ตอนที่ 460 ภายในสองวัน เจ้าต้องทะลวงสร้างรากฐาน
ยูรันถอนหายใจยาว ก่อนมองเยวียนเหวินอวี้ซึ่งยังคงนอนกลิ้งอยู่บนพื้น
“เอาละ ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง”
เสียงร้องไห้ของนางหยุดลงทันที
“ภายในสองวัน หากเจ้าสามารถทะลวงขึ้นสู่ขั้นสร้างรากฐานได้โดยไม่พึ่งพาโอสถ ข้าจะอนุญาตให้เจ้าดื่ม”
ยูรันพลิกฝ่ามือ ไหสุราสีดำขนาดไม่ใหญ่นักพลันปรากฏขึ้นในมือ ตัวไหถูกปิดผนึกเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีกลิ่นอายแม้แต่น้อยเล็ดลอดออกมา
“แล้วข้าจะให้เจ้าได้ลองของดีด้วย”
สายตาของทุกคนทั่วชั้นหนึ่งจับจ้องไปยังไหสีดำพร้อมกัน
เยวียนเหวินอวี้หยุดร้องไห้อย่างสมบูรณ์ ก่อนลุกขึ้นนั่งด้วยดวงตาเป็นประกาย
“โอ้! พี่ชายจ๋า ไหสีดำนั่นคืออะไรหรือเจ้าคะ?”
ยูรันมองไหในมือ
“อืม ของที่ดีกว่าขยะซึ่งพวกเจ้าดื่มอยู่เล็กน้อย”
ผู้คนรอบด้านคิ้วกระตุกพร้อมกัน
สุราสิบชนิดของหอสมบัติบุปผาเร้นจันทร์เพียงเปิดขายไม่ถึงวันก็ถูกยกให้เป็นสุราชั้นยอดของเมืองแล้ว แต่ในสายตาของยูรันกลับยังคงเป็นเพียงขยะเท่านั้น
“สุราไหนี้ไม่มีพิษตกค้าง และไม่ทำให้เจ้าเมามาย ต่อให้เจ้าเพิ่งเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานก็สามารถดื่มได้”
กล่าวจบ ยูรันก็คลายผนึกออกเพียงช่องเล็ก ๆ
ฟุ้ง!
กลิ่นหอมเข้มข้นพลันแผ่กระจายไปทั่วทั้งโถง กลิ่นองุ่นสดเจือความหวานละมุนกับกลิ่นอายเย็นสดชื่น เพียงสูดดมก็ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ลมปราณภายในร่างเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเล็กน้อย
สูด!
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
“หอมมาก! นี่เป็นกลิ่นสุราจริงหรือ?!”
“บัดซบ เพียงสูดกลิ่นเข้าไป ข้าก็รู้สึกว่าคอขวดซึ่งติดอยู่มาหลายเดือนสั่นสะเทือนแล้ว!”
“หากสิ่งที่พวกเราดื่มอยู่เป็นขยะ แล้วสุราไหนี้อยู่ในระดับใดกัน?”
“ของล้ำค่า! มันต้องเป็นสุราล้ำค่าซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน!”
เยวียนเหวินอวี้กลืนน้ำลายดังเอื๊อก สายตาไม่ยอมละไปจากไหแม้แต่น้อย
ยูรันปิดผนึกกลับตามเดิม ก่อนเขย่าไหในมือเบา ๆ
“ว่าอย่างไร? ภายในสองวัน หากเจ้าทะลวงขึ้นสู่ขั้นสร้างรากฐานได้โดยไม่ใช้โอสถ สุราไหนี้จะเป็นของเจ้า”
“ข้าขอชิมก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ?”
เยวียนเหวินอวี้ประสานมืออ้อนวอนทันที
ยูรันมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดผนึกแล้วใช้พลังจิตดึงสุราออกมาเพียงหนึ่งหยด จากนั้นจึงเก็บไหกลับเข้าไปในช่องเก็บของ
“หยดเดียวพอ”
หยดสุราสีม่วงเข้มลอยอยู่ตรงหน้าเยวียนเหวินอวี้ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนผู้คนรอบด้านพากันกลืนน้ำลาย
นางรีบลุกพรวดขึ้นจากพื้น ก่อนอ้าปากรับหยดสุราเข้าไปอย่างไม่ลังเล
ทันทีที่สุราสัมผัสปลายลิ้น ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง
นางหลับตาลง ลิ้มรสอยู่เนิ่นนานราวกับไม่ต้องการให้ความรู้สึกนั้นจางหายไป ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“หอมมาก...”
“มีกลิ่นขององุ่นชัดเจน แต่ไม่มีกลิ่นฉุนแม้แต่น้อย รสสัมผัสซ่าเล็กน้อย อ่อนหวานและละมุนลิ้นราวกับน้ำผลไม้ ทว่ากลับยังมีกลิ่นอายของสุราอย่างชัดเจน”
นางลืมตาขึ้น ก่อนมองไหสุราทั่วห้องด้วยสายตารังเกียจ
“อร่อยกว่าสุราพวกนี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า!”
“……”
เถียนซูเจินรู้สึกราวกับหัวใจถูกแทง สุราซึ่งนางกำลังจะใช้สร้างชื่อให้กิจการถูกเด็กสาวรังเกียจทันทีหลังชิมของจริงเพียงหนึ่งหยด
ทันใดนั้น ผิวหนังบางส่วนบนแขนและใบหน้าของเยวียนเหวินอวี้ก็เริ่มหลุดลอกออกอย่างแผ่วเบา
สิ่งสกปรกซึ่งซ่อนอยู่ภายในร่างถูกขับออกมาตามรูขุมขน ก่อนสลายกลายเป็นควันจาง ๆ ส่วนผิวใหม่ที่ปรากฏขึ้นกลับเรียบเนียน กระจ่างใส และดูอ่อนนุ่มกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ฤทธิ์สุราซึ่งทำให้นางเมามายก่อนหน้านี้ถูกชำระออกจากร่างจนหมดสิ้น สติของนางกลับมาแจ่มชัดในพริบตา
ผู้คนรอบด้านพากันขยี้ตาอย่างไม่อยากเชื่อ
“ผลัดผิวใหม่?!”
“นี่มันสุราอะไรกัน เพียงหนึ่งหยดก็สามารถชำระสิ่งสกปรกและปรับสภาพร่างกายได้ถึงเพียงนี้?!”
“โอสถเสริมความงามทั่วไปยังให้ผลไม่ได้แม้แต่ครึ่งหนึ่งของมันด้วยซ้ำ!”
“ของดีเกินไปแล้ว!”
เยวียนเหวินอวี้ก้มมองผิวของตนเอง ก่อนรีบเช็ดน้ำลายตรงมุมปาก
“พี่ชายจ๋า สองวันโดยไม่ใช้โอสถใช่ไหมเจ้าคะ?”
“ใช่”
“หากข้าแอบใช้แม้แต่เม็ดเดียว ท่านก็รู้สินะ?”
“รู้”
“ได้!”
นางกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“รอข้านะเจ้าคะ! ข้าจะกลับไปปิดด่านฝึกเดี๋ยวนี้!”
กล่าวจบ เยวียนเหวินอวี้ก็พุ่งออกจากหอไปด้วยความเร็วสูงสุด ทิ้งให้ทุกคนมองตามแผ่นหลังของนางอย่างตกตะลึง
ไม่นาน เสียงของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“คุณชายใหญ่ ข้าขอซื้อสุราไหดำใบนั้นได้หรือไม่เจ้าคะ?”
ทันทีที่มีผู้เปิดปาก คนอื่น ๆ ก็รีบแย่งกันเสนอราคาตามมา
“ข้ายินดีจ่ายหนึ่งแสนเหรียญ!”
“คุณชายใหญ่ สุรานี้ช่วยให้ผิวงดงามยิ่งกว่าโอสถ แถมยังดื่มด่ำกับรสชาติได้ด้วย ท่านขายให้ข้าสักไหเถอะเจ้าค่ะ!”
“ข้าให้สองแสน!”
“ข้าจะซื้อเพียงครึ่งไหก็ได้ ราคาสูงเพียงใดข้าก็ยอม!”
แม้แต่บุรุษหลายคนก็เริ่มเข้าร่วมเสนอราคา เมื่อคิดถึงผลในการชำระสิ่งสกปรกและช่วยให้ตบะเคลื่อนไหว
ยูรันฟังเสียงเสนอราคาซึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนตอบเพียงสองคำ
“ไม่ขาย”
“เอ๊ะ?”
เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งโถง
ยูรันไม่คิดอธิบายเพิ่มเติม เขาเดินผ่านฝูงชนซึ่งกำลังยืนอ้าปากค้าง ก่อนออกไปตรวจสอบพื้นที่อาคารด้านข้างตามลำพัง
ไม่ว่ายูรันจะเดินไปทางใด เสียงซุบซิบก็ดังตามหลังไปตลอดทาง
เสียงส่วนใหญ่มาจากเหล่าสตรีซึ่งเต็มไปด้วยความชื่นชม ส่วนบุรุษหลายคนกลับคอยกล่าวจิกกัดพวกนางด้วยความหมั่นไส้ไม่หยุด
“ดูนั่นสิ นั่นใช่คุณชายใหญ่แห่งตำหนักเสวียนเยว่หรือไม่?”
“ใช่แน่! ข้าเคยเห็นเขาที่ลานประลอง ตัวจริงหล่อเหลากว่าในข่าวลือเสียอีก”
“ดูรูปร่างของเขาสิ ทั้งสูงสง่าและไหล่กว้าง...”
หญิงสาวคนหนึ่งยกมือกุมแก้ม ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าเพ้อฝัน
“ข้าอยากมีบุตรกับเขาสักคน ลูกของพวกเราต้องหน้าตาหล่อเหลาเหมือนบิดาอย่างแน่นอน”
สหายข้างกายหันมามองนางอย่างพูดไม่ออก
“เจ้าเพ้อฝันไปไกลถึงขั้นมีลูกแล้วหรือ? อย่างน้อยก็ควรทำให้เขารู้จักชื่อเจ้าก่อนเถอะ!”
“แล้วอย่างไรเล่า? ความฝันไม่เสียเงินสักเหรียญ”
บุรุษคนหนึ่งอดกล่าวแทรกไม่ได้
“พวกเจ้าหยุดฝันเสียเถอะ เขาไม่มีทางชายตามองพวกเจ้าหรอก”
เหล่าสตรีหันไปมองเขาพร้อมกัน
“แล้ว?”
“……”
บุรุษผู้นั้นชะงัก ก่อนพยายามกล่าวต่อ
“ต่อให้ไม่มีเรื่องภรรยา พวกเจ้าคิดหรือว่าคุณชายใหญ่จะสนใจสตรีธรรมดา?”
หญิงสาวอีกคนกอดอก ก่อนเหลือบมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
“อย่างน้อยพวกข้าก็ยังมีสิทธิ์ฝัน ดีกว่าบางคนที่ต่อให้ฝัน สตรีก็ยังไม่ยอมชายตามอง”
“เจ้า!”
“ทำไม หรือข้ากล่าวผิด?”
เสียงหัวเราะของเหล่าสตรีดังขึ้นพร้อมกัน ทำให้บุรุษผู้นั้นได้แต่สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินหนีไปด้วยใบหน้าดำคล้ำ
ยูรันได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน ทว่าไม่ได้หันกลับไปสนใจแม้แต่น้อย
[เสียงดังกันจริง ๆ]
เขาเดินสำรวจพื้นที่รอบหอสมบัติบุปผาเร้นจันทร์ต่อไป ไม่นานก็พบว่าอาคารด้านข้างหลายหลังถูกซื้อเอาไว้เรียบร้อยแล้ว คนงานจำนวนมากกำลังขนย้ายสิ่งของเดิมออกจากพื้นที่ พร้อมรื้อผนังบางส่วนเพื่อเชื่อมอาคารเข้าหากัน
ยูรันเดินวนสำรวจอยู่หนึ่งรอบ ก่อนหยุดยืนตรงลานกลางซึ่งเพิ่งถูกเคลียร์จนโล่ง
[อืม เพิ่งสั่งไปเมื่อช่วงเช้า แต่ทำงานรวดเร็วกว่าที่คิด]
เขากวาดตามองอาคารแต่ละหลัง พลางวางตำแหน่งภายในใจ
[อาคารฝั่งซ้ายทำเป็นหอสุรา ฝั่งขวาใช้เป็นหอพนันกับพื้นที่เล่นเกม ส่วนอาคารหลักคงไว้สำหรับจัดแสดงสินค้า ขายของ และจัดการประมูล]
[ด้านหลังใช้เป็นคลังสินค้า ห้องพักพนักงาน และเรือนรับรองสำหรับแขกพิเศษ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอในช่วงแรก]
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“อืม พอใช้ได้”
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง เถียนซูเจินตามออกมาพร้อมม้วนแปลนอาคารในมือ
“คุณชายใหญ่ ท่านต้องการให้ฝั่งขวาเป็นหอพนันจริงหรือเจ้าคะ?”
“อืม มีปัญหา?”
“ข้าเพียงไม่แน่ใจว่าควรจัดเตรียมสิ่งใดบ้างเจ้าค่ะ”
“ก็โต๊ะเล่นไพ่ เกมกระดาน แล้วก็พื้นที่สำหรับเดิมพันการประลอง ไม่ต้องทำเหมือนบ่อนทั่วไป ข้าไม่ได้คิดจะรีดเงินคนจน”
ยังไม่ทันเถียนซูเจินจะตอบ เสียงของเยวียนจ้าวคุนก็ดังขึ้นจากทางเดิน
“หอพนันหรือ? ให้ลุงช่วยทดสอบกิจการก็ได้นะ!”
เขาเดินเข้ามาพร้อมฉินหลัวซือ เยวียนชิงเหยา เยวียนชิงฝู เยวียนชิงลู่ และเสิ่นเยียนหรง ดวงตาจับจ้องอาคารฝั่งขวาเป็นประกาย
ยูรันเอียงศีรษะ
“ท่านแค่อยากมาเล่นฟรีไม่ใช่หรือ?”
“เหลวไหล! ข้าเป็นถึงเจ้าตำหนัก ย่อมต้องช่วยตรวจสอบกิจการของหลานชาย”
ฉินหลัวซือเหลือบมองสามี
“เช่นนั้นค่าเดิมพันทั้งหมดหักจากเงินส่วนตัวของเจ้า”
“……”
เยวียนจ้าวคุนหุบปากทันที
เยวียนชิงเหยากวาดตามองรอบด้าน ก่อนถามขึ้น
“รันเอ๋อร์ เหวินอวี้หายไปไหนแล้ว?”
“ไปปิดด่านฝึกแล้ว”
ทุกคนชะงักพร้อมกัน
เยวียนชิงฝูเบิกตากว้าง
“นางขยันถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ?”
“เปล่า ข้าเอาสุราล่อ”
เยวียนชิงเหยายกมือขึ้นนวดขมับ ส่วนเยวียนจ้าวคุนกลับพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เป็นวิธีที่ดี”
ฉินหลัวซือหันขวับ
“เจ้าก็คิดจะขอสุราจากหลานชายด้วยวิธีเดียวกันหรือ?”
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ!”
ทันใดนั้น เสียงฆ้องก็ดังมาจากอาคารหลักสามครั้ง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เถียนซูเจินหันกลับไปมอง ก่อนรีบประสานมือ
“คุณชายใหญ่ การประมูลประจำวันครั้งแรกกำลังจะเริ่มแล้วเจ้าค่ะ”
ยูรันถามอย่างไม่ใส่ใจ
“วันนี้เอาขยะชิ้นใดออกประมูล?”
“โอสถระดับหก ‘โอสถประสานทารกวิญญาณ’ ขั้นสมบูรณ์แบบเจ้าค่ะ ราคาเริ่มต้นหนึ่งเหรียญ”
ทุกคนรอบด้านเงียบลงพร้อมกัน