ตอนที่ 421 คุณหนูสุดยอดมากเลยเจ้าค่ะ
หลังมื้ออาหาร เยวียนชิงเหยาหันไปกล่าวกับบุตรชาย
“รันเอ๋อร์ แม่ให้คนไปจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานเลี้ยงน้ำชาเอาไว้แล้ว”
ยูรันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“เฮ้อ... ยุ่งยากชะมัด ตาแก่ไปรับปากนางเอาไว้เสียอย่างนั้น สุดท้ายข้าก็ต้องไปอยู่ดี”
เยวียนจ้าวคุนรีบเอ่ยปลอบ
“เอาน่า แค่ไปนั่งจิบชาและพูดคุยกันเท่านั้นเอง คนมาก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอก”
ยูรันปรายตามองเขา
“จากลางสังหรณ์ของข้า คนคงมาไม่น้อยเลยต่างหาก แถมต้องมีใครสักคนเข้ามาหาเรื่องข้าอีกแน่นอน”
โม่ชิงเฟิงยกมือขึ้นทันที
“ให้พี่สาวไปด้วยดีหรือไม่?”
ยูรันส่ายหน้า
“ไม่จำเป็น อาเจ๊เอาเวลาไปอ่านตำราเพิ่มเติมเถอะ”
“……”
เยวียนชิงฝูพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง
“จริงด้วยเจ้าค่ะ พี่สะใภ้มัวแต่เอาเวลามาตามพี่ชายของข้าอยู่เช่นนี้ ประเดี๋ยวก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไร้ประโยชน์กับบัณฑิตเก๊อีกหรอก”
โม่ชิงเฟิงหันขวับมามองนาง
“เจ้า...”
ยูรันกล่าวตัดบทก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มทะเลาะกัน
“พอแล้ว ช่วงสายอาเจ๊ช่วยไปสอนอิงอิงกับซีซีให้ข้าหน่อย”
โม่ชิงเฟิงชี้หน้าตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ
“สามีจะให้ข้ากลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือ?”
“เป็นบัณฑิตก็ต้องสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นต่อได้ไม่ใช่หรือ?”
เยวียนชิงฝูรีบกล่าวเสริม
“นั่นสิเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นจะเป็นบัณฑิตไปทำไมกัน?”
โม่ชิงเฟิงกัดฟันกรอด ก่อนฝืนคลี่ยิ้มให้สองพี่น้องสุ่ย
“เข้าใจแล้ว น้องหญิงทั้งสองวางใจได้ มีพี่สาวคอยดูแลพวกเจ้าเอง”
สุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซีประสานมือคารวะพร้อมกัน
“ขอบคุณพี่หญิงเจ้าค่ะ”
ดูเหมือนการที่โม่ชิงเฟิงคิดเปิดสงครามฝีปากกับเยวียนชิงฝูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องนัก และแน่นอนว่านางเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบ
เยวียนชิงเหยาส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม
“เอาเถอะ แม่ต้องกลับไปเข้าร่วมประชุมสภาต่อแล้ว เจ้าอย่าลงมือกันหนักเกินไปนักล่ะ”
ยูรันพยักหน้ารับ
“อืม”
เยวียนชิงเหยาหันไปกำชับสาวใช้ซึ่งยืนรออยู่ด้านข้าง
“ประเดี๋ยวเจ้าพารันเอ๋อร์ไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงน้ำชาด้วยนะ”
สาวใช้พยักหน้ารับอย่างนอบน้อม
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรายงานต่อ
“ท่านหญิงชิงเหยา ดูเหมือนคุณหนูเล็กเหวินอวี้จะมารอไปพร้อมกับคุณชายใหญ่ ตอนนี้นางกำลังรออยู่ด้านนอกเจ้าค่ะ”
ยูรันถอนหายใจอีกครั้ง
“อืม ยุ่งยากจริง ๆ”
เยวียนชิงเหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นางยังเด็ก ในทางปฏิบัติก็นับว่าเป็นน้องสาวของเจ้าเหมือนกัน ฝากเจ้าดูแลนางแทนแม่ด้วยนะ”
“เข้าใจแล้ว”
เยวียนชิงฝูแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ
“ชิ ยัยเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม”
เยวียนชิงลู่เหลือบมองน้องสาว ก่อนกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
“เมื่อวานเจ้ายังนอนดิ้นงอแงเพราะอยากนอนกับท่านพี่ให้ได้อยู่เลย ข้าว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากนางเท่าไรหรอกนะ”
โม่ชิงเฟิงรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ
“อุ๊บ!”
ใบหน้าของเยวียนชิงฝูพลันแดงก่ำ
“พี่หญิง เงียบเดี๋ยวนี้นะ!”
ยูรันลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง โดยมีสาวใช้รีบตามมานำทาง
“เชิญทางนี้เจ้าค่ะคุณชาย คุณหนูเหวินอวี้มารออยู่ก่อนแล้ว”
ยูรันหันไปมองนาง ก่อนเอ่ยถามราวกับเพิ่งจำได้
“เจ้าคือสาวใช้ที่ข้าเคยให้เงินเมื่อคราวก่อนใช่หรือไม่?”
สาวใช้พยักหน้ารับทันที
“ใช่เจ้าค่ะคุณชาย”
“เจ้าชื่ออะไรนะ?”
“บ่าวชื่อเสี่ยวเถาเจ้าค่ะ”
ยูรันพยักหน้าเล็กน้อย
“อืม ข้าจะจำเอาไว้”
ทั้งสองเดินต่อมาไม่นานก็ถึงโถงรับรองซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ภายในนั้นมีเด็กสาววัยสิบห้าปีคนหนึ่งกำลังนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ ศีรษะของนางเอนไปด้านข้างเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ารอมานานจนเผลอหลับไป
เสี่ยวเถาเดินเข้าไปใกล้ ก่อนเอ่ยเรียกเบา ๆ
“คุณหนูเหวินอวี้เจ้าคะ คุณชายใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ”
เยวียนเหวินอวี้ขยับตัว ก่อนลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
“หืม... ใครมานะ?”
เสี่ยวเถากล่าวย้ำอีกครั้ง
“คุณชายใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ?!”
เยวียนเหวินอวี้สะดุ้งตื่นเต็มตาทันที นางรีบยกมือขึ้นเช็ดมุมปากและตรวจดูว่าตนเองเผลอน้ำลายไหลหรือไม่
ยูรันมองท่าทางลนลานของนาง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง
[อืม... แก่นแก้วดี]
เยวียนเหวินอวี้หันไปมองใบหน้าของยูรัน ก่อนจะเริ่มทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที
“อะ... อะ... เอ่อ...”
นางอุตส่าห์เฝ้ารอโอกาสนี้มาหลายวัน คิดเอาไว้ว่าหากได้พบเขาอีกครั้งจะต้องชวนพูดคุยให้มากที่สุด ทว่าพอเขามายืนอยู่ตรงหน้าจริง ๆ นางกลับเขินอายจนพูดอะไรไม่ออกเสียอย่างนั้น
ยูรันเอ่ยถามขึ้นก่อน
“เจ้าคือเหวินอวี้ใช่หรือไม่?”
เยวียนเหวินอวี้ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสบสายตากับเขาโดยตรง
“ใช่เจ้าค่ะ”
ยูรันพยักหน้า
“ไปกันเถอะ”
เสี่ยวเถารีบผายมือเชิญทั้งสอง
“เชิญคุณชายใหญ่กับคุณหนูทางนี้เจ้าค่ะ สถานที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้อยู่ภายในห้อง แต่จัดขึ้นที่สวนทางตะวันออก เป็นศาลากลางน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้คุณชายสามารถชมทิวทัศน์รอบด้านได้ด้วยเจ้าค่ะ”
ยูรันขานรับสั้น ๆ
“อืม”
เยวียนเหวินอวี้ลอบเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ก่อนรีบก้มหน้าลงด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
[บ้าเอ๊ย... ท่านพี่หล่อเหลาชะมัด ข้าเขินจนพูดอะไรไม่ออกเลย]
ระหว่างเดินไปตามทาง เยวียนเหวินอวี้รวบรวมความกล้าชวนเขาพูดคุยอีกครั้ง
“ท่านพี่ คะ... คือว่า...”
ยูรันหันหน้ามาทางนางเล็กน้อย
“ว่าอย่างไร?”
“ท่านตาบอดจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”
“หากเป็นตอนการประลองก็ใช่ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว”
เยวียนเหวินอวี้มองเปลือกตาที่ปิดสนิทของเขาด้วยความสงสัย
“แล้วเหตุใดท่านพี่จึงต้องหลับตาอยู่ตลอดเวลาด้วยเจ้าคะ?”
ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“เพราะข้าไม่ชอบลืมตา อีกอย่าง หากข้าลืมตาขึ้นมา ประเดี๋ยวพวกเจ้าก็เอาแต่มองจนลืมดูทางกันพอดี”
เยวียนเหวินอวี้เม้มริมฝีปาก ก่อนเอ่ยขออย่างคาดหวัง
“ถ้าเช่นนั้น ข้าขอดูดวงตาของท่านพี่สักหน่อยได้ไหมเจ้าคะ?”
ยูรันหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน
“อ๊ะ!”
เยวียนเหวินอวี้ซึ่งเดินตามหลังมาติด ๆ หยุดไม่ทัน จึงชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาเต็ม ๆ
ยูรันหันกลับมาถามทันที
“หืม? เจ้าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”
นางรีบส่ายหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ขะ... ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
“เจ้าอยากดูดวงตาของข้า?”
เยวียนเหวินอวี้พยักหน้ารัว ๆ
“ใช่เจ้าค่ะ”
ยูรันจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นให้นางดู
ทันทีที่เห็นดวงตาอันเป็นเอกลักษณ์คู่นั้น เยวียนเหวินอวี้ก็เบิกตากว้างและเหม่อมองอย่างลืมตัว
“โห...”
แม้แต่เสี่ยวเถาซึ่งยืนอยู่ด้านข้างยังอดกล่าวด้วยความชื่นชมไม่ได้
“ดวงตาของคุณชายใหญ่งดงามมากจริง ๆ เจ้าค่ะ”
ยูรันหลับตาลงอีกครั้ง
“พอแล้ว เจ้าเริ่มเหม่ออีกแล้ว”
เยวียนเหวินอวี้สะดุ้ง ก่อนรีบกระแอมกลบเกลื่อน
“แค่ก ๆ... ขออภัยเจ้าค่ะ”
ยูรันหันกลับไป ก่อนออกเดินต่อไปตามเส้นทางดังเดิม
เยวียนเหวินอวี้ก้มหน้าก้มตาเดินตามยูรันไป พลางครุ่นคิดอย่างร้อนรนอยู่ภายในใจ
[อึก... ข้าอยากพูดคุยกับท่านพี่ให้มากกว่านี้ แต่กลับไม่รู้ว่าจะชวนคุยเรื่องอะไรดี แถมดวงตาของท่านพี่ยังงดงามมากเสียจนข้าทำตัวไม่ถูกเลย]
เสี่ยวเถาเหลือบมองท่าทางกระสับกระส่ายของคุณหนู ก่อนขยับเข้าไปกระซิบบอกอย่างมั่นใจ
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวรู้ว่าควรชวนคุณชายใหญ่พูดคุยอย่างไรนะเจ้าคะ”
เยวียนเหวินอวี้เงยหน้าขึ้นทันที
“จริงหรือ?”
เสี่ยวเถาพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“จริงสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวบ่าวจะสาธิตให้ดูเอง”
นางกระแอมเบา ๆ ก่อนหันไปเอ่ยกับยูรันเสียงดังฟังชัด
“อะแฮ่ม! คุณชายใหญ่เจ้าคะ คุณหนูของบ่าวชื่นชอบคุณชายใหญ่มากเลยเจ้าค่ะ คุณชายช่วยอุ้มคุณหนูสักหน่อยได้ไหมเจ้าคะ?”
กึก!
ทั้งสามคนหยุดฝีเท้าลงพร้อมกัน
เยวียนเหวินอวี้เบิกตากว้าง ใบหน้าพลันแดงก่ำไปจนถึงใบหู ก่อนหันขวับไปมองสาวใช้ของตน
“อะ... อะ... อะ... อะ...”
ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย
“หืม?”
เสี่ยวเถายกนิ้วโป้งให้คุณหนูของตนอย่างลับ ๆ
[สู้ ๆ เจ้าค่ะคุณหนู! คุณหนูต้องครองหัวใจคุณชายใหญ่ได้อย่างแน่นอน]
เยวียนเหวินอวี้รีบโบกมือปฏิเสธด้วยความลนลาน
“มะ... มะ... ไม่ใช่นะเจ้าคะท่านพี่ คือว่าข้า...”
“ได้สิ”
ยูรันตอบอย่างง่ายดาย ก่อนเดินเข้าไปช้อนร่างของนางขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน แล้วออกเดินต่อไปราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
เยวียนเหวินอวี้แข็งค้างไปทั้งร่าง ก่อนหันกลับไปถลึงตาใส่เสี่ยวเถาและขยับปากโดยไม่ส่งเสียง
[เจ้าฝากเอาไว้ก่อนเถอะ!]
เมื่อหันกลับมา นางก็ค่อย ๆ ซบใบหน้าลงกับแผ่นอกของยูรันอย่างเขินอาย
[อึก... อ้อมกอดของท่านพี่อบอุ่นมาก ข้าไม่เคยได้รับความรู้สึกเช่นนี้จากพวกพี่ชายของข้าเลย ทั้งที่ท่านพี่เพิ่งรู้จักข้าแท้ ๆ]
นางเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมความกล้าถามเสียงเบา
“ท่านพี่... ท่านเกลียดพี่ชายของข้าหรือเปล่าเจ้าคะ?”
ยูรันตอบโดยไม่ต้องคิด
“ข้าไม่เคยเกลียดผู้ใด”
“คือว่า...”
“มีอะไรหรือเปล่า?”
เยวียนเหวินอวี้เม้มริมฝีปาก ก่อนถามด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ข้าขอเรียกท่านว่าพี่ชายจ๋าได้หรือไม่เจ้าคะ?”
ยูรันเอียงศีรษะอย่างสงสัย
“ไม่ใช่ว่าเจ้าเรียกเช่นนั้นจนทุกคนในสภาได้ยินกันหมดแล้วหรือ?”
ฉ่าาาาาาาาา!
ใบหน้าของเยวียนเหวินอวี้แดงก่ำขึ้นมาในพริบตา ก่อนรีบซุกหน้าหนีเข้าไปในอ้อมอกของเขา
เสี่ยวเถายกมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ
“อุ๊บ!”
จากนั้นนางก็ยกนิ้วโป้งให้คุณหนูของตนอีกรอบ
[คุณหนูสุดยอดมากเลยเจ้าค่ะ!]