คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 485 ใครวะ7,519 ตัวอักษร

ตอนที่ 485 ใครวะ

ก่อนที่ทุกคนจะทันออกจากโถงหลัก เสียงตะโกนอันแฝงด้วยพลังปราณก็พลันระเบิดขึ้นเหนือท้องฟ้า

“คุณชายใหญ่แห่งตำหนักเสวียนเยว่ ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

ครืนนนนนน!

แรงกดดันระดับแปลงเทพขั้นสูงแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ จนหลังคากับหน้าต่างของตำหนักสั่นสะเทือนไม่หยุด

“วันนี้ข้าเผยฮ่าวจะมาล้างแค้นให้บุตรชาย! ข้าจะตัดแขนตัดขา ทำลายตันเถียน และให้เจ้าคลานกลับไปขอความเมตตาจากเหยียนเอ๋อร์ด้วยตนเอง!”

ผู้คนภายในโถงพากันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ขณะที่ยูรันยังคงนั่งจิบชาอยู่ที่เดิม

“ใครวะ?”

ฉู่เหวินไครีบขยับเข้ามากระซิบ

“พี่เขย ก็เจ้าคนที่พี่เขยจัดการไปเมื่อคืนอย่างไรเล่า คนด้านบนน่าจะเป็นบิดาของมัน”

“อ๋อ”

ยูรันวางถ้วยชาลงอย่างเกียจคร้าน

“ลูกชายคงกลับไปใส่ไฟว่าตนถูกข้ากลั่นแกล้ง ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดสินะ”

เขาตรวจสอบผู้มาเยือนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า

“แค่แปลงเทพขั้นสูงก็กล้ามาทำกร่างถึงที่นี่ ใครสักคนขึ้นไปตบมันให้กระเด็น ทำลายตบะ แล้วปล่อยให้เดินกลับสำนักเองก็แล้วกัน เห็นแล้วรำคาญ เสียเวลาชะมัด”

สิ้นคำพูดนั้น เซี่ยหลานอิงก็หายไปจากโถงโดยไม่กล่าวสิ่งใด

พรึ่บ!

ร่างของนางปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเผยฮ่าว

เผยฮ่าวชะงัก ก่อนตวาดถาม

“เจ้าเป็นผู้ใด? เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า จงหลีกไปเสีย!”

เซี่ยหลานอิงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา

“เซี่ยหลานอิง องค์รัชทายาท”

“อะไรนะ?!”

ใบหน้าของเผยฮ่าวเปลี่ยนสีในทันที ทว่าเซี่ยหลานอิงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งสติ

“เห็นองค์รัชทายาทแล้วไม่คุกเข่าอีก”

“ขะ...ข้าไม่ได้...”

“กลับสำนักของเจ้าไปเสีย แล้วขอบคุณสวรรค์ที่สามีข้ายังยอมไว้ชีวิตเจ้า”

เซี่ยหลานอิงสะบัดฝ่ามือออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

เพี๊ยะ!

เผยฮ่าวไม่ทันแม้แต่จะยกแขนขึ้นป้องกัน ร่างทั้งร่างก็หมุนคว้างกระเด็นออกไปไกลหลายลี้ พลังรุนแรงสายหนึ่งทะลวงเข้าสู่ท้องน้อย ก่อนบดขยี้ตันเถียนของเขาจนแหลกละเอียดในพริบตา

“อ๊ากกกกก!”

เสียงร้องโหยหวนดังห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนร่างของเขาจะตกลงนอกเมืองราวกับดาวตก

เซี่ยหลานอิงปัดมือเบา ๆ แล้วกลับลงมายืนภายในโถง

“กระจอกสิ้นดี”

ยูรันพยักหน้า

“อืม ไปกันเถอะ เสียเวลาไปมากแล้ว หากพวกเจ้ามัวแต่เล่นกันเพลิน อย่างมากก็คงได้เพียงสองรอบ พวกเรากินอาหารเที่ยงที่สนามเลยก็แล้วกัน”

ทุกคนตอบรับ ก่อนพากันเดินออกจากตำหนัก

เหล่าผู้แทนขุมอำนาจซึ่งยังปักหลักรออยู่หน้าประตูมองเซี่ยหลานอิงกับยูรันสลับกันด้วยใบหน้าซีดเผือก ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปขวางทางอีก

“ดูเหมือนวันนี้คุณชายใหญ่จะพาครอบครัวออกไปข้างนอก...”

“เจ้าสำนักอัคคีพิสุทธิ์นั่นซวยชะมัด มาไม่ดูตาม้าตาเรือก็ถูกตบจนตบะหายไปแล้ว”

“แล้วพวกเราจะทำอย่างไร?”

“ถามอะไรโง่ ๆ ก็รอต่อไปสิวะ! ไม่เห็นหรือว่าคุณชายใหญ่ไม่ว่าง?”


สนามกีฬานอกเมือง

ทันทีที่คณะมาถึง ผู้คนต่างพากันแยกย้ายสำรวจสถานที่ด้วยความตื่นเต้น เสียงอุทานดังขึ้นไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเมื่อเห็นสนามบอลเวหาขนาดมหึมากับวงแหวนประตูซึ่งลอยอยู่เหนือพื้นทั้งสองฝั่ง

เยวียนจ้าวคุนก้าวออกมายืนกลางสนาม ก่อนกระแอมเรียกความสนใจ

“เอาละ ผู้ที่ต้องการลงเล่นมารวมตัวทางนี้!”

เหล่าผู้นำกับรุ่นเยาว์จากสายรองทยอยเดินออกมาทีละกลุ่ม

สายหนึ่งประกอบด้วยเยวียนจิ้งเทียน เยวียนเทียนอวี้ และเยวียนเทียนอี้ รวมสามคน

สายสองมีเยวียนจิ้งไห่ เยวียนเหวินเจ๋อ เยวียนเหวินป๋อ เยวียนเหวินฮ่าว และเยวียนเหวินหลาน รวมห้าคน

สายสามมีเยวียนจิ้งซาน เยวียนหลิงซวง และเยวียนหลิงหยาง รวมสามคน

สายสี่มีเยวียนจิ้งคัง เยวียนคังหมิง และเยวียนคังหยาง รวมสามคน

สายห้ามีเยวียนจิ้งอู่ เยวียนอู่เฉิง เยวียนอู่เฟิง และเยวียนอู่หลิน รวมสี่คน

สายหกมีเยวียนจิ้งเซียน เยวียนเซียนโหย่ว และเยวียนเซียนอวิ๋น รวมสามคน

สายเจ็ดมีเยวียนจิ้งจือ เยวียนจือหยวน และเยวียนจือเสวียน รวมสามคน

ส่วนสายแปดมีเยวียนจิ้งหมิง เยวียนหมิงเจ๋อ เยวียนหมิงเสวี่ย และเยวียนหมิงฮวน รวมสี่คน

เยวียนจ้าวคุนไล่นับรายชื่อด้วยนิ้ว ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ

“รวมยี่สิบแปดคนพอดี หากเพิ่มข้าอีกหนึ่งคนก็...”

“ยี่สิบเก้า” ฉินหลัวซือกล่าวแทรก

“เอ่อ...”

“แบ่งทีมละสิบสี่ไม่ได้”

เยวียนจ้าวคุนหันไปมองภรรยาอย่างมีความหวัง

“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเลือกคนออกสักคน...”

“เจ้าเป็นกรรมการ”

“...”

เยวียนจ้าวคุนก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อย

“เหตุใดข้าจึงเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เล่นกัน...”

“เพราะเจ้าเสียงดังที่สุด เหมาะเป็นกรรมการแล้ว”

ฉินหลัวซือกล่าวสรุปโดยไม่เปิดโอกาสให้สามีโต้แย้ง

หลังจับป้ายแบ่งทีมแบบสุ่ม ผู้เล่นทั้งยี่สิบแปดคนก็ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

ทีมแดงประกอบด้วยเยวียนจิ้งเทียน เยวียนเทียนอี้ เยวียนจิ้งไห่ เยวียนเหวินเจ๋อ เยวียนเหวินหลาน เยวียนจิ้งซาน เยวียนหลิงซวง เยวียนจิ้งอู่ เยวียนอู่เฉิง เยวียนเซียนอวิ๋น เยวียนจิ้งจือ เยวียนจือหยวน เยวียนจิ้งหมิง และเยวียนหมิงฮวน

ส่วนทีมน้ำเงินประกอบด้วยเยวียนเทียนอวี้ เยวียนเหวินป๋อ เยวียนเหวินฮ่าว เยวียนหลิงหยาง เยวียนจิ้งคัง เยวียนคังหมิง เยวียนคังหยาง เยวียนอู่เฟิง เยวียนอู่หลิน เยวียนจิ้งเซียน เยวียนเซียนโหย่ว เยวียนจือเสวียน เยวียนหมิงเจ๋อ และเยวียนหมิงเสวี่ย

เยวียนเหวินเจ๋อมองสมาชิกทีมตนเอง ก่อนหัวเราะอย่างมั่นใจ

“ฮ่า ๆๆๆ! การแข่งขันครั้งนี้ข้าจะเป็นผู้แสดงความสามารถให้ทุกคนได้เห็นเอง!”

เยวียนเหวินอวี้ซึ่งนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ยกมือป้องปากแล้วตะโกนลงมา

“พี่ใหญ่ เลิกหลงตัวเองเสียทีเถอะเจ้าค่ะ! เดี๋ยวก็มีสภาพเหมือนเจ้าคนเมื่อครู่หรอก!”

เยวียนเหวินเจ๋อหน้าซีด รีบยกมือขึ้นปิดปากตนเองทันที

เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วอัฒจันทร์

เยวียนจือหลิงหันไปหายูรัน

“ท่านพี่ ข้าเลือกทีมแดงเจ้าค่ะ!”

“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ทีมน้ำเงิน”

“ผู้แพ้ห้ามผิดคำสัญญานะเจ้าคะ”

“อืม”

หลังทั้งสองฝ่ายปรึกษาแผนกันอยู่ครู่หนึ่ง ผู้เล่นทุกคนก็สวมกำไลควบคุมประจำสนาม สีของกำไลแปรเปลี่ยนเป็นแดงกับน้ำเงินตามทีม ก่อนค่ายกลจะปรับพลัง ความเร็ว และความแข็งแกร่งของทุกคนให้อยู่ในระดับเดียวกัน

เยวียนจิ้งไห่รับหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูของทีมแดง ส่วนเยวียนจิ้งคังยืนเฝ้าประตูให้น้ำเงิน

ผู้เล่นที่เหลือขึ้นเหยียบกระบี่บินหรือใช้วิชาเหาะเหินกระจายตัวไปทั่วสนาม

เยวียนจ้าวคุนยืนอยู่บนแท่นกรรมการตรงกลาง เขายกมือขึ้นสูง ก่อนตะโกนจนเสียงดังก้องไปทั่วอัฒจันทร์

“เตรียมตัว!”

ลูกบอลสีครามพลันปรากฏขึ้นกลางสนาม

“เริ่มได้!”

ปัง!

ทันทีที่เสียงประกาศดังขึ้น ผู้เล่นเกือบยี่สิบคนก็พุ่งเข้าหาลูกบอลพร้อมกัน

เยวียนเทียนอวี้เร็วที่สุด กระบี่บินใต้เท้าของเขาพุ่งทะยานเป็นเส้นตรง ทว่าเพียงปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสลูกบอล เยวียนเหวินเจ๋อก็ทะยานเข้ามาจากด้านข้างแล้วกระแทกไหล่ใส่อย่างรุนแรง

ปึก!

ค่ายกลป้องกันสว่างวาบ แรงกระแทกถูกลดทอนจนไม่ก่อให้เกิดบาดแผล แต่ร่างของทั้งคู่ยังหมุนคว้างไปคนละทาง

“ไอ้บัดซบ! เจ้าชนข้าทำไมวะ?!” เยวียนเทียนอวี้ตวาด

“การแข่งขันอนุญาตให้ชนได้ เจ้าโง่เองที่ไม่ระวัง!”

เยวียนเหวินเจ๋อหัวเราะ ก่อนเอื้อมมือจะคว้าลูกบอล

แต่เยวียนหมิงเสวี่ยซึ่งอ้อมมาจากด้านหลังกลับดีดสายพิณในมือ

ติ๊ง!

คลื่นเสียงกระแทกลูกบอลให้ลอยหลุดจากปลายนิ้วของเขา ก่อนเยวียนหมิงเจ๋อจะรับช่วงต่อและพุ่งตรงไปทางประตูทีมแดง

“น้ำเงินบุกแล้ว!” เยวียนเหวินอวี้ตะโกนอย่างตื่นเต้น

เยวียนจือหยวนกับเยวียนหลิงซวงรีบเข้าขวาง คนหนึ่งสร้างกำแพงลม อีกคนสะบัดกระบี่ปล่อยเงากระบี่หลายสิบสายตัดเส้นทางด้านหน้า

เยวียนหมิงเจ๋อไม่คิดฝืน เขาหมุนตัวกลางอากาศแล้วส่งลูกบอลย้อนหลังให้เยวียนเทียนอวี้ซึ่งกลับมาตั้งหลักได้พอดี

“รับไป!”

เยวียนเทียนอวี้ใช้สันกระบี่ตวัดลูกบอลลอดใต้กำแพงลม มันพุ่งไปยังวงแหวนประตูด้วยความเร็วสูง

เยวียนจิ้งไห่แค่นเสียง ก่อนกางม่านศิลาขึ้นปิดประตูทั้งหมด

ทว่าลูกบอลกลับหักเลี้ยวกะทันหัน!

คลื่นเสียงของเยวียนหมิงเสวี่ยซึ่งแฝงอยู่ภายในเปลี่ยนทิศทางของมันให้โค้งอ้อมม่านศิลา ก่อนพุ่งผ่านขอบวงแหวนเข้าไปอย่างแม่นยำ

ปิ๊ง!

ตัวเลขเหนือสนามเปลี่ยนเป็นศูนย์ต่อหนึ่ง

“น้ำเงินได้คะแนนแรก!”

เสียงเฮดังกระหึ่มทั่วอัฒจันทร์

เยวียนจิ้งไห่หันไปตะโกนใส่คนในทีม

“มัวยืนทำอะไรอยู่! ผู้ใดก็ได้ไปประกบเด็กเล่นพิณคนนั้นเสีย!”

“ข้าจัดการเอง!” เยวียนเหวินหลานตอบรับ

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นใหม่ คราวนี้ทีมแดงไม่ปล่อยให้เยวียนหมิงเสวี่ยเล่นได้อย่างอิสระ เยวียนเหวินหลานคอยตามรบกวนนางทุกฝีก้าว ขณะที่เยวียนจิ้งเทียนกับเยวียนจิ้งหมิงประสานวิชากันสร้างตาข่ายพลังขนาดใหญ่กลางสนาม

น้ำเงินพยายามส่งลูกบอลลอดผ่าน แต่เยวียนอู่เฉิงกลับพุ่งเข้ามาใช้ฝ่ามือกระแทกมันออกไปทางปีกซ้าย

เยวียนหลิงซวงรับลูกได้พอดี นางหมุนตัวหลบเยวียนอู่เฟิง ก่อนส่งต่อให้เยวียนจือหยวน

“ทางขวา!”

“เห็นแล้ว!”

เยวียนจือหยวนสะบัดแขนส่งลูกบอลข้ามสนามไปยังเยวียนเหวินเจ๋อ

อีกฝ่ายยกกระบี่ขึ้นหวดเต็มแรง

“รับไปเสีย!”

ตูม!

ลูกบอลพุ่งเข้าหาประตูน้ำเงินราวกับกระสุนปืนใหญ่ เยวียนจิ้งคังรีบสร้างม่านพลังขึ้นขวาง แต่แรงปะทะกลับผลักทั้งคนทั้งม่านถอยเข้าไปในวงแหวนพร้อมกัน

ปิ๊ง!

หนึ่งต่อหนึ่ง!