ตอนที่ 490 รักษาพวกเขาก่อน
ไม่นาน เถียนซูเจินก็นำผู้ติดตามจากหอสมบัติรีบรุดมาถึง
“คุณชายใหญ่!”
ยูรันพยักหน้าไปทางเหล่าชาวเมืองซึ่งนอนบาดเจ็บอยู่ทั่วถนน
“รักษาพวกเขาก่อน”
“เจ้าค่ะ”
เถียนซูเจินไม่รอช้า นางหันไปออกคำสั่งแก่ผู้ติดตามทันที
“แยกย้ายกันตรวจอาการ แจกโอสถรักษาตามระดับบาดเจ็บ ผู้ใดกระดูกหักให้ต่อกระดูกก่อน ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว!”
เหล่าผู้ติดตามรับคำ ก่อนรีบนำโอสถออกไปรักษาผู้บาดเจ็บแต่ละคนอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อจัดการทางนี้เรียบร้อย ยูรันจึงยกมือขึ้นเล็กน้อย
ร่างของฉีเซวียนหาวซึ่งยังถูกเยวียนเหวินอวี้เหยียบอยู่พลันลอยขึ้นจากพื้น ก่อนหยุดค้างอยู่กลางอากาศราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นคว้าคอเอาไว้
“เหตุใดข้าไปที่ใดจึงพบแต่ขยะเช่นนี้นะ? น่าประหลาดจริง ๆ”
เขาหันหน้าไปทางชาวเมืองคนหนึ่ง
“เมืองวายุครามอยู่ทางใด?”
ชายคนนั้นชี้ไปยังทิศทางหนึ่งทันที
“ทางนั้นขอรับคุณชายใหญ่ อยู่ห่างออกไปราวห้าร้อยลี้!”
“อืม ไม่ไกลเท่าไร”
ยูรันยกนิ้วขึ้น ก่อนดีดใส่ร่างของฉีเซวียนหาวเบา ๆ
เปรี้ยง!
อากาศเบื้องหน้าระเบิดออกเป็นวงกว้าง ร่างของฉีเซวียนหาวพุ่งทะยานออกไปทางเมืองวายุครามด้วยความเร็วมหาศาล ก่อนหายลับไปจากสายตาของทุกคนในพริบตา
ผู้คนบนถนนต่างเงยหน้ามองตามด้วยสีหน้าตกตะลึง
หลังจากถูกทำร้ายเยวียนเหวินอวี้ ทั้งยังคิดสังหารชาวเมืองนับสิบ ฉีเซวียนหาวกลับถูกส่งออกไปโดยไม่ได้สูญเสียแขนขาหรืออวัยวะส่วนใดแม้แต่ชิ้นเดียว
เยวียนเหวินอวี้รีบหันมาถาม
“พี่ชายจ๋า ท่านจะปล่อยมันไปง่าย ๆ เช่นนี้จริงหรือเจ้าคะ?”
“ใครบอกว่าข้าปล่อยมัน?”
ยูรันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าเพียงส่งมันกลับไปฟ้องพ่อฟ้องแม่ จะได้เรียกคนในตระกูลออกมาให้ครบ แล้วพวกเราค่อยตามไปกระทืบพร้อมกันทีเดียว”
“...”
ทุกคนพลันเข้าใจว่าเหตุใดฉีเซวียนหาวจึงยังมีแขนขาครบถ้วน
ยูรันหันหน้าไปทางเถียนซูเจิน
“ซูเจิน จัดการค่าเยียวยาให้เรียบร้อย ข้าจะไปเมืองวายุคราม”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
เถียนซูเจินประสานมือรับคำ ก่อนหันไปประกาศกับผู้คนโดยรอบ
“ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้มารับเงินเยียวยาคนละหนึ่งแสนเหรียญ ส่วนผู้ที่ออกมาช่วยเหลือคุณหนูแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ รับสินน้ำใจจากคุณชายใหญ่คนละห้าหมื่นเหรียญเจ้าค่ะ”
นางกวาดตามองร้านค้าสองข้างทางซึ่งได้รับความเสียหาย ก่อนกล่าวเสริม
“ร้านค้าแห่งใดได้รับความเสียหายให้นำรายการมาแจ้ง ทางหอสมบัติจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทั้งหมด”
ชาวเมืองหลายคนถึงกับน้ำตาคลอ
สำหรับยูรัน เงินจำนวนนี้อาจไม่มีค่าอันใด ทว่าสำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเขา เงินเพียงส่วนหนึ่งก็เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งครอบครัวแล้ว
ชายขายเนื้อประสานมือคารวะด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ขอบคุณขอรับคุณชายใหญ่! ต่อให้ต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องคุณหนูอีกครั้ง พวกข้าก็ไม่เสียดาย!”
เสียงขอบคุณดังขึ้นจากทั่วทั้งถนน
สวี่ซูเหยายืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยหัวใจซึ่งเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางกับน้องชาย แต่ยังรับผิดชอบต่อผู้คนธรรมดาทุกคนซึ่งได้รับผลกระทบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ยูรันหันกลับไปทางเยวียนเหวินอวี้
“ส่วนเจ้า กลับไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย”
เยวียนเหวินอวี้กะพริบตาปริบ ๆ
“แล้วหลังจากนั้นเล่าเจ้าคะ?”
“เตรียมตัวไปเมืองวายุคราม วันนี้ตระกูลเยวียนจะไปล้างบางตระกูลฉี”
ในเวลาเดียวกัน ข่าวที่เยวียนเหวินอวี้ถูกคนจากต่างเมืองทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และคุณชายใหญ่โกรธจัดถึงขั้นเตรียมบุกเมืองวายุคราม ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองจันทราเร้นอย่างรวดเร็ว
คนจากตระกูลเยวียนซึ่งกระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ พากันละทิ้งธุระตรงหน้า ก่อนรีบกลับมายังตำหนักเสวียนเยว่โดยพร้อมเพรียง
ภายในตำหนัก เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายังห้องโถง
“ท่านเจ้าตำหนัก เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”
เยวียนจ้าวคุนซึ่งกำลังนั่งดื่มชาถึงกับสะดุ้ง
“เกิดอะไรขึ้นอีก?!”
“คุณหนูเหวินอวี้ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ส่วนคุณชายใหญ่กำลังจะเดินทางไปเมืองวายุครามเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
ปัง!
ถ้วยชาในมือของเยวียนจ้าวคุนถูกวางกระแทกโต๊ะทันที
“บัดซบ! ไอ้โง่จากที่ใดกล้าทำร้ายคนของตระกูลเยวียนในเมืองของข้า?!”
เขารีบพุ่งออกจากห้องโถงไปยังลานด้านหน้า ก่อนพบเยวียนจิ้งไห่กับถานซูอิงกำลังยืนล้อมบุตรีคนเล็กด้วยสีหน้าร้อนรน
อาภรณ์ของเยวียนเหวินอวี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตแทบทั้งชุด แม้ร่างกายของนางจะไม่มีบาดแผลหลงเหลืออยู่แล้ว แต่สภาพภายนอกยังน่าตกใจจนผู้เป็นมารดาหน้าซีดเผือก
ถานซูอิงจับตัวบุตรีพลิกไปมา ก่อนถามเสียงสั่น
“ลูกแม่ เจ้าไม่บาดเจ็บตรงไหนแล้วจริง ๆ ใช่หรือไม่? แม่แทบหัวใจวายเมื่อได้ยินข่าว!”
เยวียนจิ้งไห่เองก็กวาดตามองบุตรีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ให้พ่อเรียกหมอมาตรวจอีกครั้งดีหรือไม่?”
เยวียนเหวินอวี้ส่ายหน้ารัว ๆ
“ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ พี่ชายจ๋าไม่รู้ใช้วิธีอะไรแต่รักษาข้าจนหายสนิทแล้ว”
นางก้มมองอาภรณ์เปื้อนเลือดของตนเอง ก่อนยิ้มแห้ง ๆ
“ข้าขอไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะเจ้าคะ พี่ชายจ๋ายังรอพาข้าไปเมืองวายุครามอยู่”
“อะไรนะ?!”
เสียงของเยวียนจิ้งไห่ ถานซูอิง และเยวียนจ้าวคุนดังขึ้นพร้อมกัน
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเข้าลาน ก่อนยูรันจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เตรียมตัวเสีย”
เขากล่าวออกมาเพียงสั้น ๆ ทว่าน้ำเสียงเย็นชาเสียจนแม้แต่เยวียนจ้าวคุนยังรู้สึกหนาววาบไปถึงกระดูก
เยวียนจ้าวคุนหันขวับไปทางเหล่าคนรับใช้
“ใช้หยกสื่อสารตามคนจากทุกสายซึ่งยังอยู่นอกตำหนักกลับมาเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ!”
เหล่าคนรับใช้รีบแยกย้ายกันออกไปส่งข่าว
ไม่นาน คนจากตระกูลเยวียนทุกสายก็มารวมตัวกันจนเต็มลานด้านหน้า บรรยากาศวุ่นวายจากเสียงพูดคุยดังไปทั่ว เนื่องจากหลายคนเพียงได้ยินว่าเยวียนเหวินอวี้ถูกทำร้าย แต่ยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด
เยวียนจือฮ่าวซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มอดถามไม่ได้
“ท่านลุง เรียกพวกเรากลับมารวมตัวกันด้วยเรื่องอันใดหรือขอรับ?”
เยวียนจ้าวคุนหันไปมองเขาอย่างหงุดหงิด
“บัดซบ ข้าจะไปรู้รายละเอียดทั้งหมดได้อย่างไรเล่า? ข้าเองก็เพิ่งถูกเรียกออกมาเหมือนกัน!”
ฉินหลัวซือปรายตามองสามี
“พูดจาให้ดีหน่อย”
“อะแฮ่ม...”
เยวียนจ้าวคุนรีบสงบปากลงทันที
เสี่ยวเถาก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนประสานมือให้ทุกคน
“เดี๋ยวบ่าวอธิบายเองเจ้าค่ะ”
นางเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ฉีเซวียนหาวจากตระกูลฉีแห่งเมืองวายุครามเข้าหาเรื่องสองพี่น้องสวี่ เยวียนเหวินอวี้ยื่นมือเข้าช่วยจนถูกทำร้าย รวมถึงเรื่องที่ยูรันส่งฉีเซวียนหาวกลับไปเรียกคนจากตระกูลออกมาให้ครบอย่างรวบรัด
เมื่อฟังจบ ใบหน้าของเยวียนจิ้งไห่ก็มืดครึ้มจนแทบหยดน้ำได้
“บัดซบ! เช่นนั้นก็ไปถล่มมันเลยสิวะ ฆ่าพวกมันให้สิ้นตระกูล!”
เยวียนจ้าวคุนขมวดคิ้ว
“จะฆ่าพวกมันทำไม? หลานชายของพวกเราไม่ชอบฆ่าคน เจ้าไม่รู้หรืออย่างไร?”
“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร?!”
เยวียนจิ้งไห่ตวาดกลับด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ลูกสาวของข้าถูกมันซัดจนกระดูกหัก เลือดอาบไปทั้งตัวนะ!”
เยวียนจ้าวคุนเถียงไม่ออก จึงหันไปถามยูรันแทน
“แล้วเจ้าคิดจะจัดการตระกูลฉีอย่างไร?”
ยูรันยักไหล่
“ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าจะทำเหมือนทุกครั้ง ตัดแขนขา เฉือนลิ้น ตัดหู จมูก แล้วก็ควักดวงตาออกมา”
ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังอธิบายเรื่องธรรมดาทั่วไป
“จากนั้นค่อยทำลายตันเถียนและนำสมบัติทั้งหมดของพวกมันกลับมา เท่านี้ต่อให้ยังมีชีวิตอยู่ทั้งตระกูล ก็ไม่ต่างจากไม่มีแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ยิ่งผู้ฝึกตนระดับสูงซึ่งมีชีวิตมานาน เมื่อตันเถียนถูกทำลายและสูญเสียตบะ อายุขัยที่เหลือก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว”
“สุดท้ายพวกมันจะได้แต่ร้องขอความตาย ข้าชอบแบบนั้นมากกว่า”
“...”
ผู้คนทั่วทั้งลานเงียบสนิท
เยวียนจิ้งไห่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
[โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! วิธีนี้น่ากลัวยิ่งกว่าฆ่าทิ้งทั้งตระกูลเสียอีก!]
เขาเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“อืม...เอาแบบนั้นก็ได้”
หนานอวี้กอดอก ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“แบบนี้จะยอมได้อย่างไร? ข้าอุตส่าห์ถูกใจเด็กคนนี้ จะปล่อยให้นางบาดเจ็บเปล่า ๆ ไม่ได้เด็ดขาด”
ไป๋หลิงเหลือบมองนางอย่างรู้ทัน
“เจ้าก็แค่อยากหาที่ทดสอบพลังหลังทะลวงระดับไม่ใช่หรือ?”
“อะแฮ่ม...”
หนานอวี้กระแอมกลบเกลื่อน ก่อนหันหน้าหนีไปอีกทาง
ไม่นาน เยวียนเหวินอวี้ก็กลับออกมาในอาภรณ์ชุดใหม่ เส้นผมถูกมัดรวบเอาไว้อย่างลวก ๆ เห็นได้ชัดว่านางรีบร้อนเพียงใด
“พี่ชายจ๋า ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ!”
ยูรันพยักหน้าเล็กน้อย
“ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน พวกท่านเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วค่อยตามมา”
เยวียนชิงเหยาตอบรับทันที
“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวแม่จะพาพวกเขาตามไปเอง”
“อืม ข้าจะไปเฝ้าทางออกเอาไว้ก่อน จะได้ไม่มีใครหนีทัน”
สิ้นเสียง ร่างของยูรันก็หายไปจากลานในพริบตา