ตอนที่ 462 แค่ได้กลิ่น รอยร้าวก็สมานแล้ว
ชายชุดดำผู้สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งบนจ้องโอสถซึ่งถูกส่งมอบให้ผู้ชนะการประมูลอยู่เนิ่นนาน มือทั้งสองที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่นจนสั่นเล็กน้อย
[บัดซบ ข้ามีเงินไม่พอ ต่อให้ไปขอยืมจากผู้ใดก็คงไม่มีใครยอมให้มากถึงเพียงนั้น]
[เวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว หากเสี่ยงใช้โอสถระดับต่ำกว่านี้ เกรงว่าจะช่วยชีวิตนายหญิงไม่ทัน...]
ยูรันซึ่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ยาวเหลือบมองชายผู้นั้น
[อืม น่าสนใจ เจ้าหมอนี่ดูร้อนรนกว่าคนอื่นมาก]
ขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านล่าง ประหนึ่งเสียงของเทพยดาซึ่งยื่นมือลงมาช่วยชีวิตชายสวมหน้ากากเอาไว้
“คุณชายใหญ่ แล้วโอสถระดับต่ำกว่าหกซึ่งจัดแสดงอยู่ภายในหอ สามารถซื้อได้โดยตรงหรือไม่ขอรับ หรือต้องรอให้นำออกประมูลทีละเม็ดเท่านั้น?”
ผู้คนจำนวนมากรีบส่งเสียงสนับสนุน
“นั่นสิ! หากต้องรอประมูลวันละเม็ด แล้วเมื่อใดจึงจะถึงคราวของโอสถที่พวกเราต้องการกัน?”
“ข้าเดินดูมาหลายรอบแล้ว แต่บนป้ายกลับไม่มีราคาขายเขียนเอาไว้เลย!”
“คุณชายใหญ่ โปรดกำหนดราคาให้พวกเราด้วยเถิด!”
ยูรันยกมือขึ้นลูบคาง
“อืม ความจริงก็ขายได้”
ทั่วทั้งหอเงียบลงในพริบตา ผู้คนต่างเงี่ยหูรอฟังด้วยแววตาคาดหวัง
“เช่นนั้นโอสถแต่ละระดับมีราคาเท่าใดหรือขอรับ?”
“ราคาเท่าไรดีนะ...”
ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!
คนทั้งหอสูดลมหายใจพร้อมกัน หลายคนถึงกับกำแหวนมิติของตนเอาไว้แน่น เกรงว่าราคาซึ่งยูรันกำลังจะกล่าวออกมาจะสูงเสียจนพวกเขาไม่มีปัญญาจ่าย
ยูรันหลับตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
[โอสถระดับสิบขายได้เม็ดละหนึ่งหมื่นล้าน ระดับเก้าก็เอาเป็นสองพันห้าร้อยล้าน แล้วหารสี่ลงไปเรื่อย ๆ น่าจะใช้ได้]
[ระดับแปดหกร้อยยี่สิบห้าล้าน ระดับเจ็ดหนึ่งร้อยห้าสิบหกล้านสองแสนห้าหมื่น ระดับหกประมาณสี่สิบล้าน ระดับห้าสิบล้าน ระดับสี่สองล้านห้าแสน ระดับสามหกแสนสองหมื่นห้าพัน ระดับสองหนึ่งแสนห้าหมื่นหกพันสองร้อยห้าสิบ ส่วนระดับหนึ่ง...สี่หมื่นแล้วกัน]
[อืม เข้าใจง่ายดี เอาตามนี้แหละ]
เขาลืมตาขึ้น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“โอสถระดับหนึ่ง เม็ดละสี่หมื่นเหรียญ”
“ระดับสอง หนึ่งแสนห้าหมื่นหกพันสองร้อยห้าสิบเหรียญ”
“ระดับสาม หกแสนสองหมื่นห้าพันเหรียญ”
“ระดับสี่ สองล้านห้าแสนเหรียญ”
“ระดับห้า สิบล้านเหรียญ”
“ส่วนระดับหก เม็ดละสี่สิบล้านเหรียญ”
ทันทีที่ราคาสุดท้ายถูกประกาศ เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งหอ
“สี่สิบล้านเหรียญ! เช่นนั้นผู้ชนะเมื่อครู่ซื้อโอสถระดับหกไปในราคาเพียงยี่สิบสี่ล้านแปดแสน ไม่เท่ากับประหยัดเงินไปกว่าสิบห้าล้านหรอกหรือ?!”
“บัดซบ! หากรู้เช่นนี้ เมื่อครู่ข้าคงกัดฟันเสนอราคาเพิ่มไปแล้ว!”
ยูรันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ที่นำของออกประมูลด้วยราคาเริ่มต้นหนึ่งเหรียญ ก็เพราะอยากเปิดโอกาสให้พวกเจ้าได้ครอบครองมันในราคาถูก”
“หากวันใดพวกเจ้าปั่นราคากันเองจนสูงกว่าราคาขายตรง นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้า”
ผู้คนซึ่งกำลังคิดจะแข่งขันเสนอราคาโดยไม่ลืมหูลืมตาต่างชะงักพร้อมกัน
ยูรันกล่าวต่ออย่างเกียจคร้าน
“ตอนนี้จะนำของออกประมูลวันละหนึ่งชิ้นไปก่อน หากคนเข้าร่วมมากพอ ภายหลังค่อยเพิ่มเป็นวันละห้าชิ้น”
“ส่วนผู้ใดไม่อยากรอ ก็ซื้อในราคาที่ข้าบอกไป โอสถตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับหกซึ่งวางอยู่ในหอล้วนขายตรงได้ทั้งหมด”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้คนจำนวนมากก็รีบลุกจากที่นั่ง ก่อนพุ่งตรงไปยังอาคารจัดแสดงสินค้าด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ยูรันไม่ได้สนใจความวุ่นวายเหล่านั้น เขาเพียงใช้จิตสัมผัสจับจ้องชายสวมหน้ากากอีกครั้ง
[ไหนดูสิว่าเจ้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร]
ใบหน้าภายใต้หน้ากากของชายชุดดำซีดเผือดลงทันที
[กะเอาไว้แล้วว่าราคาขายตรงต้องสูงกว่าราคาประมูล แต่สี่สิบล้านเหรียญ...ต่อให้ขายทุกสิ่งที่ข้ามีอยู่ก็ยังรวบรวมมาไม่พอ]
[โอสถระดับหนึ่งตามท้องตลาดมีราคาเพียงไม่กี่ร้อยเหรียญ ทว่าของเขากลับมีราคาถึงสี่หมื่น แต่โอสถทุกเม็ดล้วนสมบูรณ์แบบและผ่านการชำระด้วยทัณฑ์โอสถ ประสิทธิภาพย่อมเกินมาตรฐานไปไกล ราคานี้จึงไม่อาจเรียกว่าแพงได้เลย]
[ข้าควรทำอย่างไรดี...]
ยูรันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
[หน้าซีดกว่าเดิมอีก ดูท่าทางคงไม่มีเงินจริง ๆ]
เยวียนชิงเหยาสังเกตเห็นรอยยิ้มของบุตรชาย จึงมองตามสายตาของเขาไปยังชายสวมหน้ากาก
“รันเอ๋อร์ ชายผู้นั้นมีสิ่งใดผิดปกติหรือ?”
“ไม่มีอะไร เขาเพียงดูร้อนรนราวกับจำเป็นต้องได้โอสถเมื่อครู่ไปช่วยชีวิตนายหญิงของตนเท่านั้นเอง”
เยวียนชิงเหยามองชายผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“เช่นนั้นหรือ...เจ้าคิดว่าเขากำลังต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า?”
“อืม อาจจะใช่”
ยูรันหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์ รอยยิ้มตรงมุมปากของเขาชัดเจนขึ้นเล็กน้อย
“แต่ข้ายังไม่ช่วยหรอก มาดูกันก่อนว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ เรื่องนี้น่าจะสนุกไม่น้อย”
ยังไม่ทันที่เสียงพูดคุยจะสงบลง ก็มีคนยกมือถามขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณชายใหญ่ หากมีเงินไม่เพียงพอ สามารถขอกู้ยืมจากทางหอก่อนได้หรือไม่ขอรับ?”
ยูรันเหลือบมองชายสวมหน้ากากอีกครั้ง
[ดูเหมือนโชคของเจ้าหมอนี่จะดีไม่น้อย...ไม่สิ ผู้ที่โชคดีควรเป็นนายหญิงของเขาต่างหาก ถึงได้มีลูกน้องพยายามหาโอสถไปช่วยชีวิตนางถึงเพียงนี้]
“ไม่รับให้กู้ ที่นี่ไม่ใช่หอเงินกู้ ข้าขี้เกียจตั้งคนไปตามทวงหนี้”
ผู้ถามคอตกลงด้วยความผิดหวัง ขณะที่ชายสวมหน้ากากกำมือแน่นกว่าเดิม
ไม่นานก็มีอีกคนถามขึ้น
“แล้วส่วนลดสมาชิกสามารถใช้กับสินค้าที่ชนะการประมูลได้หรือไม่ขอรับ?”
ยูรันพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“ได้สิ ข้าอนุญาต”
ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นทั่วทั้งหออีกครั้ง
“สมาชิกระดับห้าได้รับส่วนลดตั้งสามส่วนมิใช่หรือ? หากผู้ชนะเมื่อครู่เป็นสมาชิกระดับห้า จากราคายี่สิบสี่ล้านแปดแสน ก็จะเหลือเพียงสิบเจ็ดล้านสามแสนหกหมื่นเหรียญเท่านั้น!”
“คุณชายใหญ่ใจกว้างเกินไปแล้ว!”
ทันใดนั้น ชายอีกคนก็ลุกพรวดขึ้นราวกับเพิ่งนึกบางอย่างได้
“เดี๋ยวก่อน! ในช่วงสองสัปดาห์แรก สินค้าทุกชนิดได้รับส่วนลดสี่ส่วนมิใช่หรือขอรับ?”
“ในเมื่อส่วนลดสมาชิกยังใช้กับการประมูลได้ เช่นนั้นส่วนลดฉลองเปิดหอก็ควรใช้ได้เช่นเดียวกันหรือไม่?”
ยูรันยกมุมปาก
“ฉลาดดีนี่”
ทั่วทั้งหอเงียบสนิทไปชั่วขณะ ก่อนเสียงอุทานจะระเบิดขึ้นพร้อมกัน
“บัดซบ! เช่นนั้นโอสถเมื่อครู่ก็เหลือเพียงสิบสี่ล้านแปดแสนแปดหมื่นเหรียญ!”
“รู้เช่นนี้ข้าน่าจะเสนอราคาแข่งไปจนถึงสามสิบล้านตั้งแต่แรก!”
“เหตุใดจึงไม่ประกาศเรื่องนี้ก่อนเริ่มประมูลเล่า?!”
เถียนซูเจินยืนนิ่งอยู่บนเวที รอยยิ้มของนางแข็งค้างไปแล้ว
นางเองก็เพิ่งรู้พร้อมกับทุกคนว่าส่วนลดของหอสามารถใช้กับสินค้าประมูลได้เช่นกัน!
ยูรันหันไปทางนาง
“เถียนซูเจิน คืนเงินส่วนต่างให้ผู้ชนะเมื่อครู่ด้วย หลังจากนี้ให้เขียนกติกาเรื่องส่วนลดเอาไว้ในประกาศให้ชัดเจน”
“ส่วนลดทุกประเภทใช้ซ้อนกันไม่ได้ ให้เลือกอัตราที่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียวเหมือนเดิม”
เถียนซูเจินรีบประสานมือรับคำ
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!”
เยวียนชิงฝูซึ่งกำลังคำนวณส่วนแบ่งของตนอยู่รีบเงยหน้าขึ้น
“เอ่อ...ท่านพี่เจ้าคะ เช่นนั้นเงินที่ข้าจะได้รับก็ลดลงด้วยมิใช่หรือ?”
เป๊าะ!
ยูรันดีดหน้าผากนางไปหนึ่งครั้ง
“เจ้าไม่ได้เสียเงินสักเหรียญ แล้วเงินของเจ้าจะลดลงได้อย่างไร?”
เยวียนชิงฝูกุมหน้าผาก
“แต่มันน้อยลงจริง ๆ นี่เจ้าคะ!”
“ก็แค่สองสัปดาห์แรกเท่านั้น”
ยูรันยักไหล่
“หากพวกเขาอยากได้ของจริง ต่อให้รู้ว่ามีส่วนลด สุดท้ายก็ต้องนำเงินมาถมราคาให้สูงขึ้นอยู่ดี จะสนใจทำไม?”
“เรื่องนี้เรียกว่ากลยุทธ์เรียกแขก เข้าใจหรือยัง?”
เยวียนชิงฝูทำแก้มพอง ทว่าสุดท้ายก็ยอมพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
ยูรันหันกลับไปมองชายชุดดำอีกครั้ง
[เอาเถอะ ในเมื่อมีคนช่วยเปิดทางให้ถึงเพียงนี้ ข้าก็ใส่ไฟเพิ่มให้อีกสักหน่อยแล้วกัน]
“เอาเถอะ เรื่องนี้ถือเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ได้ประกาศกติกาให้ชัดเจนก่อนเริ่มการประมูล เพราะข้าเองก็เพิ่งคิดได้เมื่อครู่นี้”
ยูรันหยุดไปเล็กน้อย
“ถ้าเช่นนั้น วันนี้เพิ่มสินค้าประมูลให้อีกห้ารายการแล้วกัน”
ทุกคนภายในหอต่างเงี่ยหูฟัง แววตาซึ่งเพิ่งสงบลงกลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
ยูรันเหลือบมองชายสวมหน้ากากอย่างแนบเนียน
[ไหนดูสิว่านายหญิงของเจ้าบาดเจ็บทางใดกันแน่]
เขาสะบัดมือเบา ๆ โอสถห้าเม็ดก็ลอยออกมาจากช่องเก็บของ ก่อนเรียงตัวอยู่เหนือฝ่ามือ
ทันทีที่โอสถปรากฏ กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์ก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งหอ เพียงสูดดมเข้าไปหนึ่งครั้ง ผู้คนจำนวนมากก็รู้สึกว่าความเจ็บป่วยเล็กน้อยในร่างกายกำลังทุเลาลง
“บัดซบ! นี่มันโอสถระดับใดกัน? แค่ได้กลิ่น อาการน้ำกัดเท้าของข้าก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว!”
“แผลร้อนในเรื้อรังของข้าก็หายแล้วเหมือนกัน ของดีสุด ๆ!”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพลันลุกพรวดขึ้น ก่อนตรวจสอบตันเถียนของตนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“รอยร้าวเล็ก ๆ บนแก่นทองคำของข้ากำลังสมานตัว! ข้ายังไม่ได้กินมันด้วยซ้ำ แค่ได้กลิ่นเท่านั้นนะ!”
เสียงอุทานดังระงมไปทั่วทั้งหอ
ชายสวมหน้ากากกำมือแน่น ดวงตาซึ่งเคยเต็มไปด้วยความสิ้นหวังเริ่มปรากฏประกายแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“เม็ดแรก โอสถสมานเนื้อ ระดับสอง สามารถรักษาบาดแผลภายนอกทุกชนิด ตราบใดที่ร่างกายส่วนนั้นยังไม่สูญหายไปทั้งหมดก็สามารถฟื้นฟูกลับมาได้”
“เม็ดที่สอง โอสถสมานอวัยวะ ระดับสอง ใช้รักษาความเสียหายของอวัยวะภายใน ห้ามเลือด และฟื้นฟูเส้นลมปราณที่ฉีกขาด”
“เม็ดที่สาม โอสถประสานกายและตันเถียน ระดับสาม รักษาบาดแผลทั้งภายในและภายนอก พร้อมสมานตันเถียนหรือแก่นทองคำที่แตกร้าว ตราบใดที่ยังไม่พังทลายไปทั้งหมด”
“เม็ดที่สี่ โอสถต้านร้อยพิษ ระดับห้า สามารถขจัดพิษทุกชนิดซึ่งมีระดับต่ำกว่าวิญญาณทารก และหลังจากกินเข้าไป ร่างกายจะต้านทานพิษในระดับเดียวกันได้นานหนึ่งวันเต็ม”
“ส่วนเม็ดที่ห้า โอสถรักษาวิญญาณ ระดับห้า ใช้รักษาความเสียหายของจิตวิญญาณและสมุทรจิต สามารถดึงสติของผู้ซึ่งหลับใหลเพราะวิญญาณได้รับบาดเจ็บให้กลับคืนมา และหยุดยั้งการแตกสลายของจิตวิญญาณได้ ตราบใดที่วิญญาณของคนผู้นั้นยังไม่สลายไปอย่างสมบูรณ์”