ตอนที่ 422 หวังว่าท่านพี่จะชอบ
ทั้งสามเดินมาถึงศาลากลางน้ำขนาดใหญ่ภายในสวนตะวันออก บริเวณรอบด้านรายล้อมด้วยสระน้ำใสและพรรณไม้เขียวขจี ขณะที่ภายในศาลามีเหล่ารุ่นเยาว์จากสายรองต่าง ๆ มารออยู่ก่อนแล้ว
ทางฝั่งสายที่สามมีเยวียนหลิงเฟิง ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้สืบทอดจากสายของตน ตามมาด้วยบุตรีคนรองเยวียนหลิงซวง ซึ่งกำลังยืนกอดอกด้วยสายตาเรียบเฉย บุตรชายคนที่สามเยวียนหลิงหยาง บุตรีคนที่สี่เยวียนหลิงซิน และบุตรชายคนเล็กเยวียนหลิงอวิ๋น
สายที่สองมีบุตรชายคนที่สามเยวียนเหวินป๋อ กับบุตรีคนที่สี่เยวียนเหวินหลาน ส่วนบุตรีคนเล็กเยวียนเหวินอวี้นั้นกำลังอยู่ในอ้อมแขนของยูรัน
ส่วนสายที่ห้ามีเยวียนอู่เฉิง ขณะที่สายที่สี่มีเยวียนคังหมิงกับบุตรชายคนรองเยวียนคังหยาง
สายที่หกประกอบด้วยบุตรชายคนโตเยวียนเซียนโหย่ว บุตรีเยวียนเซียนอวิ๋น บุตรชายคนที่สามเยวียนเซียนหลิน และบุตรีเยวียนเซียนเหยา
สายที่แปดมีบุตรชายคนโตเยวียนหมิงเจ๋อ บุตรีเยวียนหมิงเสวี่ย บุตรชายคนที่สามเยวียนหมิงฮวน และบุตรีเยวียนหมิงเยว่
สายที่เจ็ดมีบุตรชายคนโตเยวียนจือหยวน บุตรชายคนรองเยวียนจือเสวียน บุตรีเยวียนจือหลิง และบุตรชายคนเล็กเยวียนจือฮ่าว
เมื่อรวมเยวียนเหวินอวี้ซึ่งมาพร้อมกับเขาแล้ว ภายในงานเลี้ยงครั้งนี้มีเหล่ารุ่นเยาว์จากสายรองมารวมตัวกันถึงยี่สิบสามคน
ยูรันเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
“หืม... มากกว่าที่คิดเอาไว้นะ ยี่สิบสามคน? ข้านึกว่าจะมีมาเพียงไม่กี่คนเสียอีก”
เสี่ยวเถาผายมือเชิญ
“เชิญด้านในเจ้าค่ะคุณชายใหญ่”
เยวียนเหวินหลานยกมือขึ้นขยี้ตาของตนเอง ราวกับกำลังสงสัยว่าวันนี้นางตาฝาดไปหรือไม่
มีอยู่สองสิ่งที่ทำให้นางตกตะลึง
อย่างแรกคือพี่ชายผู้เพิ่งกลับมาคนนี้หล่อเหลาอย่างยิ่ง แม้จะหลับตาอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
ส่วนอย่างที่สองคือ เขากำลังอุ้มน้องสาวคนเล็กของนางเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติราวกับสนิทสนมกันมานานแล้ว
เสี่ยวเถาเดินนำยูรันไปยังที่นั่งตรงหัวโต๊ะ
“คุณชายใหญ่เชิญนั่งตรงนี้เจ้าค่ะ”
“อืม”
ยูรันนั่งลงตามคำเชิญ โดยเยวียนเหวินอวี้ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขา ก่อนจะเอ่ยถามนาง
“เจ้าไม่ลงไปนั่งหรือ? หรือคิดจะนั่งอยู่บนตักข้าไปตลอดงาน?”
เสี่ยวเถารีบเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งมาวางไว้ข้างกายเขา
“ถ้าเช่นนั้น คุณหนูเล็กนั่งข้างคุณชายใหญ่ตรงนี้ดีไหมเจ้าคะ?”
เยวียนเหวินอวี้ยอมลงจากตักของยูรัน ก่อนขยับไปนั่งบนเก้าอี้ข้างกายเขา นางก้มหน้าลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ ไม่กล้าหันไปมองปฏิกิริยาของพี่น้องคนอื่นแม้แต่น้อย
เยวียนหลิงซวงเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นจากที่นั่ง ก่อนประสานมือแนะนำตนเอง
“ท่านพี่ ข้าชื่อเยวียนหลิงซวงเจ้าค่ะ”
ยูรันพยักหน้ารับสั้น ๆ
“อืม”
“……”
หลังจากคำตอบสั้น ๆ ของยูรัน บรรยากาศภายในศาลาก็เงียบลงไปเล็กน้อย
ทุกคนต่างสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะนั้นเข้าถึงได้ยากยิ่ง แม้เขาจะไม่ได้แสดงท่าทีเย็นชาหรือขับไล่ผู้ใดก็ตาม
มีเพียงเยวียนเหวินอวี้เท่านั้นที่ไม่รู้สึกเช่นนั้นแม้แต่น้อย
เยวียนหมิงเจ๋อลุกขึ้นประสานมือ ก่อนแนะนำตนเองกับพี่น้องที่มาด้วยกัน
“ข้ามีนามว่าเยวียนหมิงเจ๋อ ทางนี้คือน้องหญิงรองเยวียนหมิงเสวี่ย น้องสามเยวียนหมิงฮวน และน้องเล็กเยวียนหมิงเยว่”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่ออย่างสุภาพ
“นอกจากหมิงเยว่แล้ว พวกเราทั้งหมดล้วนมีอายุมากกว่าเจ้า หากข้าเรียกเจ้าว่าน้องชาย หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา”
ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่เป็นไร”
เยวียนหลิงเฟิงกวาดสายตามองคนภายในศาลา ก่อนครุ่นคิดอยู่เงียบ ๆ
[สายรองที่หนึ่งไม่มีผู้ใดมาเลยสินะ แม้แต่พี่เทียนอี้ซึ่งมีอายุมากที่สุดก็ไม่มา]
[ทั้งที่พี่เทียนอี้มีอายุมากที่สุดในบรรดารุ่นเยาว์ แต่ข้ากลับไม่เคยได้ยินสาวใช้คนใดเรียกเขาว่าคุณชายใหญ่เลยแม้แต่ครั้งเดียว...]
ขณะนั้น เยวียนหมิงเยว่รีบลุกขึ้นจากที่นั่ง
“ท่านพี่ ข้าอายุสิบสี่ปีเจ้าค่ะ แล้วก็... เอ่อ...”
นางหยิบกล่องของขวัญซึ่งเตรียมเอาไว้ออกมา ก่อนกล่าวด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย
“ข้าเตรียมของขวัญมาให้ท่านพี่ แต่เพราะพวกเราไม่เคยพบกันมาก่อน ข้าจึงไม่ทราบว่าท่านพี่ชื่นชอบสิ่งใด หวังว่าท่านพี่จะไม่ถือสานะเจ้าคะ”
เยวียนเหวินอวี้กะพริบตาปริบ ๆ
“เอ๊ะ?”
[แย่แล้ว! จริงด้วย ข้าลืมเตรียมของขวัญให้ท่านพี่! ทั้งที่ข้าเป็นคนเรียกร้องให้จัดงานนี้ขึ้นมาเองแท้ ๆ]
“เอ๊ะ?”
“เอ๊ะ?”
“ต้องเตรียมของขวัญมาด้วยหรือ?”
เสียงประหลาดใจดังขึ้นจากหลายตำแหน่ง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีเพียงเยวียนเหวินอวี้คนเดียวที่มาร่วมงานมือเปล่า
เยวียนหมิงเยว่เดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะ ก่อนค่อย ๆ เลื่อนกล่องของขวัญไปตรงหน้ายูรัน
ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย
“สิ่งนี้คือ?”
เยวียนหมิงเยว่ยกมือขึ้นประสานกันอย่างประหม่า
“ข้าอยากให้ท่านพี่ลองเปิดดูเจ้าค่ะ”
ยูรันอมยิ้มบาง
“ได้สิ”
เขาค่อย ๆ แกะเชือกและกระดาษซึ่งห่อกล่องเอาไว้ออกทีละชั้นอย่างประณีต การกระทำเรียบง่ายนั้นกลับทำให้เยวียนหมิงเยว่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่นางมอบของขวัญให้ใคร คนเหล่านั้นมักสนใจเพียงสิ่งของภายในและฉีกกระดาษห่อทิ้งอย่างไม่ไยดี ทว่ายูรันกลับแกะมันอย่างทะนุถนอม กระทั่งกระดาษห่อของขวัญยังคงสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาดแม้แต่น้อย
เมื่อเปิดฝากล่องออก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบชาก็ลอยออกมา
ยูรันสัมผัสสิ่งที่อยู่ภายใน ก่อนเอ่ยถาม
“ใบชาหรือ?”
เยวียนหมิงเยว่พยักหน้า
“เจ้าค่ะ เป็นใบชาหลิว ข้าตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าเพื่อคัดและนวดใบชาพวกนี้ด้วยตนเอง หวังว่าท่านพี่จะชอบนะเจ้าคะ”
ขณะเดียวกัน เยวียนเหวินอวี้กำลังกัดฟันค้นหาสิ่งของภายในแหวนมิติของตนเองอย่างบ้าคลั่ง
[แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว! ไม่มีสิ่งใดที่เหมาะจะนำออกมาให้เป็นของขวัญเลย ท่านพี่จะคิดว่าข้าเป็นคนไม่มีน้ำใจหรือเปล่านะ?]
ยูรันพยักหน้าให้เยวียนหมิงเยว่
“แน่นอนว่าข้าชอบ”
จากนั้นเขาก็หันไปทางเสี่ยวเถา
“เสี่ยวเถา นำชุดชงชามาให้ข้าหน่อย”
“เจ้าค่ะ!”
เสี่ยวเถารีบวิ่งออกไปทันที
เยวียนหมิงเยว่กะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
“เอ๊ะ? ท่านพี่จะชงมันตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ?”
“ใช่ มานั่งตรงนี้สิ ข้าจะสอนเจ้าเอง”
ยูรันกล่าวพลางยกมือตบลงบนตักของตนเองเบา ๆ
ใบหน้าของเยวียนหมิงเยว่พลันแดงระเรื่อ
“คะ... คือว่า...”
“มาเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
นางเดินเข้าไปนั่งลงบนตักของยูรันอย่างว่าง่าย ท่ามกลางสายตาของคนทั้งศาลา
เยวียนเหวินอวี้ยิ่งร้อนรนหนักกว่าเดิม
[อึก ไม่นะ! พี่ชายจ๋าของข้า... หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้าคงเตรียมใบชามาด้วยแล้ว]
[ถ้ากลับไปเอาตอนนี้จะยังทันหรือไม่นะ? ไม่ได้สิ แบบนั้นของขวัญก็จะซ้ำกัน แล้วข้าควรทำอย่างไรดี!]
ไม่นาน เสี่ยวเถาก็กลับมาพร้อมชุดชงชาครบถ้วน
“มาแล้วเจ้าค่ะคุณชายใหญ่”
ยูรันประคองมือของเยวียนหมิงเยว่ ก่อนเริ่มสอนนางทีละขั้นตอน
เขาให้นางเริ่มจากใช้น้ำร้อนอุ่นกาชากับถ้วยทั้งหมด จากนั้นจึงตวงใบชาหลิวในปริมาณพอเหมาะใส่ลงในกา ล้างใบชาอย่างรวดเร็วหนึ่งครั้ง ก่อนรินน้ำร้อนลงไปด้วยจังหวะสม่ำเสมอ
หลังปล่อยให้ใบชาคลายตัวอยู่ครู่หนึ่ง ยูรันจึงประคองมือนางรินน้ำชาสีอ่อนลงในถ้วยแต่ละใบอย่างไม่ขาดสาย
กลิ่นหอมสดชื่นของใบชาหลิวพลันแผ่กระจายไปทั่วศาลากลางน้ำ
เสี่ยวเถาสูดกลิ่นหอมเข้าไป ก่อนถามด้วยความประหลาดใจ
“เอ่อ... คุณชายใหญ่เจ้าคะ ปกติใบชาชนิดนี้มีกลิ่นหอมถึงเพียงนี้อยู่แล้วหรือ?”
ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย
“อืม หากใช้ไข่เหมือนกันทำไข่เจียว ระหว่างไข่เจียวที่ตาแก่ทำกับไข่เจียวที่ข้าทำ เจ้าคิดว่าของผู้ใดจะอร่อยกว่ากันเล่า?”
เสี่ยวเถาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
[หากคุณชายต้องการบอกว่าฝีมือของพวกเราห่วย ก็บอกมาตรง ๆ เถอะเจ้าค่ะ...]
ยูรันหันไปทางเสี่ยวเถา
“เสี่ยวเถา รินชาให้ทุกคนด้วย”
“เจ้าค่ะ”
เสี่ยวเถารับกาชาไป ก่อนเริ่มรินใส่ถ้วยของทุกคนภายในศาลา
ยูรันหันกลับมาหาเยวียนหมิงเยว่ซึ่งยังนั่งอยู่บนตักของเขา
“หมิงเยว่ เจ้าลองชิมดูสิ”
เยวียนหมิงเยว่ยกถ้วยขึ้นจิบอย่างระมัดระวัง เพียงน้ำชาสัมผัสปลายลิ้น ดวงตาของนางก็พลันเป็นประกาย
“ทั้งหอม หวาน และกลมกล่อมมากเลยเจ้าค่ะ ทั้งที่ข้าเคยดื่มใบชาหลิวมาหลายครั้งแล้วแท้ ๆ แต่ครั้งนี้กลับอร่อยกว่าทุกครั้งเลย”
ยูรันพยักหน้าอย่างพอใจ
“อย่างนั้นหรือ? ยินดีด้วยนะ”
เยวียนหมิงเยว่ชะงัก
“เจ้าคะ?”
“ก็ข้าสอนวิธีชงชาให้เจ้าแล้วไม่ใช่หรือ?”
ฉ่าาาาาาา!
ใบหน้าของเยวียนหมิงเยว่แดงก่ำขึ้นมาในทันที นางรีบขยับตัวลงจากตักของเขา
“คือว่า... ข้าขอกลับไปนั่งที่ก่อนนะเจ้าคะ”
เมื่อทุกคนได้ลองชิมชา ต่างก็ต้องประหลาดใจกับกลิ่นหอมและรสชาติหวานกลมกล่อมของมัน
เยวียนหมิงเจ๋อมองถ้วยชาในมือด้วยความไม่อยากเชื่อ
[นี่มัน... จากที่ข้าสังเกตดู เขาก็เพียงชงชาตามขั้นตอนปกติเท่านั้น เหตุใดรสชาติจึงแตกต่างจากที่ข้าเคยดื่มราวฟ้ากับเหวเช่นนี้?]
เยวียนหมิงเสวี่ยลอบมองยูรัน ก่อนครุ่นคิดอยู่ภายในใจ
[ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเหวินอวี้จึงชื่นชอบเขาถึงเพียงนี้]
ทางด้านเยวียนเหวินอวี้ยังคงค้นหาของขวัญอย่างร้อนรน นางหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเยวียนหลิงซวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
[แย่แล้ว แย่แล้ว! พี่หญิงช่วยข้าด้วย เรื่องของขวัญ!]
เยวียนหลิงซวงเห็นสายตานั้นแล้วก็แทบอยากยกมือขึ้นกุมขมับ
[ยัยบ้านี่ ส่งสายตาโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้ คงไม่มีผู้ใดรู้หรอกกระมังว่าเจ้ากำลังขอให้ข้าช่วย]
[แล้วเจ้าไม่เตรียมของขวัญมาได้อย่างไรกัน? โชคดีที่ข้าเตรียมเผื่อเอาไว้ให้แล้ว]
เยวียนหลิงซวงลุกขึ้น ก่อนเดินผ่านด้านหลังของเยวียนเหวินอวี้และแอบยื่นห่อของขวัญขนาดเล็กใส่มือนางอย่างแนบเนียน
เยวียนเหวินอวี้รับเอาไว้ด้วยความโล่งอก ก่อนรีบซ่อนห่อของขวัญเอาไว้กับตัว
หลังจากส่งของขวัญสำรองให้นางแล้ว เยวียนหลิงซวงก็ไม่ได้กลับไปนั่งที่เดิม นางหยิบของขวัญอีกชิ้นซึ่งเป็นของตนเองออกมา ก่อนเดินไปหยุดตรงหน้ายูรัน
“ท่านพี่ นี่คือของขวัญจากข้าเจ้าค่ะ หวังว่าท่านพี่จะชอบ”