ตอนที่ 417 ก็จริง... ข้าเห็นด้วย
หลังจากสาวใช้รายงานเยวียนชิงเหยาเสร็จ นางก็รีบขยับก้าวเท้าตรงเข้าไปกระซิบข้างหู เยวียนจ้าวคุน ต่อทันทีด้วยสีหน้าผวาผวา
“เอ่อ... ท่านเจ้าตำหนักเจ้าคะ คุณชายฝากบ่าวมาบอกท่านว่า พวกท่านมีนัดเล่นไพ่นกกระจอกด้วยกันคืนนี้... และอีกเรื่องหนึ่ง คุณชายกำชับมาว่า หากท่านทำให้คุณชายใหญ่พลาดการกินข้าวมื้อเย็นกับท่านหญิงชิงเหยาอีก... เขาจะบุกมาถล่มสภาตระกูลตรงนี้ให้ราบเป็นหน้ากอง! เพราะวันนี้คุณชายใหญ่พลาดกินมื้อเที่ยงกับท่านหญิงไปแล้วมื้อหนึ่ง... คุณชายฝากบอกมาแบบนั้นเจ้าค่ะ!”
“อะไรวะ?!” เยวียนจ้าวคุนฟังแล้วถึงกับหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม อุทานลั่นใจ “แค่มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นเองนะโว้ย! พวกเราบำเพ็ญเพียรจนไม่ต้องกินข้าวแล้วนะ!”
สาวใช้ก้มหน้าเอ่ยเสียงสั่น “เอ่อ... บ่าวขอเสียมารยาท นี่อาจจะไม่เกี่ยวกับการกินข้าวแล้วมั้งเจ้าคะ...”
เยวียนจ้าวคุนตาโต ย้อนถามทันควัน “แล้วมันเกี่ยวกับอะไรวะ?!”
ฉินหลัวซือ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทนความเซ่อซ่าของสามีไม่ไหว ถึงกับเอื้อมมือไปตบหลังศีรษะเยวียนจ้าวคุนดัง เพียะ! ก่อนตวาดกระซิบใส่หน้า
“ก็ต้องเกี่ยวกับการที่เขาแค่อยากกินข้าวกับครอบครัวสิเจ้าโง่!!!”
“ชะ... ชะอุ๊ย! จริงด้วย!” เยวียนจ้าวคุนสะดุ้งโหยง กลืนน้ำลายเอื๊อกลงคอทันที
ไอหลานเวรนี่มันเอาจริงแน่! แถมเรือนพักกับสภาตระกูลก็ไม่ได้อยู่ไกลกันขนาดนั้น... หากมันหงุดหงิดขึ้นมา มันฟันคลื่นดาบข้ามมาถล่มสภาที่นี่แน่!
เมื่อเห็นท่าไม่ดีอย่างยิ่ง เยวียนจ้าวคุนก็ไม่รอช้า ยกคทาเจ้าตำหนักขึ้นเคาะลงบนพื้นดัง กึก! ก่อนลุกขึ้นตะโกนสั่งปิดการประชุมประจำวันเสียงดังลั่นโถงสภา!
“เอาล่ะ! การประชุมวันนี้พอแค่นี้ก่อน! ชิงเหยาจะไปกินข้าวเย็นกับลูกชาย และข้าเองก็มีนัดสำคัญกับเขาต่อ... วันนี้เลิกประชุมได้!”
เยวียนจิ้งเทียน ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสาย 1 ตบโต๊ะเค้นหัวเราะคัดค้านทันที “หึ! แค่เรื่องกินข้าวมื้อเดียว ถึงขนาดต้องยุติการประชุมสภาตระกูลเลยรึ?!”
เยวียนจ้าวคุนหันไปตวาดใส่หน้าผู้อาวุโสใหญ่ทันควัน
“เหลวไหล!! นี่มันก็เย็นมากแล้ว พวกเจ้าคิดจะลากยาวไปทั้งวันทั้งคืนโดยไม่พักผ่อนรึไง?! เด็ก ๆ ในสภาก็อยากออกไปตั้งนานแล้ว พวกเจ้าไม่เห็นรึอย่างไร?! จะรั้งพวกเด็ก ๆ ไว้ทำซากอะไร!!”
ทันใดนั้นเอง... เยวียนเหวินอวี้ บุตรีคนเล็กแห่งสายรองที่สอง ก็กระโดดพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ชูมือขึ้นตะโกนถามเสียงสดใสแจ๋วแหวว
“ข้าขอไปกินข้าวด้วยได้ไหมเจ้าคะ?! ข้าอยากไปคุยกับพี่ชายจ๋า!!”
เงียบกริบ...!
ทั่วทั้งโถงสภาตระกูลอันทรงอำนาจ พลันตกรอบอยู่ในความเงียบสงัดราวกับสุสาน! บรรดาผู้อาวุโสและเหล่ารุ่นเยาว์นับสิบชีวิตในสภาตระกูลต่างก็เบิ่งตากว้าง หันขวับมามองเยวียนเหวินอวี้เป็นจุดเดียว ก่อนที่ทุกคนจะเอ่ยทวนคำพูดของนางขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน!
“พี่ชายจ๋า...?”
เยวียนชิงเหยา ถึงกับอึ้งทึ้งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหลุดพึมพำออกมางง ๆ “พี่ชายจ๋า...?”
แม้กระทั่ง เยวียนชิงลู่ ก็ยังขมวดคิ้วแน่น เอ่ยขึ้นด้วยความมึนงง “พี่ชายจ๋า...?”
เยวียนจ้าวคุน ตาโตเท่าไข่ห่าน ร้องท้วงขึ้นเสียงหลง “เจ้าว่าอย่างไรนะ... พี่ชายจ๋า...?!”
เยวียนเหวินอวี้ที่เพิ่งหลุดปากตะโกนออกไป พอเห็นทุกคนทั้งสภาตระกูลต่างจ้องมองนางเป็นตาเดียวและเอ่ยทวนคำว่า 'พี่ชายจ๋า' กันระงม ร่างบางก็พลันแข็งค้าง ใบหน้าเนียนแดงแผ่ซ่านไปถึงใบหูด้วยความอับอายขายหน้าล้นพ้น!
ซวยแล้ว... ข้าหลุดปากพูดออกไปต่อหน้าคนทั้งสภาเลยหรือนี่!!!
กระนั้นเอง เยวียนหลิงซวง ที่นั่งอยู่เคียงข้าง เห็นน้องสาวลูกพี่ลูกน้องกำลังสติหลุดหน้าแดงแป๊ดทำตัวไม่ถูก นางก็รีบกระแอมขึ้นเสียงดัง กอกลิ้งสายตาช่วยแถกลบเกลื่อนให้ทันที!
“เอ่อ... ทุกท่านเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ! สิ่งที่เหวินอวี้หมายถึง... นางแค่หมายถึงอยากไปคุยกับ 'พี่ชายยูรัน' ต่างหากล่ะเจ้าคะ! พอดีนางเป็นคนพูดเร็วไปหน่อย ลิ้นเลยไก่เปลี้ยควบคำควบกล้ำมั่วซั่วไปหมดจนฟังเพี้ยนเป็นคำว่าพี่ชายจ๋า... ใช่ไหมเหวินอวี้?!”
เยวียนเหวินอวี้ได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเป็นประกาย รีบพยักหน้าหงึก ๆ รับคำแถของหลิงซวงรวดเร็วราวกับไก่จิกข้าว
“ใช่ ๆ ๆ ๆ เจ้าค่ะ!! ข้าพูดผิดไปนิดเดียวเองเจ้าค่ะ! ข้าหมายถึงพี่ชายยูรันต่างหากล่ะเจ้าคะ!”
เยวียนชิงเหยา ยิ้มเอ็นดูสั่นศีรษะเบา ๆ ขณะที่ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างถอนหายใจปลดชนวนความคลางแคลง
เยวียนจ้าวคุน โบกมือโบกไม้ตัดบททันที “เอาล่ะ ๆ ! ไว้พรุ่งนี้เช้าแล้วกัน วันนี้คงไม่สะดวกหรอก เขากำลังอารมณ์ไม่ดี... แยกย้ายได้!”
เมื่อได้ยินจ้าวคุนอนุมัติ เยวียนเหวินอวี้ก็ดีใจจนตัวสั่นระริก หันไปสะกิดเยวียนหลิงซวง กระซิบกระซาบร้อง ฮี่ฮี่ ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
“พี่หญิง! ข้าจะได้คุยกับพี่ชายจ๋าแล้ว! พลาดโอกาสมาตั้งหลายวัน... ฮี่ฮี่!”
เยวียนหลิงซวง ได้ยินคำว่า 'พี่ชายจ๋า' หลุดออกจากปากน้องสาวอีกรอบ ก็ถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ ถอนหายใจยาวเหยียด
“เฮ้อ... งั้นพรุ่งนี้เช้า... โชคดีก็แล้วกันนะ”
เยวียนเหวินอวี้เอียงศีรษะถามตาใส “พรุ่งนี้พี่หญิงไม่ไปด้วยกันหรือเจ้าคะ?”
เยวียนหลิงซวงเลิกคิ้วย้อนถาม “เจ้าอยากให้ข้าไปด้วยรึ?”
เยวียนเหวินอวี้พยักหน้ายิ้มร่า “ใช่สิเจ้าคะ! พี่หญิงเองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
ทว่า ในจังหวะนั้นเอง... เยวียนเหวินหลาน พี่สาวคนที่สี่แห่งสาย 2 ที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ก็ขมวดคิ้วแน่น หันมาจ้องหน้าเหวินอวี้ตาเขม็ง เอ่ยจับผิดขึ้นทันควัน!
“หมายความว่าอย่างไรน่ะ เหวินอวี้?! สรุปว่า... บุตรชายของท่านป้าชิงเหยา โดนเจ้าเรียกว่า 'พี่ชายจ๋า' จริง ๆ สินะ?!”
เยวียนเหวินอวี้ถึงกับสะดุ้งโหยง อ้าปากค้าง หน้าแดงแจ๋รีบยกสองมือขึ้นตะปบปากตัวเองทันที! ก่อนจะเถียงอ้อมแอ้มกลับเสียงเขิน
“ไม่ใช่สักหน่อย! เมื่อวานซืนกับเมื่อวันก่อน พี่หญิงไม่เห็นพี่ชายจ๋า... ก็เลยไม่รู้อะไรเลยต่างหากเล่า!”
เยวียนเหวินหลานยักไหล่ ยิ้มเย้าหยิก
“แล้วยังไงล่ะ? เขาน่าประทับใจขนาดให้เจ้าเรียกว่าพี่ชายจ๋าเลยงั้นสิ? แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ... ข้าล่ะไม่น่าประทับใจพอให้เจ้าเรียกว่าพี่สาวจ๋างั้นหรือ?”
เยวียนเหวินอวี้หน้าแดงก่ำ เชิดหน้าประท้วงขึ้นทันที
“พี่หญิงอยากรู้ก็ไปดูเองพรุ่งนี้เช้าสิเจ้าคะ! มาถามข้าทำไมกัน หึ! ข้าไปแล้ว... ขอตัวไปเตรียมตัวดีกว่า!”
พูดจบ นางก็หันไปจับแขนเยวียนหลิงซวง เอ่ยเขย่าเสียงออดอ้อน
“พี่หญิงไปกันเถอะ! ข้ารอไม่ไหวแล้ว พรุ่งนี้เช้า... ฮี่ฮี่!”
ว่าแล้ว เยวียนเหวินอวี้ก็ออกแรงลากเยวียนหลิงซวงเดินกุมมือวิ่งออกจากโถงสภาไปอย่างรวดเร็ว!
เยวียนเหวินหลานมองตามหลังน้องสาวทั้งสองคนไปพลางสั่นศีรษะเบา ๆ พึมพำกับตัวเอง
“ข้าพลาดอะไรไปบ้างนะ? ช่างเถอะ... พรุ่งนี้เช้าไปถึงก็รู้เอง หวังว่าเขาจะมีดีพอนะ”
ทางด้านมุมโถงสภาที่กำลังทยอยแยกย้าย
ในขณะที่ เยวียนจิ้งหมิง กำลังจะหันไปออกคำสั่งกับบุตรชายและบุตรีของตน เยวียนจิ้งเซียน ก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาพลางเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ
“หึ... เจ้าคงรู้อะไรมาไม่น้อยเลยสินะ?”
เยวียนจิ้งหมิงปรายสายตามองตอบ คลี่ยิ้มมุมปากเอ่ยเรียบ ๆ
“อย่าพูดมากน่า... เจ้าเองก็จะทำแบบเดียวกับข้าไม่ใช่หรือ? เมื่อวานเจ้าก็อยู่ด้วยนี่... เขาแสดงความสามารถให้เห็นแล้ว ผู้สืบทอดจะเป็นใครไม่สำคัญหรอก... สำคัญคือเขามีท่าทีเช่นไรต่างหาก”
เยวียนจิ้งเซียนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ พยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง
“ก็จริง... ข้าเห็นด้วย”
พูดจบ เยวียนจิ้งเซียน ก็หันไปหาบุตรชายและบุตรีทั้งสี่คนของตน อันได้แก่ เยวียนเซียนโหย่ว, เยวียนเซียนอวิ๋น, เยวียนเซียนหลิน และ เยวียนเซียนเหยา ก่อนจะเอ่ยสั่งขึ้นด้วยน้ำเสียงลึกล้ำจริงจัง
“เซียนโหย่ว เซียนอวิ๋น เซียนหลิน เซียนเหยา... พวกเจ้า! พรุ่งนี้เช้าพวกเจ้าไปพร้อมกับเหวินอวี้เสีย”
เยวียนเซียนโหย่ว ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอ่ยถามขึ้นเบา ๆ
“ท่านพ่อ... ลูกชายของท่านป้า มีความสำคัญขนาดนั้นเลยหรือขอรับ?”
เยวียนจิ้งเซียนลูบเคราเบา ๆ ปรายสายตามองบุตรชายคนโตก่อนเอ่ยตอบ
“อืม... เจ้าไม่ได้ยินที่สาวใช้พูดรึอย่างไร? นางถึงขนาดไม่กลัวตาย วิ่งฝ่าเข้ามากลางวงประชุม เพื่อมาบอกว่าอยากกินข้าวกับพี่หญิงชิงเหยา และมีนัดกับพี่ใหญ่... แล้วพวกเขาสองคนก็ยุติประชุมได้อย่างง่ายดาย เจ้าว่ามันสมเหตุสมผลรึอย่างไร?”
เยวียนเซียนโหย่ว ฟังแล้วก็ชะงักไป ดวงตาฉายแววตื่นรู้ทันที เยวียนเซียนอวิ๋น พี่สาวคนรองเองก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจความหมายลึกล้ำของผู้เป็นพ่อ
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งของ เยวียนจิ้งหมิง ก็หันไปหาบุตรชายและบุตรีทั้งสี่คนของตน อันได้แก่ เยวียนหมิงเจ๋อ, เยวียนหมิงเสวี่ย, เยวียนหมิงฮวน และ เยวียนหมิงเยว่ พร้อมกระซิบสั่งขึ้นเช่นกัน
“พวกเจ้าสี่คนเองก็ด้วย... พรุ่งนี้เช้ารีบไปสมทบกับพวกเหวินอวี้แต่เช้า ยูรันผู้นี้มิใช่คนธรรมดา การสร้างมิตรภาพกับเขาย่อมส่งผลดีต่อสายที่แปดของพวกเรามากกว่าการมานั่งแย่งชิงตำแหน่งผู้สืบทอดเป็นไหน ๆ”
เยวียนหมิงเจ๋อและน้อง ๆ ต่างพยักหน้ารับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง