คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 486 เจ้าก็แค่ใช้แรงฟาดเข้าไปตรง ๆ7,394 ตัวอักษร

ตอนที่ 486 เจ้าก็แค่ใช้แรงฟาดเข้าไปตรง ๆ

เยวียนเหวินเจ๋อชูมือขึ้นทั้งสองข้าง ก่อนหัวเราะลั่น

“เห็นหรือยัง! ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นผู้แสดงความสามารถ!”

“เจ้าก็แค่ใช้แรงฟาดเข้าไปตรง ๆ ไม่เห็นมีอะไรน่าภูมิใจเลย!” เยวียนเหวินอวี้ตะโกนสวน

“อย่างน้อยก็ได้คะแนนโว๊ย!”

หลังจากนั้น การแข่งขันก็ยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ

น้ำเงินอาศัยการส่งลูกอันแม่นยำของเยวียนหมิงเสวี่ยกับความเร็วของเยวียนเทียนอวี้ทำคะแนนขึ้นนำสองต่อหนึ่ง แต่ทีมแดงก็ตีเสมอได้จากการประสานงานของเยวียนหลิงซวง เยวียนจือหยวน และเยวียนอู่เฉิง

ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีทีมใดยอมถอยแม้แต่น้อย

กระทั่งเสียงระฆังดังขึ้นจากเหนือสนาม

กังวานนนน!

วงแหวนค่ายกลสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนลูกบอลสีดำจะพุ่งออกมาและเริ่มบินวนรอบสนามด้วยความเร็วสูง

เยวียนจ้าวคุนรีบประกาศ

“ลูกคะแนนพิเศษปรากฏแล้ว! ผู้ใดส่งผ่านประตูได้จะรับห้าคะแนน!”

ผู้เล่นแทบทั้งหมดละทิ้งลูกสีครามแล้วพุ่งตามลูกสีดำทันที

“แม่งเอ๊ย! มันเร็วเกินไปแล้ว!” เยวียนเหวินป๋อตะโกน

“เลิกบ่นแล้วไปดักด้านหน้าสิวะ!” เยวียนเหวินฮ่าวสวนกลับ

ลูกสีดำหักเลี้ยวไปมาราวกับตั้งใจยั่วผู้เล่น มันลอดใต้กระบี่บินของเยวียนเทียนอวี้ ก่อนพุ่งผ่านช่องว่างระหว่างเยวียนจิ้งเทียนกับเยวียนจิ้งเซียนอย่างหวุดหวิด

เยวียนหมิงฮวนซึ่งเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างกลับไม่ไล่ตาม เขาคำนวณเส้นทางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตะโกนขึ้น

“อีกสามลมหายใจ มันจะวนกลับทางซ้าย!”

เยวียนจิ้งหมิงได้ยินดังนั้นก็รีบส่งสัญญาณให้ทีมแดงแยกตัว เยวียนเหวินหลานกับเยวียนเซียนอวิ๋นสร้างม่านพลังบีบเส้นทาง ขณะที่เยวียนอู่เฉิงรออยู่ตรงจุดซึ่งเยวียนหมิงฮวนระบุ

สามลมหายใจต่อมา ลูกสีดำหักกลับมาทางซ้ายจริง ๆ

“เสร็จข้าละ!”

เยวียนอู่เฉิงคว้าลูกบอลได้สำเร็จ ก่อนรีบส่งให้เยวียนหลิงซวง

น้ำเงินพุ่งเข้ามาปิดล้อมจากทุกทิศทาง ทว่าเยวียนหลิงซวงกลับโยนลูกขึ้นสูงแล้วหมุนตัวหลบลงด้านล่าง เยวียนจือหยวนทะยานมารับช่วงต่อกลางอากาศ ก่อนส่งลูกทะลุช่องว่างสุดท้ายให้เยวียนเหวินเจ๋อ

“อย่าทำแตกนะโว๊ย!” คนทั้งทีมตะโกนพร้อมกัน

เยวียนเหวินเจ๋อซึ่งกำลังจะฟาดสุดแรงรีบชะงัก เขาลดพลังลงกว่าครึ่งแล้วใช้ด้านแบนของกระบี่ประคองลูกสีดำผ่านม่านป้องกันของเยวียนจิ้งคังเข้าไป

ปิ๊ง!

คะแนนของทีมแดงพุ่งจากสองเป็นเจ็ดทันที!

เสียงเฮของฝ่ายแดงแทบทำให้อัฒจันทร์สั่นสะเทือน

เยวียนจือหลิงลุกขึ้นชูมืออย่างลืมตัว

“เยี่ยมมาก! ทีมแดงต้องชนะแน่นอนเจ้าค่ะ!”

ยูรันซึ่งนั่งพิงเก้าอี้อยู่ข้างนางเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบ

“ยังเหลือลูกสีขาวอีกสามลูกนะ”

“หึ ต่อให้มีสามลูก พวกข้าก็ไม่แพ้หรอกเจ้าค่ะ”

การแข่งขันดำเนินต่อไป น้ำเงินพยายามเร่งทำคะแนนไล่ตามอย่างหนัก จนสามารถเพิ่มคะแนนของตนจากสองเป็นหก ส่วนทีมแดงทำเพิ่มได้อีกหนึ่งคะแนน

เมื่อหมดเวลาปกติ ตัวเลขเหนือสนามจึงหยุดอยู่ที่แปดต่อหก ทีมแดงยังคงเป็นฝ่ายนำ

เยวียนจ้าวคุนยกมือขึ้น ก่อนตะโกนสุดเสียง

“เข้าสู่ช่วงต่อเวลา! ปล่อยลูกสีขาวทั้งสามลูก!”

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

ลูกบอลสีขาวสามลูกกางปีกออกพร้อมกัน ก่อนแยกย้ายบินหนีไปคนละทิศทางด้วยความเร็วซึ่งเหนือกว่าลูกสีดำหลายเท่า

ทั่วทั้งสนามพลันตกอยู่ในความโกลาหล

“จับลูกทางซ้ายไว้!”

“ไอ้บ้า อย่าตามกันหมด ประตูไม่มีคนเฝ้าแล้ว!”

“ลูกนั้นของข้า!”

“ของเจ้าบ้าอะไร มันยังไม่ได้ผ่านประตูสักหน่อย!”

ลูกสีขาวลูกแรกบินต่ำเฉียดพื้น เยวียนเทียนอวี้เร่งกระบี่บินตามไปสุดกำลัง ขณะที่เยวียนหมิงเจ๋อกับเยวียนจือเสวียนเข้าขวางผู้เล่นทีมแดงเอาไว้

เยวียนเทียนอวี้ไล่ทันในช่วงก่อนลูกจะสัมผัสพื้นเพียงเสี้ยวลมหายใจ เขาใช้ปลายกระบี่ยกลูกขึ้น ก่อนส่งต่อให้เยวียนหมิงเสวี่ย

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

เสียงพิณสามครั้งดังติดกัน ปีกทั้งสองข้างของลูกสีขาวถูกคลื่นเสียงรบกวนจนชะงัก เยวียนหมิงเสวี่ยจึงฉวยโอกาสผลักมันผ่านประตูทีมแดงไปได้สำเร็จ

ปิ๊ง!

คะแนนน้ำเงินเพิ่มจากหกเป็นสิบสอง!

เสียงอุทานดังกระหึ่ม ทีมซึ่งตามหลังมาตลอดกลับพลิกขึ้นนำในพริบตา

เยวียนจือหลิงกำชายแขนเสื้อของยูรันแน่นขึ้น

“ยังเหลืออีกสองลูกเจ้าค่ะ!”

ลูกสีขาวลูกที่สองถูกเยวียนเหวินเจ๋อกับเยวียนหลิงซวงไล่ต้อนอยู่กลางสนาม น้ำเงินพยายามเข้าขัดขวาง แต่เยวียนจิ้งเทียนกลับกางค่ายกลขนาดใหญ่ปิดเส้นทางเอาไว้ชั่วคราว

“หลีกไป!”

เยวียนเหวินเจ๋อหวดลูกสีขาวเข้าหาประตูเต็มแรง

เยวียนจิ้งคังสร้างม่านป้องกันขึ้นสามชั้น ทว่าเยวียนหลิงซวงกลับปล่อยเงากระบี่อ้อมไปกระแทกลูกจากด้านข้าง ทำให้มันหักเลี้ยวลอดช่องว่างระหว่างม่านพลังสองชั้น ก่อนผ่านวงแหวนไปอย่างหวุดหวิด

ปิ๊ง!

คะแนนทีมแดงเพิ่มจากแปดเป็นสิบหก!

“ฮ่า ๆๆๆ! สุดท้ายพวกข้าก็ยังนำอยู่ดี!” เยวียนเหวินเจ๋อหัวเราะลั่น

“ยังเหลืออีกลูก เจ้าจะรีบแหกปากทำไมวะ!” เยวียนเทียนอวี้ตวาดกลับ

สายตาของทุกคนหันไปยังลูกสีขาวลูกสุดท้ายพร้อมกัน

มันกำลังบินวนอยู่เหนือใจกลางสนามด้วยความเร็วสูง ปีกทั้งสองกระพือไม่หยุดราวกับกำลังเยาะเย้ยผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด

ไม่ว่าทีมใดส่งลูกนี้ผ่านประตูได้ ทีมนั้นจะเป็นผู้ชนะทันที

ผู้เล่นทั้งยี่สิบแปดคนพุ่งเข้าหามันพร้อมกัน!

ตูม! ตูม! ตูม!

วิชานับสิบปะทะกันกลางอากาศ ค่ายกลป้องกันสว่างวาบไม่หยุด ผู้เล่นหลายคนถูกแรงผลักกระเด็นออกจากวงล้อม ก่อนรีบกลับเข้ามาใหม่โดยไม่ยอมแพ้

เยวียนเหวินเจ๋อฝ่าวงล้อมเข้าไปได้ก่อน เขาเอื้อมมือออกไปหมายคว้าลูกสีขาว ทว่าคลื่นเสียงจากพิณของเยวียนหมิงเสวี่ยกลับทำให้แขนของเขาชาไปชั่วขณะ

“นังเด็กบ้า! เลิกดีดพิณใส่ข้าสักที!”

“อยู่ในสนามก็ห้ามบ่นเจ้าค่ะ!”

ลูกสีขาวฉวยโอกาสบินลอดใต้แขนของทั้งคู่แล้วพุ่งลงด้านล่าง เยวียนหมิงฮวนซึ่งอยู่ทีมแดงรีบตามลงไป แต่เยวียนหมิงเจ๋อผู้เป็นพี่ชายกลับขวางทางเอาไว้

“ขอโทษด้วยน้องสาม รอบนี้พี่ต้องชนะ!”

“ฝันไปเถอะพี่ใหญ่!”

สองพี่น้องปะทะกันกลางอากาศ ขณะที่ลูกสีขาวยังคงร่วงต่ำลงเรื่อย ๆ

ก่อนมันจะสัมผัสพื้น เยวียนเซียนโหย่วจากน้ำเงินพลันพุ่งตัวลงมาคว้าเอาไว้ได้สำเร็จ

“เทียนอวี้!”

เขาโยนลูกขึ้นสูง เยวียนเทียนอวี้รับช่วงต่อแล้วทะยานตรงไปทางประตูทีมแดง

เยวียนจิ้งไห่กางม่านศิลาปิดวงแหวนทั้งหมด ขณะที่เยวียนจิ้งเทียน เยวียนอู่เฉิง และเยวียนจือหยวนรีบเข้าขวางด้านหน้า

“หยุดมันไว้!”

เยวียนเทียนอวี้ไม่คิดฝืน เขาส่งลูกย้อนหลังให้เยวียนหมิงเสวี่ย แล้วพุ่งเข้าไปชนม่านศิลาจนเกิดช่องว่างเล็ก ๆ ขึ้นตรงขอบวงแหวน

เยวียนหมิงเสวี่ยดีดสายพิณทั้งหมดพร้อมกัน

เคร้งงงง!

คลื่นเสียงห่อหุ้มลูกสีขาว ก่อนบังคับให้มันหมุนเป็นเกลียว ลอดผ่านช่องว่างซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวลูกเพียงเล็กน้อยเข้าไปอย่างแม่นยำ

ปิ๊ง!

คะแนนของน้ำเงินเพิ่มจากสิบสองเป็นยี่สิบสี่!

เสียงระฆังสิ้นสุดการแข่งขันดังก้องไปทั่วสนาม

“จบการแข่งขัน! น้ำเงินชนะด้วยคะแนนยี่สิบสี่ต่อสิบหก!”

เสียงเฮระเบิดขึ้นทั่วอัฒจันทร์ ผู้เล่นน้ำเงินกอดคอกันกลางอากาศ ส่วนทีมแดงได้แต่นิ่งค้างอย่างไม่อยากเชื่อว่าความได้เปรียบทั้งหมดจะหายไปเพราะลูกสุดท้ายเพียงลูกเดียว

เยวียนเหวินเจ๋อกุมศีรษะตนเอง

“บัดซบเอ๊ย! นำอยู่ตั้งมากมายยังแพ้ได้อย่างไร?!”

เยวียนเหวินอวี้หัวเราะจนตัวงอ

“ก็เพราะพี่ใหญ่เอาแต่แหกปากแทนที่จะจับลูกอย่างไรเล่า!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบสนามอีกครั้ง

เยวียนจือหลิงนั่งแก้มพองอยู่ข้างยูรัน ก่อนพึมพำอย่างไม่เต็มใจ

“ข้าแพ้แล้ว...”

“อืม”

ยูรันยื่นมือออกไปลูบศีรษะนาง

“ไม่ต้องรีบ ของขวัญค่อยทำเมื่อพร้อมก็ได้”

เยวียนจือหลิงเงยหน้าขึ้น ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ข้าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ!”

อีกด้านหนึ่ง เยวียนจ้าวคุนมองผู้เล่นกับผู้ชมซึ่งยังตื่นเต้นไม่หาย ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปล่งประกายขึ้นเรื่อย ๆ

“ขายบัตรเข้าชม เปิดรับพนัน ให้ร้านค้ามาเช่าพื้นที่ แล้วจัดการแข่งขันระหว่างเมือง...”

ฉินหลัวซือเหลือบมองสามี

“ครั้งนี้คิดได้ไม่เลว”

เยวียนจ้าวคุนหันขวับกลับมาด้วยใบหน้าเปี่ยมความภาคภูมิใจ

“แน่นอนอยู่แล้ว สามีของเจ้าย่อมฉลาดเป็นธรรมดา!”

“แต่บัญชีกับรายได้ทั้งหมดให้ข้าดูแล”

“...”

เยวียนจ้าวคุนก้มหน้าลงอีกครั้ง

“จ้ะ เมียจ๋า...”

ยูรันไม่คิดสนใจเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ เขาหันกลับไปหาเยวียนจือหลิงซึ่งยังนั่งแก้มพองอยู่ข้างกาย

“ช่างเถอะ พวกเขาจะแบ่งกันอย่างไรก็ปล่อยไป ข้าไม่เคยแพ้เดิมพันอยู่แล้ว”

เยวียนจือหลิงหันมามองเขา

“การแข่งขันเพิ่งจบไปเพียงรอบเดียว ท่านพี่อย่าเพิ่งได้ใจนักนะเจ้าคะ”

“ถ้าเช่นนั้นเปลี่ยนเงื่อนไขกันดีหรือไม่?”

ยูรันยกมือนับนิ้ว

“หลังรับประทานอาหารเที่ยง พวกเรายังมีเวลาเล่นได้อีกประมาณห้าหกรอบ ก่อนเริ่มแต่ละเกม เจ้ากับข้าเลือกทีมที่คิดว่าจะชนะ ผู้ใดทายผลถูกมากกว่าถือเป็นผู้ชนะเดิมพันทั้งหมด ส่วนรอบเมื่อครู่ยังไม่นับ”

ดวงตาของเยวียนจือหลิงพลันเป็นประกาย นางรีบพยักหน้ารับทันที

“ดีเลยเจ้าค่ะ! รอบต่อไปข้าไม่มีทางทายผิดอีกแน่นอน!”

ยูรันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“อืม เช่นนั้นก็ตามนี้”