คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 424 ฮี่ ๆ ของขวัญจากพี่ชายจ๋า7,888 ตัวอักษร

ตอนที่ 424 ฮี่ ๆ ของขวัญจากพี่ชายจ๋า

เยวียนหมิงเสวี่ยตวัดกระบี่เป็นกระบวนท่าสุดท้าย คลื่นกระบี่สีหยกพุ่งออกจากคมกระบี่ ก่อนกระแทกลงบนผิวน้ำข้างศาลาอย่างรุนแรง

ตู้ม!

มวลน้ำมหาศาลระเบิดกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนโปรยปรายลงมาเหนือศีรษะของทุกคน

เยวียนเหวินอวี้มองกระบี่หยกในมือของอีกฝ่ายด้วยดวงตาเป็นประกาย

[กรี๊ดดดด! กระบี่หยกเล่มนั้นทั้งงดงามและทรงพลัง ข้าเองก็อยากได้บ้างจัง!]

ยูรันสะบัดมือหนึ่งครั้ง ม่านพลังไร้รูปลักษณ์พลันกางออก ป้องกันหยาดน้ำทั้งหมดไม่ให้กระเซ็นเข้ามาภายในศาลา

“เฮ้อ...เล่นใหญ่เสียจริง”

เยวียนหมิงเสวี่ยรีบกลับเข้ามาภายในศาลา ก่อนถามขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ

“น้องชาย เจ้าจะมอบกระบี่เล่มนี้ให้ข้าจริง ๆ หรือ?”

ยูรันพยักหน้า

“อืม”

“แต่เหตุใดเล่า? กระบี่เล่มนี้เทียบได้กับสมบัติระดับเจ็ดหรือแม้แต่ระดับแปดเลยนะ! ไม่เพียงมีความคมเป็นเลิศ แต่ยังสามารถกักเก็บพลังปราณเอาไว้โดยไม่รั่วไหล เพียงตวัดกระบี่ก็สร้างคลื่นพลังออกมาได้แล้ว หากอัดพลังปราณลงไปอีก พลังทำลายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า!”

ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าเกลียดกระบี่ ท่านอยากได้ก็เอาไปเถอะ ข้ายกให้”

[สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดข้าก็ทำได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว จะใช้ตัวช่วยไปทำไม? อีกอย่าง เจ้านี่ก็เป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น]

“……”

“ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!”

เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นทั่วทั้งศาลา

กระบี่ซึ่งอาจเทียบได้กับสมบัติระดับแปด แลกกับกู่ฉินเพียงหนึ่งหลังเนี่ยนะ?!

เยวียนหมิงเสวี่ยลูบฝักกระบี่สีหยกอย่างทะนุถนอม ก่อนเงยหน้าขึ้นถาม

“อืม แล้วกระบี่เล่มนี้มีชื่อหรือไม่?”

ยูรันส่ายหน้า

“ไม่มี”

เยวียนหมิงเสวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมองประกายสีเขียวซึ่งสะท้อนอยู่บนคมกระบี่

“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเรียกมันว่า ‘กระบี่หยกสะท้อนจันทร์’”

“อืม แล้วแต่ท่าน”

เยวียนเหวินอวี้มองกระบี่หยกสะท้อนจันทร์ในมือของอีกฝ่ายด้วยความอิจฉา จนดวงตาแทบจะทะลักออกมาจากเบ้า

เยวียนหมิงฮวนลุกขึ้นเป็นคนถัดไป ก่อนนำกล่องไม้สีดำทรงยาวใบหนึ่งออกมาวางลงตรงหน้ายูรัน

“น้องชาย ข้าชื่อหมิงฮวน นี่คือของขวัญจากข้า หวังว่าเจ้าจะชอบ”

เมื่อฝากล่องถูกเปิดออก ภายในพลันเผยให้เห็นกระดานหมากขนาดกะทัดรัดหนึ่งแผ่น พร้อมตัวหมากซึ่งแกะสลักจากหยกดำและหยกขาวอย่างประณีต

“ข้าได้ยินมาว่าน้องชายชื่นชอบเกมซึ่งต้องใช้ความคิดและกลยุทธ์ จึงนำชุดหมากล้อมหยกดำขาวชุดนี้มาให้ แม้มันจะไม่ใช่สมบัติล้ำค่า แต่ฝีมือของช่างผู้สร้างนับว่าดีไม่น้อย”

ยูรันหยิบตัวหมากสีดำขึ้นมาพิจารณา ก่อนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“อืม ข้าชอบ ขอบคุณพี่หมิงฮวน”

เยวียนหมิงฮวนยิ้มออกมาทันที

“น้องชายชอบ ข้าก็ดีใจ”

ยูรันเก็บชุดหมากล้อมเข้าไปในช่องเก็บของ ก่อนหยิบกล่องอีกใบออกมายื่นให้เขา

เมื่อเยวียนหมิงฮวนเปิดกล่องออก ภายในพลันเผยให้เห็นแว่นขยายสามอันซึ่งมีขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ขอบของแต่ละอันมีปีกขนาดจิ๋วติดอยู่สองข้าง

ทุกคนมองสิ่งของประหลาดทั้งสามชิ้นด้วยความงุนงง

“น้องชาย นี่คือสิ่งใด?”

“อืม จะเรียกพวกมันว่าแว่นขยายก็ได้ ลองใช้ดูสิ”

“ใช้อย่างไร?”

ยูรันเอียงศีรษะ

“แว่นขยายก็ต้องใช้มองสิ จะเอาไปฟังหรืออย่างไร?”

เยวียนหมิงฮวนหยิบแว่นอันหนึ่งขึ้นมาส่องดู ก่อนขมวดคิ้ว

“ไม่เห็นมีสิ่งใดแตกต่างเลย”

ยูรันยกมือขึ้น แว่นขยายทั้งสามอันพลันลอยออกจากกล่องด้วยพลังจิต ก่อนเรียงตัวอยู่เบื้องหน้าเขาตามลำดับจากใกล้ไปไกลเป็นอันใหญ่ อันเล็ก และอันกลาง

“ต้องใช้พร้อมกันเช่นนี้ ลองดูอีกครั้ง”

เยวียนหมิงฮวนพยักหน้า ก่อนควบคุมแว่นทั้งสามด้วยพลังจิตและจัดเรียงตามที่ยูรันแสดงให้ดู จากนั้นจึงมองผ่านพวกมันอีกครั้ง

ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้าง

“นะ นะ นะ นี่มัน...”

เยวียนหมิงเจ๋อรีบถามขึ้น

“หมิงฮวน เจ้ามองเห็นสิ่งใด?”

“พี่ใหญ่ ข้ามองเห็นโครงสร้างและรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แม้แต่การไหลเวียนของพลังปราณก็ยังมองเห็นอย่างชัดเจน!”

เยวียนหมิงฮวนรีบกวาดตามองไปรอบศาลา ก่อนลองหันแว่นทั้งสามไปทางยูรัน ทว่าตำแหน่งซึ่งอีกฝ่ายนั่งอยู่กลับว่างเปล่าในสายตาของเขา ราวกับไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ตรงนั้น

[เหตุใดข้าจึงมองไม่เห็นสิ่งใดจากตัวน้องชายเลย? นี่มันอะไรกัน?!]

ยูรันกล่าวขึ้นอย่างรู้ทัน

“ท่านไม่มีทางมองเห็นสิ่งใดจากตัวข้าหรอก”

เยวียนหมิงฮวนรีบลดแว่นลง พลางกระแอมแก้เก้อ

“แค่ก ๆ เข้าใจแล้ว”

“นอกจากใช้มองรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ แล้ว พวกมันยังมองทะลุภาพมายาได้ทุกชนิดด้วย”

“อะไรนะ?!”

“ข้าบอกว่าภาพมายาทุกชนิดไม่อาจหลอกดวงตาของท่านได้ หากมองผ่านแว่นทั้งสามอันนี้”

เยวียนหมิงเสวี่ยมองของวิเศษในมือน้องชายด้วยความเหลือเชื่อ

[ล้อเล่นหรือเปล่า? ทั้งนาฬิกาทราย กระบี่หยก แล้วยังมีแว่นขยายเหล่านี้อีก เขามีของวิเศษอยู่ในครอบครองกี่ชิ้นกันแน่?!]

เยวียนเหวินอวี้กลืนน้ำลาย ก่อนเหลือบมองของขวัญซึ่งตนซ่อนเอาไว้

[อึก...พี่ชายจ๋ามอบแต่ของดี ๆ ให้คนจากสายแปดทั้งนั้น ส่วนพี่หญิงหลิงซวงได้เพียงภาพวาดเท่านั้นเอง]

[ไม่สิ หมิงเยว่ต่างหากที่ได้กำไรมากที่สุด พี่ชายจ๋าสอนนางชงชาด้วยตัวเองเลยนะ!]

เยวียนหมิงฮวนประคองแว่นทั้งสามอย่างระมัดระวัง

“ข้าจะเรียกพวกมันว่า ‘ทัศนะสามภพ’ ไว้ข้าจะนำกลับไปศึกษาอย่างละเอียด ขอบคุณน้องชายมาก”

กล่าวจบ เขาก็เก็บของวิเศษทั้งสามกลับลงในกล่อง ก่อนเดินกลับไปนั่งยังที่เดิม

หลังจากรออยู่หลายลมหายใจและยังไม่มีผู้ใดลุกขึ้นมาอีก ยูรันจึงกวาดตามองคนรอบศาลา

“อืม ดูเหมือนจะไม่มีแล้วสินะ”

เยวียนเหวินอวี้ซึ่งนั่งอยู่ข้างเขารีบยื่นกล่องใบเล็กออกมาทันที

“ยังมีเจ้าค่ะ! นี่เป็นของข้า”

ยูรันรับกล่องมาเปิดด้วยความสนใจเล็กน้อย

“หืม? ถุงหอมหรือ?”

ภายในกล่องมีถุงหอมผ้าไหมสีฟ้าอ่อนหนึ่งใบ บนผืนผ้าปักลวดลายดอกเหมยด้วยด้ายสีเงินอย่างประณีต กลิ่นดอกไม้ผสมสมุนไพรหอมเย็นลอยออกมาอย่างบางเบา ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย

[ยัยเด็กนี่ไม่ได้เตรียมของขวัญมาด้วยซ้ำ เห็นชัดว่ามีผู้อื่นเตรียมให้]

เยวียนเหวินอวี้นั่งบิดตัวไปมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“คะ คือว่า...”

[ถุงหอมงั้นหรือ?! กรี๊ดดดด! เหตุใดต้องเป็นถุงหอมด้วยเล่า พี่หญิงจงใจแกล้งข้าชัด ๆ!]

เยวียนหลิงซวงซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลยกมือปิดปากซ่อนรอยยิ้ม

[คิก ๆ สมน้ำหน้า]

ยูรันหยิบถุงหอมขึ้นมาพิจารณา ก่อนหันไปถามเด็กสาวข้างกาย

“เจ้าทำเองหรือ?”

เยวียนเหวินอวี้สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบพยักหน้า

“จะ เจ้าค่ะ ข้าทำเอง”

“อืม ขอบคุณ ข้าชอบมาก”

ยูรันเก็บถุงหอมเข้าไปในช่องเก็บของ ก่อนหยิบกล่องอีกใบออกมาวางลงในมือนาง

เยวียนเหวินอวี้รีบเปิดกล่องดูด้วยดวงตาเป็นประกาย ภายในมีกำไลสีขาวเรียบง่ายวางอยู่เพียงหนึ่งวง

“กำไลหรือ?”

นางหยิบกำไลขึ้นมาสวมบนข้อมือ ทันใดนั้นสีขาวธรรมดาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนโปร่งใส พร้อมลวดลายจันทร์เสี้ยวและหมู่ดาวสีเงินซึ่งปรากฏขึ้นบนผิวกำไล

“อ๊ะ! มันเปลี่ยนสีเองได้ด้วย!”

ยูรันพยักหน้า

“อืม”

“แล้วมันทำสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ?”

“น่าจะทำให้ค่ายกลทุกประเภทไม่มีผลต่อผู้สวมใส่...น่าจะใช่นะ”

ทุกคนภายในศาลาพลันนิ่งค้าง

ก่อนหน้านี้มีทั้งนาฬิกาทรายซึ่งทำให้ผู้ใช้เป็นอมตะชั่วคราว กระบี่หยกอันทรงพลัง และทัศนะสามภพซึ่งมองทะลุภาพมายาได้ทุกชนิด บัดนี้ยังมีกำไลซึ่งทำให้ค่ายกลไร้ผลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น

เยวียนเหวินอวี้กลืนน้ำลายลงคอ

“ทุกประเภท...หมายความว่ารวมถึงค่ายกลทุกระดับด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ใช่”

“ซี๊ดดดดดดดดดดดดด!”

ทุกระดับเลยหรือ?! นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!

เยวียนจือหยวนพลันโพล่งขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“น้องชาย ข้าขอทดสอบกำไลวงนั้นได้หรือไม่?”

ยูรันเอียงศีรษะไปทางเยวียนเหวินอวี้

“ถามข้าทำไม? ข้ามอบให้นางไปแล้ว”

เยวียนจือหยวนจึงรีบหันไปหาเด็กสาว

“เหวินอวี้ ออกมานี่เร็ว ให้ข้าทดสอบกำไลสักหน่อย”

“เจ้าค่ะ”

ทั้งสองเดินออกไปยังพื้นที่ว่างข้างศาลา เยวียนจือหยวนหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา ก่อนกล่าวเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง

“เตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะใช้ยันต์ระดับหก ค่ายกลอัสนีแปดทิศกักขัง!”

ยันต์ในมือของเขาสลายกลายเป็นประกายแสง ก่อนเสาอัสนีแปดต้นจะผุดขึ้นรอบตัวเยวียนเหวินอวี้และเชื่อมต่อกันเป็นค่ายกลกักขัง

เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนหลับตาปี๋และลองก้าวตรงเข้าหากำแพงอัสนี

ร่างของนางเดินทะลุผ่านค่ายกลออกมาอย่างง่ายดาย ราวกับเสาอัสนีทั้งแปดไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก

“……”

“เอ๊ะ?”

เยวียนเหวินอวี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนหันกลับไปมองค่ายกลด้านหลังด้วยความงุนงง

ผู้คนภายในศาลาต่างขยี้ตาของตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ

“นางเดินทะลุออกมาได้เลยหรือ?!”

ใบหน้าของเยวียนเหวินอวี้แดงระเรื่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางก้มมองกำไลบนข้อมือด้วยความรักใคร่

[อึก...ข้าจะเก็บรักษามันอย่างดีที่สุดเลย!]

เยวียนจือหยวนจ้องกำไลวงนั้นตาไม่กะพริบ

[บ้าไปแล้ว! หากท่านพ่อรู้เรื่องนี้ เขาต้องอยากได้กำไลวงนี้แน่นอน ท่านยิ่งชื่นชอบการศึกษาค่ายกลอยู่ด้วย]

ยูรันสะบัดมือหนึ่งครั้ง ค่ายกลอัสนีแปดทิศพลันสลายหายไป

“พอแล้ว กลับมานั่งได้”

เยวียนเหวินอวี้รีบกลับมานั่งลงข้างเขาตามเดิม ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ขอบคุณเจ้าค่ะ แล้วกำไลวงนี้มีชื่อหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่มี เจ้าตั้งเองเถอะ”

เด็กสาวลูบลวดลายจันทร์เสี้ยวบนกำไล ก่อนฉีกยิ้มกว้าง

“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเรียกมันว่า ‘กำไลจันทราไร้พันธนา’ ข้าจะดูแลมันอย่างดีเลยเจ้าค่ะ!”

[ฮี่ ๆ ของขวัญจากพี่ชายจ๋า]

เยวียนหมิงเยว่ซึ่งนั่งมองอยู่ไม่ไกลเริ่มเม้มริมฝีปากด้วยความน้อยใจ

[ข้าได้รับเพียงวิธีชงชา แต่ทุกคนกลับได้ของวิเศษกันหมดเลย...]