ตอนที่ 486 เจ้าก็แค่ใช้แรงฟาดเข้าไปตรง ๆ
เยวียนเหวินเจ๋อชูมือขึ้นทั้งสองข้าง ก่อนหัวเราะลั่น
“เห็นหรือยัง! ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นผู้แสดงความสามารถ!”
“เจ้าก็แค่ใช้แรงฟาดเข้าไปตรง ๆ ไม่เห็นมีอะไรน่าภูมิใจเลย!” เยวียนเหวินอวี้ตะโกนสวน
“อย่างน้อยก็ได้คะแนนโว๊ย!”
หลังจากนั้น การแข่งขันก็ยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำเงินอาศัยการส่งลูกอันแม่นยำของเยวียนหมิงเสวี่ยกับความเร็วของเยวียนเทียนอวี้ทำคะแนนขึ้นนำสองต่อหนึ่ง แต่ทีมแดงก็ตีเสมอได้จากการประสานงานของเยวียนหลิงซวง เยวียนจือหยวน และเยวียนอู่เฉิง
ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีทีมใดยอมถอยแม้แต่น้อย
กระทั่งเสียงระฆังดังขึ้นจากเหนือสนาม
กังวานนนน!
วงแหวนค่ายกลสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนลูกบอลสีดำจะพุ่งออกมาและเริ่มบินวนรอบสนามด้วยความเร็วสูง
เยวียนจ้าวคุนรีบประกาศ
“ลูกคะแนนพิเศษปรากฏแล้ว! ผู้ใดส่งผ่านประตูได้จะรับห้าคะแนน!”
ผู้เล่นแทบทั้งหมดละทิ้งลูกสีครามแล้วพุ่งตามลูกสีดำทันที
“แม่งเอ๊ย! มันเร็วเกินไปแล้ว!” เยวียนเหวินป๋อตะโกน
“เลิกบ่นแล้วไปดักด้านหน้าสิวะ!” เยวียนเหวินฮ่าวสวนกลับ
ลูกสีดำหักเลี้ยวไปมาราวกับตั้งใจยั่วผู้เล่น มันลอดใต้กระบี่บินของเยวียนเทียนอวี้ ก่อนพุ่งผ่านช่องว่างระหว่างเยวียนจิ้งเทียนกับเยวียนจิ้งเซียนอย่างหวุดหวิด
เยวียนหมิงฮวนซึ่งเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างกลับไม่ไล่ตาม เขาคำนวณเส้นทางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตะโกนขึ้น
“อีกสามลมหายใจ มันจะวนกลับทางซ้าย!”
เยวียนจิ้งหมิงได้ยินดังนั้นก็รีบส่งสัญญาณให้ทีมแดงแยกตัว เยวียนเหวินหลานกับเยวียนเซียนอวิ๋นสร้างม่านพลังบีบเส้นทาง ขณะที่เยวียนอู่เฉิงรออยู่ตรงจุดซึ่งเยวียนหมิงฮวนระบุ
สามลมหายใจต่อมา ลูกสีดำหักกลับมาทางซ้ายจริง ๆ
“เสร็จข้าละ!”
เยวียนอู่เฉิงคว้าลูกบอลได้สำเร็จ ก่อนรีบส่งให้เยวียนหลิงซวง
น้ำเงินพุ่งเข้ามาปิดล้อมจากทุกทิศทาง ทว่าเยวียนหลิงซวงกลับโยนลูกขึ้นสูงแล้วหมุนตัวหลบลงด้านล่าง เยวียนจือหยวนทะยานมารับช่วงต่อกลางอากาศ ก่อนส่งลูกทะลุช่องว่างสุดท้ายให้เยวียนเหวินเจ๋อ
“อย่าทำแตกนะโว๊ย!” คนทั้งทีมตะโกนพร้อมกัน
เยวียนเหวินเจ๋อซึ่งกำลังจะฟาดสุดแรงรีบชะงัก เขาลดพลังลงกว่าครึ่งแล้วใช้ด้านแบนของกระบี่ประคองลูกสีดำผ่านม่านป้องกันของเยวียนจิ้งคังเข้าไป
ปิ๊ง!
คะแนนของทีมแดงพุ่งจากสองเป็นเจ็ดทันที!
เสียงเฮของฝ่ายแดงแทบทำให้อัฒจันทร์สั่นสะเทือน
เยวียนจือหลิงลุกขึ้นชูมืออย่างลืมตัว
“เยี่ยมมาก! ทีมแดงต้องชนะแน่นอนเจ้าค่ะ!”
ยูรันซึ่งนั่งพิงเก้าอี้อยู่ข้างนางเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบ
“ยังเหลือลูกสีขาวอีกสามลูกนะ”
“หึ ต่อให้มีสามลูก พวกข้าก็ไม่แพ้หรอกเจ้าค่ะ”
การแข่งขันดำเนินต่อไป น้ำเงินพยายามเร่งทำคะแนนไล่ตามอย่างหนัก จนสามารถเพิ่มคะแนนของตนจากสองเป็นหก ส่วนทีมแดงทำเพิ่มได้อีกหนึ่งคะแนน
เมื่อหมดเวลาปกติ ตัวเลขเหนือสนามจึงหยุดอยู่ที่แปดต่อหก ทีมแดงยังคงเป็นฝ่ายนำ
เยวียนจ้าวคุนยกมือขึ้น ก่อนตะโกนสุดเสียง
“เข้าสู่ช่วงต่อเวลา! ปล่อยลูกสีขาวทั้งสามลูก!”
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ลูกบอลสีขาวสามลูกกางปีกออกพร้อมกัน ก่อนแยกย้ายบินหนีไปคนละทิศทางด้วยความเร็วซึ่งเหนือกว่าลูกสีดำหลายเท่า
ทั่วทั้งสนามพลันตกอยู่ในความโกลาหล
“จับลูกทางซ้ายไว้!”
“ไอ้บ้า อย่าตามกันหมด ประตูไม่มีคนเฝ้าแล้ว!”
“ลูกนั้นของข้า!”
“ของเจ้าบ้าอะไร มันยังไม่ได้ผ่านประตูสักหน่อย!”
ลูกสีขาวลูกแรกบินต่ำเฉียดพื้น เยวียนเทียนอวี้เร่งกระบี่บินตามไปสุดกำลัง ขณะที่เยวียนหมิงเจ๋อกับเยวียนจือเสวียนเข้าขวางผู้เล่นทีมแดงเอาไว้
เยวียนเทียนอวี้ไล่ทันในช่วงก่อนลูกจะสัมผัสพื้นเพียงเสี้ยวลมหายใจ เขาใช้ปลายกระบี่ยกลูกขึ้น ก่อนส่งต่อให้เยวียนหมิงเสวี่ย
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงพิณสามครั้งดังติดกัน ปีกทั้งสองข้างของลูกสีขาวถูกคลื่นเสียงรบกวนจนชะงัก เยวียนหมิงเสวี่ยจึงฉวยโอกาสผลักมันผ่านประตูทีมแดงไปได้สำเร็จ
ปิ๊ง!
คะแนนน้ำเงินเพิ่มจากหกเป็นสิบสอง!
เสียงอุทานดังกระหึ่ม ทีมซึ่งตามหลังมาตลอดกลับพลิกขึ้นนำในพริบตา
เยวียนจือหลิงกำชายแขนเสื้อของยูรันแน่นขึ้น
“ยังเหลืออีกสองลูกเจ้าค่ะ!”
ลูกสีขาวลูกที่สองถูกเยวียนเหวินเจ๋อกับเยวียนหลิงซวงไล่ต้อนอยู่กลางสนาม น้ำเงินพยายามเข้าขัดขวาง แต่เยวียนจิ้งเทียนกลับกางค่ายกลขนาดใหญ่ปิดเส้นทางเอาไว้ชั่วคราว
“หลีกไป!”
เยวียนเหวินเจ๋อหวดลูกสีขาวเข้าหาประตูเต็มแรง
เยวียนจิ้งคังสร้างม่านป้องกันขึ้นสามชั้น ทว่าเยวียนหลิงซวงกลับปล่อยเงากระบี่อ้อมไปกระแทกลูกจากด้านข้าง ทำให้มันหักเลี้ยวลอดช่องว่างระหว่างม่านพลังสองชั้น ก่อนผ่านวงแหวนไปอย่างหวุดหวิด
ปิ๊ง!
คะแนนทีมแดงเพิ่มจากแปดเป็นสิบหก!
“ฮ่า ๆๆๆ! สุดท้ายพวกข้าก็ยังนำอยู่ดี!” เยวียนเหวินเจ๋อหัวเราะลั่น
“ยังเหลืออีกลูก เจ้าจะรีบแหกปากทำไมวะ!” เยวียนเทียนอวี้ตวาดกลับ
สายตาของทุกคนหันไปยังลูกสีขาวลูกสุดท้ายพร้อมกัน
มันกำลังบินวนอยู่เหนือใจกลางสนามด้วยความเร็วสูง ปีกทั้งสองกระพือไม่หยุดราวกับกำลังเยาะเย้ยผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด
ไม่ว่าทีมใดส่งลูกนี้ผ่านประตูได้ ทีมนั้นจะเป็นผู้ชนะทันที
ผู้เล่นทั้งยี่สิบแปดคนพุ่งเข้าหามันพร้อมกัน!
ตูม! ตูม! ตูม!
วิชานับสิบปะทะกันกลางอากาศ ค่ายกลป้องกันสว่างวาบไม่หยุด ผู้เล่นหลายคนถูกแรงผลักกระเด็นออกจากวงล้อม ก่อนรีบกลับเข้ามาใหม่โดยไม่ยอมแพ้
เยวียนเหวินเจ๋อฝ่าวงล้อมเข้าไปได้ก่อน เขาเอื้อมมือออกไปหมายคว้าลูกสีขาว ทว่าคลื่นเสียงจากพิณของเยวียนหมิงเสวี่ยกลับทำให้แขนของเขาชาไปชั่วขณะ
“นังเด็กบ้า! เลิกดีดพิณใส่ข้าสักที!”
“อยู่ในสนามก็ห้ามบ่นเจ้าค่ะ!”
ลูกสีขาวฉวยโอกาสบินลอดใต้แขนของทั้งคู่แล้วพุ่งลงด้านล่าง เยวียนหมิงฮวนซึ่งอยู่ทีมแดงรีบตามลงไป แต่เยวียนหมิงเจ๋อผู้เป็นพี่ชายกลับขวางทางเอาไว้
“ขอโทษด้วยน้องสาม รอบนี้พี่ต้องชนะ!”
“ฝันไปเถอะพี่ใหญ่!”
สองพี่น้องปะทะกันกลางอากาศ ขณะที่ลูกสีขาวยังคงร่วงต่ำลงเรื่อย ๆ
ก่อนมันจะสัมผัสพื้น เยวียนเซียนโหย่วจากน้ำเงินพลันพุ่งตัวลงมาคว้าเอาไว้ได้สำเร็จ
“เทียนอวี้!”
เขาโยนลูกขึ้นสูง เยวียนเทียนอวี้รับช่วงต่อแล้วทะยานตรงไปทางประตูทีมแดง
เยวียนจิ้งไห่กางม่านศิลาปิดวงแหวนทั้งหมด ขณะที่เยวียนจิ้งเทียน เยวียนอู่เฉิง และเยวียนจือหยวนรีบเข้าขวางด้านหน้า
“หยุดมันไว้!”
เยวียนเทียนอวี้ไม่คิดฝืน เขาส่งลูกย้อนหลังให้เยวียนหมิงเสวี่ย แล้วพุ่งเข้าไปชนม่านศิลาจนเกิดช่องว่างเล็ก ๆ ขึ้นตรงขอบวงแหวน
เยวียนหมิงเสวี่ยดีดสายพิณทั้งหมดพร้อมกัน
เคร้งงงง!
คลื่นเสียงห่อหุ้มลูกสีขาว ก่อนบังคับให้มันหมุนเป็นเกลียว ลอดผ่านช่องว่างซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวลูกเพียงเล็กน้อยเข้าไปอย่างแม่นยำ
ปิ๊ง!
คะแนนของน้ำเงินเพิ่มจากสิบสองเป็นยี่สิบสี่!
เสียงระฆังสิ้นสุดการแข่งขันดังก้องไปทั่วสนาม
“จบการแข่งขัน! น้ำเงินชนะด้วยคะแนนยี่สิบสี่ต่อสิบหก!”
เสียงเฮระเบิดขึ้นทั่วอัฒจันทร์ ผู้เล่นน้ำเงินกอดคอกันกลางอากาศ ส่วนทีมแดงได้แต่นิ่งค้างอย่างไม่อยากเชื่อว่าความได้เปรียบทั้งหมดจะหายไปเพราะลูกสุดท้ายเพียงลูกเดียว
เยวียนเหวินเจ๋อกุมศีรษะตนเอง
“บัดซบเอ๊ย! นำอยู่ตั้งมากมายยังแพ้ได้อย่างไร?!”
เยวียนเหวินอวี้หัวเราะจนตัวงอ
“ก็เพราะพี่ใหญ่เอาแต่แหกปากแทนที่จะจับลูกอย่างไรเล่า!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบสนามอีกครั้ง
เยวียนจือหลิงนั่งแก้มพองอยู่ข้างยูรัน ก่อนพึมพำอย่างไม่เต็มใจ
“ข้าแพ้แล้ว...”
“อืม”
ยูรันยื่นมือออกไปลูบศีรษะนาง
“ไม่ต้องรีบ ของขวัญค่อยทำเมื่อพร้อมก็ได้”
เยวียนจือหลิงเงยหน้าขึ้น ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ข้าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ!”
อีกด้านหนึ่ง เยวียนจ้าวคุนมองผู้เล่นกับผู้ชมซึ่งยังตื่นเต้นไม่หาย ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปล่งประกายขึ้นเรื่อย ๆ
“ขายบัตรเข้าชม เปิดรับพนัน ให้ร้านค้ามาเช่าพื้นที่ แล้วจัดการแข่งขันระหว่างเมือง...”
ฉินหลัวซือเหลือบมองสามี
“ครั้งนี้คิดได้ไม่เลว”
เยวียนจ้าวคุนหันขวับกลับมาด้วยใบหน้าเปี่ยมความภาคภูมิใจ
“แน่นอนอยู่แล้ว สามีของเจ้าย่อมฉลาดเป็นธรรมดา!”
“แต่บัญชีกับรายได้ทั้งหมดให้ข้าดูแล”
“...”
เยวียนจ้าวคุนก้มหน้าลงอีกครั้ง
“จ้ะ เมียจ๋า...”
ยูรันไม่คิดสนใจเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ เขาหันกลับไปหาเยวียนจือหลิงซึ่งยังนั่งแก้มพองอยู่ข้างกาย
“ช่างเถอะ พวกเขาจะแบ่งกันอย่างไรก็ปล่อยไป ข้าไม่เคยแพ้เดิมพันอยู่แล้ว”
เยวียนจือหลิงหันมามองเขา
“การแข่งขันเพิ่งจบไปเพียงรอบเดียว ท่านพี่อย่าเพิ่งได้ใจนักนะเจ้าคะ”
“ถ้าเช่นนั้นเปลี่ยนเงื่อนไขกันดีหรือไม่?”
ยูรันยกมือนับนิ้ว
“หลังรับประทานอาหารเที่ยง พวกเรายังมีเวลาเล่นได้อีกประมาณห้าหกรอบ ก่อนเริ่มแต่ละเกม เจ้ากับข้าเลือกทีมที่คิดว่าจะชนะ ผู้ใดทายผลถูกมากกว่าถือเป็นผู้ชนะเดิมพันทั้งหมด ส่วนรอบเมื่อครู่ยังไม่นับ”
ดวงตาของเยวียนจือหลิงพลันเป็นประกาย นางรีบพยักหน้ารับทันที
“ดีเลยเจ้าค่ะ! รอบต่อไปข้าไม่มีทางทายผิดอีกแน่นอน!”
ยูรันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“อืม เช่นนั้นก็ตามนี้”