาตระกูลตั้งสตรีขึ้นเป็นผู้สืบทอดโดยไม่ผ่านการประลองสยบพวกเรา ย่อมไม่มีวันทำให้รุ่นเยาว์สายรองยอมรับได้!”

ทางด้านที่นั่งสาย 2 เยวียนเหวินอวี้ นั่งเท้าคางถอนหายใจยาว พึมพำบ่นในใจด้วยความน้อยใจสุดขีด

[เฮ้อ... เช้าวันนี้ข้าอดเจอพี่ชายจ๋าจนได้! แถมยังต้องโดนท่านพ่อลากเข้ามาฟังประชุมอะไรก็ไม่รู้ ไร้สาระ ไม่เห็นสำคัญตรงไหนเลยสักนิด! แถมพี่ชายจ๋าก็ดันไม่ยอมมาเข้าประชุมอีก... น่าน้อยใจชะมัด!]

เยวียนเหวินหลาน พี่สาวคนที่สี่ของสาย 2 สังเกตเห็นท่าทีเหม่อลอยน้อยใจของน้องสาวคนเล็ก ก็ขมวดคิ้วเอียงศีรษะสะกิดถามด้วยความสงสัย

“เหวินอวี้... เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ?”

เยวียนเหวินอวี้หันมาถอนหายใจใส่พี่สาว “ไม่มีอะไรหรอกพี่สี่... ข้าแค่กำลังเบื่อตาแก่กับพวกพี่ชายเถียงกันน่ะ”


การโต้เถียง ประชันฝีปาก และฉอดใส่กันเรื่องกฎระเบียบตระกูล ความเหมาะสม สิทธิ์สตรี และข้อเสนอประลองของบรรดารุ่นเยาว์สายรอง ดำเนินไปอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนจนกระทั่งแสงอาทิตย์ของ วันแรก เริ่มลับขอบฟ้า!

ทว่า ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยังไม่อาจหาข้อสรุปได้ สายหลักปฏิเสธข้อเสนอประลอง ส่วนสายรองก็ดื้อแพ่งไม่ยอมรับรองมติ!

ยามค่ำคืนของวันแรกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น... ไฟในตำหนักสภาตระกูลยังคงเปิดสว่างโร่

ทันใดนั้น เยวียนหลิงซวง ที่นั่งทนฟังพวกผู้ใหญ่และพวกพี่ชายเถียงกันมาตลอดทั้งวันจนเอื่อมระอาเต็มที ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางถอนหายใจยาวก่อนจะยกมือขึ้นกลางลานสภา เอ่ยขัดขึ้นเสียงเรียบ

“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คงไม่มีทางหาข้อสรุปได้แน่... ไม่สู้ให้พวกเราออกไปก่อน แล้วให้พวกท่านนั่งคุยกันไปไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ? นี่ก็เย็นมากแล้ว ในเมื่อสตรีไม่มีสิทธิ์มีเสียง ข้าเองก็ไม่อยากนั่งฟังเท่าไรนักหรอก”

เยวียนเหวินอวี้ พอได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ต้านเป็นประกายวาววับ รีบยกสองมือขึ้นสนับสนุนทันควัน!

“ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ!!”

เยวียนเหวินหลาน พี่สาวคนที่สี่ของสาย 2 เห็นท่าทีดีใจจนออกนอกหน้าของน้องสาวคนเล็ก ก็ขมวดคิ้วเอียงศีรษะสะกิดถามด้วยความสงสัย

“ทำไมเจ้าถึงดูอยากออกไปนัก เหวินอวี้? นี่เป็นเรื่องสำคัญของตระกูลนะ!”

เยวียนเหวินอวี้เชิดหน้าตอบสวนกลับทันที

“ไม่สำคัญแล้วเจ้าค่ะ!!”

เยวียนหลิงซิน พี่สาวคนที่สี่แห่งสาย 3 เลิกคิ้วขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ “ไม่สำคัญ? ทำไมถึงเป็นแบบนั้นไปได้เล่า น้องหญิง?”

เยวียนเหวินอวี้กระทืบเท้าเบา ๆ ยืนยันคำเดิม “ไม่สำคัญก็คือไม่สำคัญเจ้าค่ะ!!”

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งที่นั่งสายรองที่แปด (ฝ่ายข่าวกรอง)...

เยวียนจิ้งหมิง ผู้นำสาย 8 หันไปเอ่ยกระซิบกับบุตรชายและบุตรีทั้งสี่คนของตน (เยวียนหมิงเจ๋อ, เยวียนหมิงเสวี่ย, เยวียนหมิงฮวน, เยวียนหมิงเยว่) ด้วยน้ำเสียงจริงจังลึกล้ำ

“พวกเจ้า... พยายามหาทางเข้าไปตีสนิทบุตรชายของพี่หญิงชิงเหยาเอาไว้เสีย เรื่องตำแหน่งผู้สืบทอดนั่นน่ะไม่ได้สำคัญอะไรเลยอย่างที่เหวินอวี้ว่านั่นแหละ... การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับยูรันต่างหากคือเรื่องสำคัญที่สุด”

เยวียนหมิงเจ๋อ บุตรชายคนโตสาย 8 ขมวดคิ้วสงสัย เอ่ยถามกระซิบ “ท่านพ่อ... ท่านรู้อะไรมาหรือขอรับ?”

เยวียนจิ้งหมิง อมยิ้มลึกล้ำ ลูบเคราตอบ

“อืม... เมื่อวานและเมื่อวานซืน พวกเจ้าไม่ได้อยู่ด้วย ไว้คืนนี้ข้าจะบอกพวกเจ้าเอง การนั่งอยู่ฟังพวกเขาถกเถียงกันต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ออกไปกับพวกนางเห็นทีจะดีกว่า... ลองยกมือร่วมกับพวกนางดูสิ การประชุมครั้งนี้ ไม่มีทางจบลงในวันสองวันนี้แน่”

สิ้นคำสั่งของผู้เป็นพ่อ บุตรชายและบุตรีสาย 8 ทั้งสี่คน อันได้แก่ เยวียนหมิงเจ๋อ, เยวียนหมิงเสวี่ย, เยวียนหมิงฮวน และ เยวียนหมิงเยว่ ต่างมองหน้ากัน แล้วก็รีบพร้อมใจกันชูมือขึ้นกลางสภาอย่างพร้อมเพรียงเพื่อขอออกจากห้องประชุม!

ทางด้าน เยวียนจิ้งเซียน ผู้นำสายรองที่หก (ฝ่ายโอสถ) ที่นั่งอยู่ไม่ไกล เห็นเยวียนจิ้งหมิงส่งสัญญาณให้ลูก ๆ ชูมือเตรียมลุกออกไป ก็เกิดความคิดแบบเดียวกันขึ้นมาทันที! เขาหันไปเอ่ยกระซิบกับบุตรชายและบุตรีทั้งสี่คนของตน (เยวียนเซียนโหย่ว, เยวียนเซียนอวิ๋น, เยวียนเซียนหลิน, เยวียนเซียนเหยา) ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“พวกเจ้าด้วย! ชูมือขอออกไปกับพวกลูก ๆ สาย 8 เสีย! รีบออกไปหาทางทำความคุ้นเคยและผูกมิตรกับยูรันไว้... นั่นคือเรื่องที่ฉลาดที่สุดแล้ว!”

บรรดาบุตรชายและบุตรีสาย 6 ต่างพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพร้อมใจกันชูมือขึ้นร่วมวงสนับสนุนการออกจากห้องประชุมเพิ่มขึ้นอีกสี่คนทันที!

ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในสภากำลังวุ่นวายเรื่องรุ่นเยาว์ขอออกจากห้องประชุมนั้นเอง...

ปึ้ง!

ประตูโถงสภาตระกูลก็ถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็ว! ร่างของสาวใช้คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบ เหงื่อแตกซึมเต็มใบหน้า วิ่งตรงเข้าประตูมาอย่างไม่คิดชีวิต!

“ขออนุญาตเจ้าค่ะ!!”

สาวใช้ผู้นั้นเอ่ยตะโกนเสียงเห่ ปรี่ตรงดิ่งเข้ามาหา เยวียนชิงเหยา บนแท่นประธานอย่างรีบร้อน!

บรรดาผู้อาวุโสสายรองและเหล่าคนในสภาเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น แสดงสีหน้าไม่พอใจขึ้นทันที ผู้อาวุโสใหญ่เยวียนจิ้งเทียนเอ่ยตวาดเสียงเข้ม

“บังอาจ! สาวใช้ไร้การอบรม! ถือดีอย่างไรถึงกล้าบุกรุกเข้ามาขัดการประชุมสภาตระกูลเช่นนี้?!”

ทว่า สาวใช้ผู้นั้นกลับไม่ได้สนใจเสียงตวาดของพวกผู้อาวุโสเลยสักนิด นางปรี่เข้าไปหยุดอยู่ข้างกายเยวียนชิงเหยา โน้มตัวลงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้อน ผวาสุดขีด!

“ท่านหญิงเจ้าคะ... คือว่า คุณชายกำลังรอทานอาหารค่ำกับท่านและคุณหนูชิงลู่เจ้าค่ะ! เอ่อ... ดูเหมือนคุณชายกำลังหงุดหงิดหนักมากที่ท่านยังไม่เสร็จสิ้นเสียที... คุณชายตอนนี้เส้นเลือดปูดขึ้นบนใบหน้าและขมับเต็มไปหมดเลยเจ้าค่ะ! บ่าวเห็นท่าไม่ดีอย่างยิ่ง ก็เลยรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งท่านหญิง... กลัวเหลือเกินเจ้าค่ะว่าหากช้ากว่านี้ คุณชายอาจจะฟันที่นี่ทิ้งก็ได้เจ้าค่ะ!”