คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 476 เรื่องสนุกกำลังเกิดอยู่ตรงหน้า8,621 ตัวอักษร

ตอนที่ 476 เรื่องสนุกกำลังเกิดอยู่ตรงหน้า

อีกด้านหนึ่ง หลังออกจากห้องรับรอง ยูรันก็สัมผัสได้ว่าท้องฟ้าด้านนอกมืดลงแล้ว

“เถาเถา ตอนนี้เวลาเท่าไร?”

“เพิ่งเข้าสู่ยามซวี ราวหนึ่งทุ่มเจ้าค่ะ”

“อืม ในเมืองมีตลาดพนันหินหยกหรือเปล่า?”

เสี่ยวเถาชะงักเล็กน้อย

“มีเจ้าค่ะ ตลาดพนันหินหยกจะคึกคักที่สุดในช่วงกลางคืน คุณชายต้องการซื้อหยกหรือเจ้าคะ?”

“เปล่า ข้าเพียงอยากไปผ่าหินเล่นสักหน่อย”

“...”

เสี่ยวเถาไม่เข้าใจว่าการนำเงินไปเดิมพันกับก้อนหินสนุกตรงไหน แต่ยังคงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

“บ่าวจะนำทางให้เจ้าค่ะ”

ระหว่างเดินออกจากตำหนัก ยูรันพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“จริงสิ พรุ่งนี้ช่วยหาพื้นที่ว่างขนาดใหญ่รอบเมืองให้ข้าดูสักสองสามแห่งด้วยนะ”

“คุณชายต้องการนำไปทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”

“สร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่ แล้วหาเงินก้อนโต”

ยูรันเริ่มนับนิ้ว

“สนามแข่งม้า ลานยิงธนู สนามแข่งขันแบบทีม ลานฝ่าอุปสรรค แล้วก็เผื่อพื้นที่สำหรับกีฬาอย่างอื่นในภายหลัง”

“รอบสนามต้องมีอัฒจันทร์ ร้านอาหาร จุดรับพนัน และพื้นที่ให้พ่อค้านำของมาขายด้วย”

เสี่ยวเถาฟังจนดวงตาค่อย ๆ เบิกกว้าง

“หากสร้างทุกอย่างรวมกัน พื้นที่ซึ่งต้องใช้คงกว้างไม่ต่างจากเมืองขนาดเล็กเลยนะเจ้าคะ”

“อืม เพราะอย่างนั้นจึงต้องเลือกให้ดี ต้องเดินทางสะดวก อยู่ห่างจากเขตพักอาศัย และเหลือพื้นที่ให้ขยายเพิ่มได้ด้วย”

ยูรันหันไปทางนาง

“ลำบากเจ้าอีกแล้วนะ เถาเถา”

“ไม่ลำบากเจ้าค่ะ บ่าวจะรวบรวมข้อมูลเอาไว้ให้”

“อืม พรุ่งนี้ข้าจะออกไปดูสถานที่ด้วยตนเอง”

เสี่ยวเถาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะส่งคนไปแจ้งแต่ละสาย ให้พวกเขาเสนอพื้นที่ซึ่งเหมาะสมและจัดคนคอยนำทางนะเจ้าคะ”

“อืม ทำตามนั้นเถอะ”


ไม่นาน สาวใช้คนหนึ่งก็มาถึงเรือนพักของสายรองที่เจ็ด

“เรียนฮูหยินโจว คุณชายใหญ่ต้องการสำรวจพื้นที่นอกเมืองในวันพรุ่งนี้ จึงต้องการคนซึ่งรู้จักภูมิประเทศเป็นผู้นำทางเจ้าค่ะ”

ดวงตาของโจวซูหนิงเป็นประกายขึ้นทันที

“จือหลิงศึกษาค่ายกลและสำรวจภูมิประเทศรอบเมืองอยู่บ่อยครั้ง พรุ่งนี้ให้นางเป็นผู้นำทางเอง”

เยวียนจือหลิงลดตำราในมือลงอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวก่อนท่านแม่!”

โจวซูหนิงหันมายิ้มให้นาง

“เจ้าบอกว่าจะไม่ไปหาเขาเองมิใช่หรือ?”

“ใช่เจ้าค่ะ!”

“ครั้งนี้เจ้าไม่ได้เป็นฝ่ายไปหาเขา แต่เขาต้องการคนไปช่วยงาน เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว”

“มันไม่เหมือนกันตรงไหนเจ้าคะ?!”

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

โจวซูหนิงหันกลับไปหาสาวใช้

“ไปบอกคุณชายใหญ่ว่า พรุ่งนี้จือหลิงจะรอเขาอยู่หน้าตำหนัก”

“เจ้าค่ะ”

เยวียนจือหลิงมองสาวใช้เดินจากไป ก่อนหันกลับมาหามารดาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ท่านแม่!”


ในเวลาเดียวกัน ยูรันกับเสี่ยวเถาก็มาถึงทางเข้าตลาดพนันหินหยก

แสงโคมไฟส่องสว่างไปทั่วทั้งถนน เสียงพ่อค้าเรียกลูกค้าดังแข่งขันกับเสียงผ่าหินและเสียงโห่ร้องของผู้คนไม่ขาดสาย

แม้มองไม่เห็นภาพตรงหน้า แต่ยูรันยังสัมผัสได้ถึงผู้คนจำนวนมากซึ่งกำลังเดินเบียดเสียดกันอยู่ตลอดทั้งถนน รวมถึงกองหินดิบนับไม่ถ้วนซึ่งถูกจัดวางเรียงรายอยู่สองข้างทาง

เขาหยุดฟังเสียงอึกทึกเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมาเล็กน้อย

“โอ้ ดูเหมือนคืนนี้จะไม่น่าเบื่อแล้วสิ”

ยูรันเดินผ่านแผงขายหินดิบมาหลายร้าน แต่กลับไม่ยอมหยุดซื้อหินจากร้านใดเลย

เสี่ยวเถาซึ่งเดินตามอยู่ด้านข้างอดถามขึ้นไม่ได้

“คุณชายใหญ่ พวกเราเดินผ่านมาหลายร้านแล้วนะเจ้าคะ”

“อืม ปกติวาสนามักซ่อนอยู่ในร้านโทรม ๆ ซึ่งดูห่วยแตกจนไม่มีผู้ใดเหลียวแล”

ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังถ่ายทอดประสบการณ์อันล้ำค่า

“เจ้าของร้านต้องแต่งตัวมอมแมมคล้ายยาจกเล็กน้อย ของทุกอย่างต้องเต็มไปด้วยฝุ่น และแผงขายก็ควรเก่าจนใกล้จะพัง”

ฝีเท้าของเขาหยุดลงตรงหน้าแผงลอยแห่งหนึ่ง

“ประมาณร้านนี้”

เสี่ยวเถามองร้านตรงหน้าแล้วเงียบไป

แผงลอยนั้นเก่าและทรุดโทรมกว่าร้านอื่นอย่างเห็นได้ชัด เจ้าของร้านเป็นชายชราในชุดผ้าซึ่งผ่านการปะชุนมาหลายครั้ง ด้านหน้ามีกล่องไม้เก่า ๆ ใส่หินดิบเปื้อนฝุ่นกับโคลนเอาไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ หากไม่ตั้งใจมองคงคิดว่าเป็นเพียงกองหินซึ่งถูกนำมาวางทิ้ง

“เอ่อ...ต้องเป็นร้านแบบนี้จริงหรือเจ้าคะ?”

ชายชราได้ยินเสียงสนทนาจึงเงยหน้าขึ้น ก่อนกระแอมไอหลายครั้ง

“แค่ก ๆ พ่อหนุ่ม สนใจหินก้อนใดหรือไม่?”

ยูรันย่อตัวลงข้างกล่องไม้

“ขายอย่างไร?”

“ก้อนละห้าสิบเหรียญ”

ยูรันชะงักเล็กน้อย

“ถูกมาก ถูกจนน่าเหลือเชื่อ ร้านอื่นเริ่มต้นกันที่ก้อนละห้าหมื่นเหรียญเป็นอย่างต่ำไม่ใช่หรือ?”

เสี่ยวเถาขยับเข้าไปกระซิบเตือน

“คุณชายเจ้าคะ ร้านนี้ดูไม่น่าเชื่อถือเลยนะเจ้าคะ”

ยูรันเอียงศีรษะไปทางนาง

“อืม เจ้าหมายถึงร้านหรือข้า?”

คิ้วของเสี่ยวเถากระตุกทันที

[หากตอบว่าร้าน เท่ากับข้าไม่เชื่อการตัดสินใจของคุณชาย]

[แต่หากตอบว่าคุณชาย ก็เหมือนข้ากำลังล้อว่าดวงตาของเขาใช้การไม่ได้!]

นางก้มศีรษะลงอย่างรวดเร็ว

“ขออภัยเจ้าค่ะ”

“เถาเถา เรื่องความสะอาดให้ระมัดระวังเฉพาะของซึ่งจะนำเข้าสู่ร่างกายก็พอ อย่างเช่นอาหารกับโอสถ”

ยูรันหยิบหินดิบก้อนหนึ่งขึ้นมาปัดฝุ่น ก่อนวางกลับลงไป

“พวกเราเป็นผู้ฝึกตน หากสิ่งของไม่ได้เปื้อนสิ่งปฏิกูล ไม่มีโรค และไม่มีพิษติดอยู่ จะกลัวฝุ่นโคลนไปทำไม?”

เสี่ยวเถาพยักหน้ารับ

“บ่าวจะจดจำเอาไว้เจ้าค่ะ”

ชายชรารออยู่พักหนึ่งจึงเอ่ยถามอีกครั้ง

“ว่าอย่างไรพ่อหนุ่ม มีก้อนใดถูกใจหรือไม่?”

“ไม่มี”

ยูรันตอบทันที

“หินในกล่องพวกนี้ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเลย”

“...”

เสี่ยวเถามองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

[แล้วคุณชายยืนพูดมาตั้งนานเพื่ออะไรเจ้าคะ?]

ยูรันยกมือชี้ไปทางโต๊ะเก่าของชายชรา

“แต่ก้อนซึ่งใช้รองขาโต๊ะอยู่ตรงนั้นขายหรือเปล่า?”

ชายชราก้มมองตาม ก่อนใช้เท้าเขี่ยก้อนหินสีหม่นออกมาจากใต้ขาโต๊ะ

“ก้อนนี้น่ะหรือ? มันเป็นเพียงหินธรรมดา ไม่มีเนื้อหยกอยู่ด้านในด้วยซ้ำ ข้าบังเอิญเก็บได้และเห็นว่าขนาดกำลังพอดี จึงนำมาใช้รองขาโต๊ะเท่านั้น”

เขามองยูรันอย่างสงสัย

“เจ้าต้องการมันจริงหรือ?”

ยูรันนำโต๊ะพับสภาพใหม่เอี่ยมออกมาจากช่องเก็บของหนึ่งตัว

“ถ้าเช่นนั้นแลกกับโต๊ะตัวนี้แล้วกัน โต๊ะของข้าพับเก็บได้ เคลื่อนย้ายสะดวกกว่าของท่านมาก คิดว่าอย่างไร?”

ชายชราลูบโต๊ะพับด้วยความตื่นเต้น ก่อนพยักหน้ารัว ๆ

“ย่อมได้!”

ยูรันช่วยชายชราย้ายสิ่งของทั้งหมดจากโต๊ะเก่าไปยังโต๊ะตัวใหม่ จากนั้นจึงหยิบก้อนหินซึ่งเคยใช้รองขาโต๊ะขึ้นมา

“ขอบคุณ”

ชายชรารีบส่ายหน้า

“ข้าต่างหากที่ต้องขอบใจเจ้า โต๊ะตัวนี้ใช้งานสะดวกกว่าของเดิมมาก ขอบใจนะพ่อหนุ่ม”

หลังเดินออกมาจากร้านได้ระยะหนึ่ง เสี่ยวเถาก็อดถามไม่ได้

“คุณชายเจ้าคะ นี่คือวาสนาที่คุณชายกล่าวถึงหรือ?”

“ถูกต้อง”

ยูรันพยักหน้าอย่างจริงจัง

“หากเป็นบุตรหรือธิดาแห่งโชคชะตา เมื่อเดินทางมาพบของซึ่งถูกใช้รองขาโต๊ะ รองชั้นวาง หรือถูกโยนทิ้งเอาไว้โดยไม่มีผู้ใดสนใจ ของสิ่งนั้นมักเป็นสมบัติล้ำค่าเสมอ”

ดวงตาของเสี่ยวเถาเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย

“ถ้าเช่นนั้นก้อนนี้ก็เป็นของดีสินะเจ้าคะ?”

“เปล่า ขยะ”

ยูรันตอบโดยไม่ต้องคิด

“ข้าเพียงเห็นใจชายชรา โต๊ะตัวเดิมทั้งหนักและใกล้พัง จึงแลกโต๊ะซึ่งใช้งานสะดวกกว่าให้เขาเท่านั้น”

กล่าวจบ ยูรันก็เก็บก้อนหินสีหม่นเข้าไปในช่องเก็บของอย่างเรียบร้อย

“การมีน้ำใจกับผู้อื่นไม่เกี่ยวข้องกับวาสนาสักหน่อย”

เสี่ยวเถาถึงกับพูดไม่ออก

ทั้งสองเดินต่อมาไม่นานก็ถึงหน้าร้านหินหยกขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ผู้คนจำนวนมากกำลังยืนเบียดเสียดกันอยู่ด้านหน้า เสียงโต้เถียงดังลอดออกมาจากกลางวงล้อมอย่างชัดเจน

ยูรันหยุดฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมา

“โอ้ นี่สิถึงจะเรียกว่าไฮไลต์ของคืนนี้ ไปยืนดูกันเถอะ”

เสี่ยวเถาเงี่ยหูฟังเสียงจากด้านใน

“คุณชาย ดูเหมือนจะมีคนกำลังเดิมพันกันอยู่นะเจ้าคะ”

“อืม ข้าก็มาที่นี่เพื่อดูเรื่องแบบนี้ไม่ใช่หรือ?”

ทั้งสองเดินเข้าไปปะปนกับฝูงชนอย่างเงียบเชียบ

อีกด้านหนึ่ง ฉู่เหวินไคกำลังยืนมุงดูเรื่องสนุกด้วยความสนใจ หลังติดนิสัยชอบชมความวุ่นวายมาจากใครบางคนโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเหลือบไปเห็นร่างอันคุ้นเคย เขาก็รีบสะกิดสตรีซึ่งยืนอยู่ข้างกาย

“พี่สะใภ้ ดูนั่นสิ พี่เขยมาแล้ว”

จี้เสวี่ยหลัวมองตาม ก่อนพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง

“อืม ข้าเห็นแล้ว เจ้าอยู่เงียบ ๆ และรอดูไปก่อนเถอะ”

เดิมทีนางเพียงต้องการมาเสี่ยงโชคหาหยกเนื้อดี เพื่อนำไปสั่งทำเป็นของขวัญให้เยวียนชิงเหยากับคนอื่น ๆ เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญพบคนกำลังทะเลาะกันเสียก่อน

ยูรันขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง ก่อนกระซิบถาม

“ขอโทษนะท่านลุง คนสองคนตรงนั้นเป็นใครหรือ?”

ชายหนุ่มหันขวับมาทันที

“เรียกผู้ใดว่าลุงกัน?! ข้าเพิ่งอายุยี่สิบ—ชะอุ๊ย!”

เมื่อจำใบหน้าของคนตรงหน้าได้ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนแทบถลน

ยูรันยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก

“ชู่ว...”

ชายหนุ่มรีบพยักหน้า ก่อนลดเสียงลงจนเหลือเพียงกระซิบ

“คุณชายใหญ่ ข้าได้ยินมาว่า คนทางซ้ายชื่อเผยเหยียน ส่วนอีกคนชื่อสวี่เฟิงขอรับ”

เขาเหลือบมองคนทั้งสองกลางวงล้อม ก่อนเล่าต่อ

“สวี่เฟิงทำงานหนักมาตลอดเพื่อหาเงินรักษาพี่สาว วันนี้เขานำของบางอย่างมาขาย แต่บังเอิญพบเผยเหยียนเข้าเสียก่อน”

“ข้าไม่รู้ว่าทั้งสองเคยมีเรื่องบาดหมางอันใดกันมา รู้เพียงว่าเผยเหยียนเอาแต่หาเรื่องสวี่เฟิงไม่ยอมหยุดขอรับ”

ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย

“แล้วเผยเหยียนเป็นใคร?”

“ข้าพอรู้จักชื่อเสียงของเขาอยู่บ้าง เขามาจากสำนักอัคคีพิสุทธิ์ในเมืองข้างเคียง และเคยติดสิบอันดับแรกของทำเนียบอัจฉริยะระดับแก่นทองคำเมื่อปีที่แล้ว”

ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าดูแคลน

“ปีนี้เขาไม่ได้เข้าร่วมการจัดอันดับ เห็นว่าเพิ่งออกจากการปิดด่าน จึงเดินทางมาวางอำนาจอยู่ในเมืองของพวกเราขอรับ”

“อืม ขอบใจมาก”

ยูรันแอบยื่นแหวนมิติวงหนึ่งให้เขา

“ค่าข่าว”

ชายหนุ่มรับแหวนมาอย่างงุนงง เมื่อแอบตรวจสอบสิ่งที่อยู่ด้านใน ดวงตาก็ลุกวาวทันที

[บัดซบ! คุณชายใหญ่ใจกว้างเกินไปแล้ว แค่ข่าวไม่กี่ประโยคกลับให้ข้าถึงห้าหมื่นเหรียญ!]

สหายซึ่งยืนอยู่ข้างกันสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติจึงถามขึ้น

“เฮ้ย เจ้าเป็นอะไรของเจ้า?”

ชายหนุ่มรีบยกมือปิดปากอีกฝ่าย

“ชู่ว! เงียบ ๆ เข้าไว้!”

“เงียบอะไรของเจ้า? เรื่องสนุกกำลังเกิดอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ!”

ชายหนุ่มไม่ตอบ เพียงแอบชี้ไปทางยูรันซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล

สหายของเขามองตาม ก่อนรีบยกมือปิดปากตนเองอย่างรวดเร็ว

[ชะอุ๊ย! คุณชายใหญ่นี่หว่า!]