คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 474 โลกนี้สงบสุขเกินไปแล้ว8,852 ตัวอักษร

ตอนที่ 474 โลกนี้สงบสุขเกินไปแล้ว

สองพี่น้องรออยู่กลางลานอีกนานกว่าครึ่งชั่วยาม ทว่ากลับไม่มีผู้ใดวิ่งเข้ามารายงานเรื่องวุ่นวายแม้แต่คนเดียว

เยวียนชิงฝูนั่งยอง ๆ อยู่ข้างพี่ชาย ก่อนใช้กิ่งไม้ขีดเขียนไปมาบนพื้นอย่างเบื่อหน่าย

“ท่านพี่ ดูเหมือนวันนี้จะไม่มีใครกล้าไปก่อเรื่องที่หอสมบัติแล้วนะเจ้าคะ”

ยูรันลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

“เฮ้อ โลกนี้สงบสุขเกินไปแล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปเล่นพนันกันดีไหมเจ้าคะ?”

เยวียนชิงฝูรีบโยนกิ่งไม้ทิ้ง ก่อนลุกขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกาย

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงลุกขึ้นและปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า

“ก็ได้”

เขามองคราบฝุ่นบนฝ่ามือ ก่อนถอนหายใจอีกครั้ง

“ฝุ่นเยอะจริง ๆ คนทำความสะอาดลานไม่ได้เรื่องเลย”

เหล่าคนรับใช้ซึ่งยืนอยู่รอบลานพลันหน้าซีดเผือด

เยวียนชิงฝูรีบดึงแขนเสื้อพี่ชาย

“ท่านพี่ ท่านเป็นคนนอนแผ่อยู่บนพื้นเองนะเจ้าคะ พูดเช่นนี้เดี๋ยวคนรับใช้ก็หวาดกลัวกันหมดหรอก”

ยูรันกวาดตามองคนรับใช้เหล่านั้น ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“อืม มีเหตุผล”

เยวียนชิงฝูยิ้มกว้าง ก่อนคว้าแขนของเขาเอาไว้

“ถ้าเช่นนั้นไปกันเถอะเจ้าค่ะ!”

“อืม”

สองพี่น้องจึงเดินออกจากตำหนักและมุ่งหน้าไปยังหอพนันด้วยกัน

เยวียนชิงฝูยังไม่วายหันกลับไปถลึงตาใส่เหล่าคนรับใช้อีกครั้ง

[หากข้ากลับมาแล้วลานยังไม่สะอาด ข้าจะหั่นพวกเจ้าเสีย!]

เหล่าคนรับใช้สะดุ้งพร้อมกัน แม้จะไม่ได้ยินความคิดของนาง แต่เพียงเห็นสายตานั้นก็รีบหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาโดยไม่ต้องมีผู้ใดสั่ง


เวลาล่วงเลยไปจนถึงยามเย็น

ภายในหอพนัน ผู้คนจำนวนมากยืนล้อมโต๊ะของสองพี่น้องเอาไว้ ยูรันเล่นติดต่อกันมาหลายชั่วยามและชนะทุกตา ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบกลับไม่เคยวางเดิมพันแม้แต่เหรียญเดียว

เยวียนชิงฝูมองเขาด้วยสายตาเลื่อมใส

“ท่านพี่เก่งเกินไปแล้วเจ้าค่ะ! ข้าแปลกใจจริง ๆ ว่าเหตุใดท่านจึงไม่ลงเดิมพันเลยสักแดงเดียว ทั้งที่ท่านชนะทุกตาเช่นนี้”

ยูรันเก็บไพ่ในมือวางลงบนโต๊ะ

“ถ้าข้าลงเดิมพัน เงินของหอนี้ก็จะกลายเป็นของข้าไม่ใช่หรือ?”

เขาเหลือบมองน้องสาว

“อีกอย่าง รายได้ของหอพนันก็เข้ากระเป๋าเจ้ากับท่านแม่อยู่แล้ว หากข้าชนะ เงินก็เพียงย้ายจากกระเป๋าพวกเจ้าย้อนกลับมาอยู่ในกระเป๋าข้า จะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร?”

เยวียนชิงฝูชะงัก ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“อืม มีเหตุผลเจ้าค่ะ”

ยูรันเอนหลังพิงเก้าอี้และถอนหายใจ

“พอแล้ว ข้าไม่เล่นต่อแล้ว”

“สุดท้ายวันนี้ก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย แย่จริง ๆ”

“คุณชายใหญ่เจ้าคะ!”

เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้นจากทางเข้าหอพนัน เสี่ยวเถาวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ

ดวงตาของเยวียนชิงฝูเป็นประกายทันที

“แหม ในที่สุดก็มีเรื่องแล้วนะเจ้าคะ”

ยูรันลุกขึ้นนั่งตัวตรง

“ว่ามา”

เสี่ยวเถาหยุดหอบหายใจอยู่ตรงหน้าเขา

“คุณชายใหญ่ คุณหนูหมิงเยว่เรียกหาคุณชายอยู่เจ้าค่ะ!”

“เกิดเรื่องอะไร?”

“บ่าวเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ นางเอาแต่ร้องไห้งอแงและบอกว่าจะพบคุณชายใหญ่ให้ได้”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเคาะปลายนิ้วกับโต๊ะ

“เอาละ มาทายกันดีกว่า”

“เจ้าลูกเจี๊ยบใกล้จะฟัก เปลือกไข่จึงเกิดรอยร้าว แต่นางไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติ เลยคิดว่าไข่กำลังจะแตกและร้องไห้โวยวาย”

เยวียนชิงฝูมองเขาด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ

“ท่านพี่ ใครจะกล้าพนันทายเรื่องนี้กับท่านกัน? ในเมื่อท่านบอกว่าเป็นเช่นนั้น มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”

นางรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้

“พวกเรากลับไปดูกันเถอะเจ้าค่ะ”

ทั้งสามจึงออกจากหอพนันและมุ่งหน้ากลับตำหนักทันที


เมื่อกลับมาถึงลานกว้างหน้าตำหนัก พวกเขาก็พบเยวียนหมิงเยว่กำลังนอนดิ้นไปมาบนพื้น ปากตะโกนเรียกหาคุณชายใหญ่ไม่หยุด

เยวียนจิ้งหมิงยืนอยู่ข้างบุตรสาวด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ลูกรัก เจ้าทำเช่นนี้แล้วจะให้พ่อเอาหน้าไปไว้ที่ใด? เดี๋ยวเขาก็มาแล้ว ลุกขึ้นก่อนเถอะ!”

เยวียนชิงฝูชะลอฝีเท้า ก่อนพยักหน้าอย่างพิจารณา

“อืม อาการหนักจริง ๆ”

ยูรันกล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

“ปกติ เจ้าเองก็เคยทำเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?”

ใบหน้าของเยวียนชิงฝูพลันแดงก่ำ

“ท่านพี่!”

“คนอื่นเขาก็รู้กันหมดแล้ว จะอายไปทำไม?”

“ท่านพี่อ่า...”

ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังโต้เถียงกัน เยวียนหมิงเยว่ก็สังเกตเห็นพวกเขาเข้าเสียก่อน

นางรีบลุกพรวดขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งเข้ามากอดยูรัน พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น

“เอาละ ๆ เป็นอะไรไป?”

เยวียนหมิงเยว่รีบนำไข่หงส์ฟ้าออกมาจากช่องเก็บของ ก่อนชูให้เขาดูด้วยมืออันสั่นเทา

บนเปลือกไข่ปรากฏรอยร้าวเล็ก ๆ หลายสาย และยังมีเสียงเคาะแผ่วเบาดังออกมาจากด้านในเป็นระยะ

“ท่านพี่ ไข่มันแตกแล้ว! แงงงงง!”

เยวียนชิงฝูมองไข่ในมือนางสลับกับใบหน้าของพี่ชาย ก่อนอุทานอย่างเหลือเชื่อ

“โห ท่านพี่อย่างกับมองเห็นอนาคตเลยเจ้าค่ะ”

ยูรันยกมือลูบศีรษะของเยวียนหมิงเยว่เบา ๆ

“ใจเย็นก่อน มันไม่ได้แตกเสียหาย แต่กำลังจะฟักต่างหาก”

เยวียนหมิงเยว่หยุดร้องไห้ทันที นางปาดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา

“จริงหรือเจ้าคะ?”

“จริงสิ”

ยูรันหันไปมองด้านข้าง

“อวี้เอ๋อร์ อยู่หรือเปล่า?”

พรึ่บ!

หนานอวี้ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขาแทบจะในทันที

“มีอะไรหรือ?”

“ไข่กำลังจะฟักแล้ว”

ดวงตาของหนานอวี้เป็นประกาย นางดีดนิ้วดังเป๊าะ

เปลวเพลิงสีแดงทองสองสายพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนรวมตัวกลายเป็นหงส์ฟ้าธาตุไฟสองตัว

ตัวผู้คือฉือเหยียน ส่วนตัวเมียคือจินอวี่

เสียงอุทานดังขึ้นทั่วลานทันที โดยเฉพาะจากผู้ที่ไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อน

“บัดซบ นั่นตัวอะไร?!”

“หงส์ฟ้า! พวกมันต้องเป็นหงส์ฟ้าแน่!”

“สัตว์วิเศษในตำนานเช่นนี้ปรากฏอยู่ที่ตำหนักของพวกเราได้อย่างไร?!”

“ถ้าเช่นนั้น ไข่ในมือคุณหนูหมิงเยว่ก็เป็นไข่หงส์ฟ้าด้วยน่ะสิ!”

เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นพร้อมกัน

“เมื่อครู่คุณชายใหญ่บอกว่ามันกำลังจะฟัก...”

“เช่นนั้นพวกเราก็กำลังจะได้เห็นหงส์ฟ้าถือกำเนิดต่อหน้าต่อตาไม่ใช่หรือ?!”

“วาสนาดีเกินไปแล้ว!”

ยูรันไม่ได้สนใจเสียงแตกตื่นรอบด้าน เขามองหนานอวี้ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

“โอ้ ดีดนิ้วเรียกออกมาเหมือนข้าเลยนี่”

หนานอวี้ยกคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“เขาเรียกว่าพัฒนาการต่างหาก”

นางเดินเข้าไปคล้องแขนรอบลำคอของเขา ก่อนจูบริมฝีปากเบา ๆ หนึ่งครั้ง

“ในเมื่อสามีชมข้า เช่นนั้นข้าขอรับรางวัลด้วยก็แล้วกัน”

ใบหน้าของเยวียนหมิงเยว่พลันแดงก่ำ

“ยะ...อย่ามาแสดงความรักกันตรงนี้นะ! ท่านพี่ของข้า ห้ามพี่สะใภ้จูบเขาตามใจชอบเช่นนี้สิ!”

เสียงหัวเราะดังสนั่นไปทั่วลาน ขณะที่เยวียนจิ้งหมิงได้แต่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก

[เหตุใดเด็กคนนี้จึงกล้าหวงพี่ชายต่อหน้าภรรยาของเขากัน?!]

ยูรันลูบศีรษะของเยวียนหมิงเยว่อีกครั้ง

“เอาละ เจ้าเด็กน้อย นำไข่ไปวางไว้กลางลานเถอะ”

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า

“ทันทีที่มันฟัก ทัณฑ์สวรรค์ขี้ปะติ๋วคงตามลงมาด้วย เดี๋ยวให้พี่สะใภ้ของเจ้าเป็นคนรับแทนเอง”

หนานอวี้กลับส่ายหน้า

“น้องหญิง วางใจได้ คราวนี้ข้าจะให้ฉือเหยียนกับจินอวี่ขึ้นไปรับทัณฑ์แทนลูกของพวกมันเอง”

ยูรันหันไปมองนาง

“หืม?”

“ช่วงนี้เจ้าสองตัวนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แถมพวกมันยังย้ายออกจากผนึกสนับมือและเข้าไปอาศัยอยู่ภายในดาราจักรของข้าแทนแล้ว”

หนานอวี้ยื่นมือออกมา ฉือเหยียนกับจินอวี่จึงบินลงมาเกาะแขนทั้งสองข้างของนางอย่างเชื่อฟัง

“พวกมันเข้ากันได้ดีกับกายเทพของข้ามาก ตอนนี้ทั้งคู่เชื่อมโยงกับกายเทพของข้าโดยตรงแล้ว”

ยูรันพิจารณาหงส์ฟ้าทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง

“หมายความว่าตอนนี้เจ้าเป็นนายของพวกมันอย่างสมบูรณ์แล้วสินะ?”

“ใช่แล้ว”

“น่าสนใจ”

ยูรันลูบคางอย่างครุ่นคิด

“นอกจากอาวุธวิเศษแล้ว เจ้ายังมีสัตว์วิเศษเชื่อมกับกายเทพอีก เจ้ามีของมากกว่าผู้อื่นเสียอีกนะ”

เขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง

“คราวหน้าจะเป็นอะไร? เปลวไฟวิเศษหรือ?”

หนานอวี้หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“หากได้ก็ดีนะ สามีเป็นคนหามาให้ข้าเสียสิ ข้าไม่ติดใจอะไรหรอก”

เยวียนหมิงเยว่อุ้มไข่ไปวางไว้กลางลานอย่างระมัดระวัง ก่อนถอยกลับมายืนข้างยูรัน

ฉือเหยียนกับจินอวี่บินลงไปยืนขนาบอยู่สองข้าง ดวงตาของทั้งคู่จับจ้องรอยร้าวบนเปลือกไข่โดยไม่กะพริบ

กึก...กึก...

เสียงเคาะจากด้านในดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ รอยร้าวสีทองแผ่ขยายไปทั่วเปลือก พร้อมกับกลิ่นอายร้อนแรงซึ่งค่อย ๆ ปะทุออกมา

ครืนนนน!

เมฆทัณฑ์ก่อตัวขึ้นเหนือท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ทว่าครั้งนี้กลับมีขนาดเพียงไม่กี่สิบจั้ง ภายในมีอัสนีสีแดงทองสายหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่

ผู้คนทั่วลานเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นเต้น

“ทัณฑ์สวรรค์มาแล้ว!”

“สัตว์วิเศษเพิ่งถือกำเนิดก็เรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้ สมกับเป็นหงส์ฟ้าในตำนานจริง ๆ!”

เปรี้ยงงง!

อัสนีสีแดงทองฟาดลงมาจากก้อนเมฆ ฉือเหยียนกับจินอวี่กระพือปีกพร้อมกัน ก่อนพุ่งขึ้นไปขวางเหนือไข่ของพวกมัน

ตูม!

เปลวเพลิงจากร่างหงส์ฟ้าทั้งสองหลอมรวมเป็นม่านเพลิงขนาดใหญ่ รับอัสนีสายนั้นเอาไว้โดยตรง พลังส่วนใหญ่ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของพวกมัน ส่วนที่เหลือแตกกระจายกลายเป็นประกายแสงสีแดงทองทั่วท้องฟ้า

เมฆทัณฑ์สลายตัวไปหลังการโจมตีเพียงครั้งเดียว

เพล้ง!

แทบจะในเวลาเดียวกัน เปลือกไข่ตรงกลางลานก็แตกออก เศษเปลือกสีแดงทองกระเด็นไปโดยรอบ ก่อนศีรษะเล็ก ๆ จะค่อย ๆ โผล่ออกมาจากด้านใน

ลูกหงส์ฟ้าตัวหนึ่งดิ้นออกจากเปลือกไข่อย่างทุลักทุเล ขนอ่อนทั่วร่างเป็นสีแดงชาดแซมทอง เปลวเพลิงขนาดเล็กสั่นไหวอยู่ตรงปลายปีกทั้งสองข้าง

“จิ๊บ...”

เสียงร้องแผ่วเบาของมันทำให้ทั่วทั้งลานเงียบลงชั่วขณะ ก่อนเสียงอุทานจะระเบิดขึ้นพร้อมกัน

“ฟักแล้ว! มันฟักออกมาแล้ว!”

“เป็นหงส์ฟ้าจริง ๆ ด้วย!”

“มีทั้งกลิ่นอายสัตว์วิเศษและทัณฑ์สวรรค์ยืนยัน ของแท้อย่างแน่นอน!”

“วาสนาดีเกินไปแล้ว คุณหนูหมิงเยว่เพิ่งได้รับไข่มาไม่นานก็มีหงส์ฟ้าเป็นของตนเองเสียแล้ว!”

ชายชราคนหนึ่งหันไปประสานมือให้เยวียนจิ้งหมิง

“ผู้อาวุโสจิ้งหมิง ขอแสดงความยินดีด้วย สายรองที่แปดของท่านมีวาสนาน่าอิจฉาจริง ๆ”

เยวียนจิ้งจือซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลแค่นเสียงอย่างหมั่นไส้

“จิ๊ จิ้งหมิง เจ้านี่โชคดีชะมัด”

เยวียนจิ้งหมิงยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“คนมันไหวตัวทัน จะให้ข้าทำอย่างไร?”

“...”

เยวียนจิ้งจือคิ้วกระตุก แต่กลับหาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้

เยวียนหมิงเยว่ไม่สนใจเสียงพูดคุยรอบด้าน นางรีบวิ่งเข้าไปช้อนลูกหงส์ขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน

ลูกหงส์ตัวน้อยซุกศีรษะเข้าหาอกของนางอย่างว่าง่าย ก่อนส่งเสียงร้องเบา ๆ

“จิ๊บ!”

เยวียนหมิงเยว่ตรวจดูมันอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาพลันเป็นประกาย

“เป็นตัวผู้!”

นางยกมันขึ้นมาอยู่ในระดับสายตา ก่อนประกาศด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ต่อไปนี้เจ้าชื่อหงหงนะ!”

ยูรันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาว

“เหตุใดไม่มีใครคิดจะหัดตั้งชื่อให้ดี ๆ กันบ้างนะ เฮ้อ...”