คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 490 รักษาพวกเขาก่อน7,269 ตัวอักษร

ตอนที่ 490 รักษาพวกเขาก่อน

ไม่นาน เถียนซูเจินก็นำผู้ติดตามจากหอสมบัติรีบรุดมาถึง

“คุณชายใหญ่!”

ยูรันพยักหน้าไปทางเหล่าชาวเมืองซึ่งนอนบาดเจ็บอยู่ทั่วถนน

“รักษาพวกเขาก่อน”

“เจ้าค่ะ”

เถียนซูเจินไม่รอช้า นางหันไปออกคำสั่งแก่ผู้ติดตามทันที

“แยกย้ายกันตรวจอาการ แจกโอสถรักษาตามระดับบาดเจ็บ ผู้ใดกระดูกหักให้ต่อกระดูกก่อน ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว!”

เหล่าผู้ติดตามรับคำ ก่อนรีบนำโอสถออกไปรักษาผู้บาดเจ็บแต่ละคนอย่างเป็นระเบียบ

เมื่อจัดการทางนี้เรียบร้อย ยูรันจึงยกมือขึ้นเล็กน้อย

ร่างของฉีเซวียนหาวซึ่งยังถูกเยวียนเหวินอวี้เหยียบอยู่พลันลอยขึ้นจากพื้น ก่อนหยุดค้างอยู่กลางอากาศราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นคว้าคอเอาไว้

“เหตุใดข้าไปที่ใดจึงพบแต่ขยะเช่นนี้นะ? น่าประหลาดจริง ๆ”

เขาหันหน้าไปทางชาวเมืองคนหนึ่ง

“เมืองวายุครามอยู่ทางใด?”

ชายคนนั้นชี้ไปยังทิศทางหนึ่งทันที

“ทางนั้นขอรับคุณชายใหญ่ อยู่ห่างออกไปราวห้าร้อยลี้!”

“อืม ไม่ไกลเท่าไร”

ยูรันยกนิ้วขึ้น ก่อนดีดใส่ร่างของฉีเซวียนหาวเบา ๆ

เปรี้ยง!

อากาศเบื้องหน้าระเบิดออกเป็นวงกว้าง ร่างของฉีเซวียนหาวพุ่งทะยานออกไปทางเมืองวายุครามด้วยความเร็วมหาศาล ก่อนหายลับไปจากสายตาของทุกคนในพริบตา

ผู้คนบนถนนต่างเงยหน้ามองตามด้วยสีหน้าตกตะลึง

หลังจากถูกทำร้ายเยวียนเหวินอวี้ ทั้งยังคิดสังหารชาวเมืองนับสิบ ฉีเซวียนหาวกลับถูกส่งออกไปโดยไม่ได้สูญเสียแขนขาหรืออวัยวะส่วนใดแม้แต่ชิ้นเดียว

เยวียนเหวินอวี้รีบหันมาถาม

“พี่ชายจ๋า ท่านจะปล่อยมันไปง่าย ๆ เช่นนี้จริงหรือเจ้าคะ?”

“ใครบอกว่าข้าปล่อยมัน?”

ยูรันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าเพียงส่งมันกลับไปฟ้องพ่อฟ้องแม่ จะได้เรียกคนในตระกูลออกมาให้ครบ แล้วพวกเราค่อยตามไปกระทืบพร้อมกันทีเดียว”

“...”

ทุกคนพลันเข้าใจว่าเหตุใดฉีเซวียนหาวจึงยังมีแขนขาครบถ้วน

ยูรันหันหน้าไปทางเถียนซูเจิน

“ซูเจิน จัดการค่าเยียวยาให้เรียบร้อย ข้าจะไปเมืองวายุคราม”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

เถียนซูเจินประสานมือรับคำ ก่อนหันไปประกาศกับผู้คนโดยรอบ

“ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้มารับเงินเยียวยาคนละหนึ่งแสนเหรียญ ส่วนผู้ที่ออกมาช่วยเหลือคุณหนูแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ รับสินน้ำใจจากคุณชายใหญ่คนละห้าหมื่นเหรียญเจ้าค่ะ”

นางกวาดตามองร้านค้าสองข้างทางซึ่งได้รับความเสียหาย ก่อนกล่าวเสริม

“ร้านค้าแห่งใดได้รับความเสียหายให้นำรายการมาแจ้ง ทางหอสมบัติจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทั้งหมด”

ชาวเมืองหลายคนถึงกับน้ำตาคลอ

สำหรับยูรัน เงินจำนวนนี้อาจไม่มีค่าอันใด ทว่าสำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเขา เงินเพียงส่วนหนึ่งก็เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งครอบครัวแล้ว

ชายขายเนื้อประสานมือคารวะด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ขอบคุณขอรับคุณชายใหญ่! ต่อให้ต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องคุณหนูอีกครั้ง พวกข้าก็ไม่เสียดาย!”

เสียงขอบคุณดังขึ้นจากทั่วทั้งถนน

สวี่ซูเหยายืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยหัวใจซึ่งเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางกับน้องชาย แต่ยังรับผิดชอบต่อผู้คนธรรมดาทุกคนซึ่งได้รับผลกระทบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ยูรันหันกลับไปทางเยวียนเหวินอวี้

“ส่วนเจ้า กลับไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย”

เยวียนเหวินอวี้กะพริบตาปริบ ๆ

“แล้วหลังจากนั้นเล่าเจ้าคะ?”

“เตรียมตัวไปเมืองวายุคราม วันนี้ตระกูลเยวียนจะไปล้างบางตระกูลฉี”

ในเวลาเดียวกัน ข่าวที่เยวียนเหวินอวี้ถูกคนจากต่างเมืองทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และคุณชายใหญ่โกรธจัดถึงขั้นเตรียมบุกเมืองวายุคราม ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองจันทราเร้นอย่างรวดเร็ว

คนจากตระกูลเยวียนซึ่งกระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ พากันละทิ้งธุระตรงหน้า ก่อนรีบกลับมายังตำหนักเสวียนเยว่โดยพร้อมเพรียง

ภายในตำหนัก เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายังห้องโถง

“ท่านเจ้าตำหนัก เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”

เยวียนจ้าวคุนซึ่งกำลังนั่งดื่มชาถึงกับสะดุ้ง

“เกิดอะไรขึ้นอีก?!”

“คุณหนูเหวินอวี้ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ส่วนคุณชายใหญ่กำลังจะเดินทางไปเมืองวายุครามเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”

ปัง!

ถ้วยชาในมือของเยวียนจ้าวคุนถูกวางกระแทกโต๊ะทันที

“บัดซบ! ไอ้โง่จากที่ใดกล้าทำร้ายคนของตระกูลเยวียนในเมืองของข้า?!”

เขารีบพุ่งออกจากห้องโถงไปยังลานด้านหน้า ก่อนพบเยวียนจิ้งไห่กับถานซูอิงกำลังยืนล้อมบุตรีคนเล็กด้วยสีหน้าร้อนรน

อาภรณ์ของเยวียนเหวินอวี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตแทบทั้งชุด แม้ร่างกายของนางจะไม่มีบาดแผลหลงเหลืออยู่แล้ว แต่สภาพภายนอกยังน่าตกใจจนผู้เป็นมารดาหน้าซีดเผือก

ถานซูอิงจับตัวบุตรีพลิกไปมา ก่อนถามเสียงสั่น

“ลูกแม่ เจ้าไม่บาดเจ็บตรงไหนแล้วจริง ๆ ใช่หรือไม่? แม่แทบหัวใจวายเมื่อได้ยินข่าว!”

เยวียนจิ้งไห่เองก็กวาดตามองบุตรีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ให้พ่อเรียกหมอมาตรวจอีกครั้งดีหรือไม่?”

เยวียนเหวินอวี้ส่ายหน้ารัว ๆ

“ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ พี่ชายจ๋าไม่รู้ใช้วิธีอะไรแต่รักษาข้าจนหายสนิทแล้ว”

นางก้มมองอาภรณ์เปื้อนเลือดของตนเอง ก่อนยิ้มแห้ง ๆ

“ข้าขอไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะเจ้าคะ พี่ชายจ๋ายังรอพาข้าไปเมืองวายุครามอยู่”

“อะไรนะ?!”

เสียงของเยวียนจิ้งไห่ ถานซูอิง และเยวียนจ้าวคุนดังขึ้นพร้อมกัน

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเข้าลาน ก่อนยูรันจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เตรียมตัวเสีย”

เขากล่าวออกมาเพียงสั้น ๆ ทว่าน้ำเสียงเย็นชาเสียจนแม้แต่เยวียนจ้าวคุนยังรู้สึกหนาววาบไปถึงกระดูก

เยวียนจ้าวคุนหันขวับไปทางเหล่าคนรับใช้

“ใช้หยกสื่อสารตามคนจากทุกสายซึ่งยังอยู่นอกตำหนักกลับมาเดี๋ยวนี้!”

“ขอรับ!”

เหล่าคนรับใช้รีบแยกย้ายกันออกไปส่งข่าว

ไม่นาน คนจากตระกูลเยวียนทุกสายก็มารวมตัวกันจนเต็มลานด้านหน้า บรรยากาศวุ่นวายจากเสียงพูดคุยดังไปทั่ว เนื่องจากหลายคนเพียงได้ยินว่าเยวียนเหวินอวี้ถูกทำร้าย แต่ยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด

เยวียนจือฮ่าวซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มอดถามไม่ได้

“ท่านลุง เรียกพวกเรากลับมารวมตัวกันด้วยเรื่องอันใดหรือขอรับ?”

เยวียนจ้าวคุนหันไปมองเขาอย่างหงุดหงิด

“บัดซบ ข้าจะไปรู้รายละเอียดทั้งหมดได้อย่างไรเล่า? ข้าเองก็เพิ่งถูกเรียกออกมาเหมือนกัน!”

ฉินหลัวซือปรายตามองสามี

“พูดจาให้ดีหน่อย”

“อะแฮ่ม...”

เยวียนจ้าวคุนรีบสงบปากลงทันที

เสี่ยวเถาก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนประสานมือให้ทุกคน

“เดี๋ยวบ่าวอธิบายเองเจ้าค่ะ”

นางเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ฉีเซวียนหาวจากตระกูลฉีแห่งเมืองวายุครามเข้าหาเรื่องสองพี่น้องสวี่ เยวียนเหวินอวี้ยื่นมือเข้าช่วยจนถูกทำร้าย รวมถึงเรื่องที่ยูรันส่งฉีเซวียนหาวกลับไปเรียกคนจากตระกูลออกมาให้ครบอย่างรวบรัด

เมื่อฟังจบ ใบหน้าของเยวียนจิ้งไห่ก็มืดครึ้มจนแทบหยดน้ำได้

“บัดซบ! เช่นนั้นก็ไปถล่มมันเลยสิวะ ฆ่าพวกมันให้สิ้นตระกูล!”

เยวียนจ้าวคุนขมวดคิ้ว

“จะฆ่าพวกมันทำไม? หลานชายของพวกเราไม่ชอบฆ่าคน เจ้าไม่รู้หรืออย่างไร?”

“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร?!”

เยวียนจิ้งไห่ตวาดกลับด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ลูกสาวของข้าถูกมันซัดจนกระดูกหัก เลือดอาบไปทั้งตัวนะ!”

เยวียนจ้าวคุนเถียงไม่ออก จึงหันไปถามยูรันแทน

“แล้วเจ้าคิดจะจัดการตระกูลฉีอย่างไร?”

ยูรันยักไหล่

“ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าจะทำเหมือนทุกครั้ง ตัดแขนขา เฉือนลิ้น ตัดหู จมูก แล้วก็ควักดวงตาออกมา”

ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังอธิบายเรื่องธรรมดาทั่วไป

“จากนั้นค่อยทำลายตันเถียนและนำสมบัติทั้งหมดของพวกมันกลับมา เท่านี้ต่อให้ยังมีชีวิตอยู่ทั้งตระกูล ก็ไม่ต่างจากไม่มีแล้วไม่ใช่หรือ?”

“ยิ่งผู้ฝึกตนระดับสูงซึ่งมีชีวิตมานาน เมื่อตันเถียนถูกทำลายและสูญเสียตบะ อายุขัยที่เหลือก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว”

“สุดท้ายพวกมันจะได้แต่ร้องขอความตาย ข้าชอบแบบนั้นมากกว่า”

“...”

ผู้คนทั่วทั้งลานเงียบสนิท

เยวียนจิ้งไห่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

[โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! วิธีนี้น่ากลัวยิ่งกว่าฆ่าทิ้งทั้งตระกูลเสียอีก!]

เขาเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

“อืม...เอาแบบนั้นก็ได้”

หนานอวี้กอดอก ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“แบบนี้จะยอมได้อย่างไร? ข้าอุตส่าห์ถูกใจเด็กคนนี้ จะปล่อยให้นางบาดเจ็บเปล่า ๆ ไม่ได้เด็ดขาด”

ไป๋หลิงเหลือบมองนางอย่างรู้ทัน

“เจ้าก็แค่อยากหาที่ทดสอบพลังหลังทะลวงระดับไม่ใช่หรือ?”

“อะแฮ่ม...”

หนานอวี้กระแอมกลบเกลื่อน ก่อนหันหน้าหนีไปอีกทาง

ไม่นาน เยวียนเหวินอวี้ก็กลับออกมาในอาภรณ์ชุดใหม่ เส้นผมถูกมัดรวบเอาไว้อย่างลวก ๆ เห็นได้ชัดว่านางรีบร้อนเพียงใด

“พี่ชายจ๋า ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ!”

ยูรันพยักหน้าเล็กน้อย

“ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน พวกท่านเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วค่อยตามมา”

เยวียนชิงเหยาตอบรับทันที

“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวแม่จะพาพวกเขาตามไปเอง”

“อืม ข้าจะไปเฝ้าทางออกเอาไว้ก่อน จะได้ไม่มีใครหนีทัน”

สิ้นเสียง ร่างของยูรันก็หายไปจากลานในพริบตา