คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 497 พวกท่านคิดจะทำอะไร7,127 ตัวอักษร

ตอนที่ 497 พวกท่านคิดจะทำอะไร

ชายชุดดำบนหลังคาฝั่งตรงข้ามมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าว่างเปล่า

หลายครั้งเขาคิดจะลงไปจัดการคนเหล่านั้นให้จบเรื่อง แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งว่าไม่ให้เข้าไปยุ่งหากยังไม่เกิดอันตรายถึงชีวิต เขาก็ได้แต่ระงับความรำคาญเอาไว้

[พวกมันไม่เหนื่อยกันบ้างหรืออย่างไร?]


ยามเย็น สวี่ซูเหยาเปิดประตูบ้านเพื่อนำถังขยะออกไปทิ้ง

ทันทีที่ประตูเปิด สวี่ชุนฮวาซึ่งแอบรออยู่ด้านข้างก็รีบสอดเท้าเข้ามาขวาง ก่อนใช้ไหล่กระแทกประตูอย่างสุดแรง

ปัง!

สวี่ซูเหยาไม่ทันตั้งตัว ร่างของนางเสียหลักถอยหลังไปหลายก้าว

“ทุกคนรีบเข้ามา!”

เหล่าญาติพากันกรูผ่านประตูเข้าไปในลานบ้าน สวี่เฟิงได้ยินเสียงดังจึงรีบวิ่งออกมาจากด้านใน

“พวกท่านคิดจะทำอะไร?!”

สวี่ชุนฮวากวาดตามองเรือนหลังใหม่กับเครื่องเรือนซึ่งเพิ่งซื้อมา ก่อนแววตาจะเต็มไปด้วยความละโมบ

“บ้านหลังใหญ่ถึงเพียงนี้ พวกเจ้าอยู่กันเพียงสองคนไม่สิ้นเปลืองเกินไปหรือ?”

“ในเมื่อไม่ยอมแบ่งเงิน อย่างน้อยก็ควรยกเรือนฝั่งตะวันออกให้ครอบครัวป้าเข้ามาอาศัย!”

ผู้อาวุโสเคราขาวพยักหน้า

“ถูกต้อง บ้านหลังนี้กว้างขวางพอให้คนทั้งตระกูลอยู่ร่วมกันได้ พวกเราจะย้ายเข้ามาวันนี้เลย”

ญาติหลายคนเริ่มเดินสำรวจไปตามเรือนต่าง ๆ ราวกับบ้านหลังนี้กลายเป็นทรัพย์สินของพวกเขาไปแล้ว

สวี่เฟิงก้าวเข้ามาขวางทาง

“ออกไป”

“เฟิงเอ๋อร์ อย่าพูดจาไม่น่าฟังเช่นนั้น”

สวี่ชุนฮวายื่นมือหมายจะลูบศีรษะเขา แต่สวี่เฟิงกลับเบี่ยงตัวหลบ

“ข้าบอกให้ออกไปจากบ้านของพวกเรา”

“บ้านของพวกเราอะไรกัน?”

นางแค่นหัวเราะ

“เจ้าเป็นลูกหลานตระกูลสวี่ ทรัพย์สินของเจ้าย่อมเป็นทรัพย์สินของครอบครัว ต่อให้มีหนังสือไร้สาระนั่นอยู่ สายเลือดในกายของเจ้าก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้!”

สวี่เฟิงกำหมัดแน่น แต่ยังคงพยายามควบคุมอารมณ์

“ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ออกไป”

“ไม่ออก!”

สวี่ชุนฮวาตวาดกลับ ก่อนหันไปสั่งญาติคนอื่น

“ขนของเข้าเรือนตะวันออกให้หมด ข้าอยากรู้ว่ามันจะกล้าทำอะไรผู้อาวุโสของตนเอง!”

ญาติชายสองคนเดินตรงเข้าไปยังเรือนด้านข้าง สวี่เฟิงรีบก้าวตามไปขวาง ทว่าผู้อาวุโสเคราขาวกลับยกไม้เท้าขึ้นฟาดไหล่เขาจากด้านหลัง

ผลัวะ!

เสื้อบริเวณหัวไหล่ของสวี่เฟิงฉีกขาด ทว่าร่างกายของเขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

ผู้อาวุโสเคราขาวชะงักไปเล็กน้อย

“เจ้าเด็กเหลือขอ ข้ายังสั่งสอนเจ้าไม่ได้แล้วหรือ?”

สวี่เฟิงค่อย ๆ หันกลับมา แววตาเย็นชาจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังหนึ่งก้าว

สวี่ซูเหยารีบเข้ามาจับแขนน้องชาย

“เฟิงเอ๋อร์ อย่า...”

“เห็นหรือไม่?”

สวี่ชุนฮวาชี้หน้าสวี่เฟิง ก่อนหันไปกล่าวกับทุกคน

“มันกำลังคิดทำร้ายผู้อาวุโสจริง ๆ! เด็กอกตัญญูเช่นนี้ หากไม่สั่งสอนเสียบ้าง วันหน้าคงกล้าฆ่าพวกเราทุกคน!”

นางพุ่งเข้ามาคว้าแขนของสวี่ซูเหยา แล้วลากอีกฝ่ายออกจากสวี่เฟิงอย่างรุนแรง

“ส่วนเจ้าเป็นพี่สาวแต่กลับไม่รู้จักอบรมน้องชาย เอาแต่ป่วยเป็นภาระให้มันมาตั้งหลายปี บัดนี้หายดีแล้วก็ยังมีแต่สร้างความแตกแยก!”

“ปล่อยข้านะ!”

สวี่ซูเหยาพยายามดึงแขนกลับ ทว่าสวี่ชุนฮวากลับจิกเล็บลงบนข้อมือของนางแน่นกว่าเดิม

“หากไม่มีเจ้า เฟิงเอ๋อร์คงเชื่อฟังป้ามากกว่านี้!”

กล่าวจบ นางก็ผลักสวี่ซูเหยาออกไปอย่างแรง

ตุบ!

สวี่ซูเหยาล้มลงกับพื้น ฝ่ามือครูดไปกับก้อนหินจนเกิดบาดแผล โลหิตสีแดงค่อย ๆ ไหลออกมาตามปลายนิ้ว

ทั่วทั้งลานเงียบสนิท

สวี่เฟิงจ้องมองหยดเลือดบนมือของพี่สาว ร่างกายของเขานิ่งค้างอยู่หลายอึดใจ

ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง

พี่สาวใช้ร่างกายปกป้องเขาจนขาข้างหนึ่งพิการ

พี่สาวแบ่งอาหารส่วนของตนเองให้เขา ทั้งที่ตนกำลังป่วยหนัก

พี่สาวอดทนต่อความเจ็บปวดมาหลายปีโดยไม่เคยกล่าวโทษเขาแม้แต่คำเดียว

แต่คนเหล่านี้กลับตามรังควานพวกเขามาตลอดทั้งวัน และตอนนี้ยังกล้าทำร้ายนางต่อหน้าต่อตาเขา

เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงในทันที

ครืนนนน!

ปราณห้าสีปะทุออกจากร่างของสวี่เฟิง พื้นใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวก่อนพลังทั้งห้าธาตุจะหมุนเวียนไปทั่วร่างอย่างสมบูรณ์

สวี่ชุนฮวาหน้าซีดเผือก

“จะ...เจ้าคิดจะทำอะไร?”

สวี่เฟิงก้าวเข้าไปประคองพี่สาวลุกขึ้น ก่อนตรวจสอบบาดแผลบนฝ่ามือของนางอย่างระมัดระวัง

“พี่ใหญ่ ข้าขอโทษ”

“เฟิงเอ๋อร์ พี่ไม่เป็นไร...”

“ข้าปล่อยให้พวกมันรังควานท่านมาทั้งวัน เพราะคิดว่าอดทนแล้วเรื่องจะจบ”

เขาค่อย ๆ หันกลับไปหาเหล่าญาติ

“แต่ดูเหมือนคนพวกนี้จะฟังภาษามนุษย์ไม่เข้าใจ”

ผู้อาวุโสเคราขาวกระแทกไม้เท้าลงกับพื้น ก่อนตวาดกลบความหวาดกลัว

“เจ้ากล้าหรือ? หากทำร้ายพวกเรา เจ้าจะถูกผู้คนทั้งเมืองประณามว่าอกตัญญู!”

“ข้าอดทนมาทั้งวันแล้ว”

สวี่เฟิงก้าวออกไปหนึ่งก้าว

“ในเมื่อพูดภาษาคนไม่เข้าใจ ต่อจากนี้ข้าจะพูดด้วยกำปั้นแทน!”

สิ้นเสียง ร่างของเขาก็หายไปจากตำแหน่งเดิม

หมัดซึ่งห่อหุ้มด้วยปราณห้าสีกระแทกเข้ากลางท้องของผู้อาวุโสเคราขาวอย่างจัง

ปัง!

ดวงตาของชายชราเบิกกว้าง ร่างทั้งร่างงอตัวราวกับกุ้ง ก่อนกระเด็นออกจากประตูบ้านไปตกลงกลางถนน

ญาติคนอื่นยังไม่ทันตั้งสติ สวี่เฟิงก็หมุนตัวซัดศอกใส่ใบหน้าชายคนหนึ่ง แล้วเหวี่ยงหมัดกลับไปอีกด้าน

ผลัวะ! ตุบ! โครม!

ทุกหมัดซึ่งปล่อยออกไปหนักหน่วงจนผู้ถูกโจมตีกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง แต่สวี่เฟิงยังควบคุมกำลังเอาไว้ ไม่ได้ทำลายตันเถียนหรือหมายเอาชีวิตผู้ใด

ญาติชายสองคนซึ่งคิดยึดเรือนตะวันออกรีบหันหลังวิ่งหนี ทว่าสวี่เฟิงตามไปคว้าคอเสื้อ ก่อนจับศีรษะทั้งคู่กระแทกเข้าหากัน

โป๊ก!

ทั้งสองตาเหลือก ก่อนล้มลงพร้อมกัน

สวี่ชุนฮวาเห็นญาติทุกคนถูกจัดการภายในไม่กี่อึดใจก็ทรุดลงกับพื้น

“เฟิงเอ๋อร์ ป้า...”

“หุบปาก”

สวี่เฟิงเดินเข้าไปหยุดตรงหน้านาง

“ข้าเคยเรียกท่านว่าป้า เพราะท่านเป็นน้องสาวของท่านพ่อ”

“แต่ตั้งแต่วันนี้ ท่านไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้าอีกแล้ว”

สวี่ชุนฮวารีบคลานถอยหลัง

“ข้าเป็นสตรี ทั้งยังเป็นผู้อาวุโส เจ้าไม่อาจลงมือกับข้าได้นะ!”

“เมื่อครู่ตอนท่านผลักพี่สาวข้า เหตุใดจึงไม่นึกว่านางก็เป็นสตรี?”

“ขะ...ข้าเพียงพลั้งมือ!”

สวี่เฟิงไม่สนใจคำแก้ตัว เขาคว้าคอเสื้อของนางขึ้นมา ก่อนโยนออกจากประตูไปกองรวมกับญาติคนอื่น

จากนั้นจึงลากคนซึ่งยังนอนอยู่ภายในลานออกไปโยนตามทีละคน

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

เพียงไม่นาน เหล่าญาติทั้งหมดก็นอนกองทับกันอยู่กลางถนน

ชาวบ้านซึ่งมุงดูอยู่รอบด้านไม่มีผู้ใดกล่าวตำหนิสวี่เฟิง ตรงกันข้าม หลายคนกลับรู้สึกสะใจจนเกือบปรบมือออกมา

สวี่เฟิงยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ก่อนกวาดตามองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นเยียบ

“วันนี้ข้าเพียงต่อยพวกเจ้าและโยนออกไป”

“หากต่อจากนี้ผู้ใดกล้าตามรังควานพี่สาวข้า หรือก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้าจะหักขาของมันทั้งสองข้าง!”

สวี่ชุนฮวากุมเอวตนเอง ก่อนตะโกนกลับมาทั้งน้ำตา

“ข้าจะไปฟ้องทางการ! ข้าจะบอกทุกคนว่าเจ้าทำร้ายญาติผู้ใหญ่!”

เจ้าของบ้านฝั่งตรงข้ามแค่นหัวเราะ

“ไปสิ พวกข้าทุกคนจะช่วยเป็นพยานว่าพวกเจ้าบุกรุกบ้านและลงมือทำร้ายคุณหนูสวี่ก่อน”

“ข้าเองก็เห็น!”

“ข้าด้วย!”

“จะไปที่ว่าการเมื่อใดเรียกพวกเราได้ พวกเราจะตามไปให้ปากคำทั้งหมด!”

สวี่ชุนฮวาอ้าปากค้าง นางหันไปมองผู้คนรอบด้าน แต่กลับไม่พบสายตาเห็นใจแม้แต่คู่เดียว

ท้ายที่สุดเหล่าญาติจึงต้องช่วยกันหิ้วผู้อาวุโสเคราขาว แล้วพากันหลบหนีออกจากถนนอย่างทุลักทุเล

สวี่เฟิงมองจนคนเหล่านั้นหายลับไป ก่อนปิดประตูบ้านลงกลอน

เมื่อหันกลับมา ความดุดันบนใบหน้าของเขาก็หายไปจนหมด

“พี่ใหญ่ ขอข้าดูมือท่านหน่อย”

สวี่ซูเหยายื่นมือให้น้องชาย สวี่เฟิงรีบนำน้ำสะอาดมาล้างบาดแผล ก่อนทายาและพันผ้าให้อย่างระมัดระวัง

“แผลเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก”

“ข้าขอโทษ”

“เหตุใดต้องขอโทษพี่?”

สวี่เฟิงก้มหน้าลง

“หากข้าจัดการพวกมันตั้งแต่แรก ท่านคงไม่ต้องเจ็บตัว”

สวี่ซูเหยายิ้ม ก่อนยกมืออีกข้างลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ

“เจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เฟิงเอ๋อร์ของพี่เติบโตขึ้นมากแล้ว”

ดวงตาของสวี่เฟิงแดงขึ้นเล็กน้อย เขากุมมือพี่สาวเอาไว้แน่น

“ต่อจากนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดรังแกท่านอีก”

“อืม พี่เชื่อเจ้า”

บนหลังคาฝั่งตรงข้าม ชายชุดดำลดมือลงจากด้ามกระบี่

เมื่อครู่หากสวี่เฟิงช้ากว่านี้อีกเพียงเล็กน้อย เขาคงเข้าไปจัดการคนเหล่านั้นแทนแล้ว

ทว่าดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

เขาหยิบแผ่นหยกสื่อสารออกมา ก่อนถ่ายทอดเหตุการณ์ทั้งหมดกลับไปยังหอสมบัติบุปผาเร้นจันทร์

“สวี่เฟิงลงมือแล้ว ภัยคุกคามถูกจัดการ ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายถึงชีวิต”

ชายชุดดำเก็บแผ่นหยกกลับเข้าที่ ก่อนมองประตูบ้านซึ่งปิดสนิท

“อดทนได้นานถึงเพียงนี้ นับว่าใจเย็นกว่าที่ข้าคิดมาก”