ตอนก่อนหน้าตอนที่ 497 พวกท่านคิดจะทำอะไรตอนต่อไปตอนที่ 499 ผู้ใดเป็นผู้ว่าจ้างตอนที่ 498 อดทนได้นานกว่าที่ข้าคิด5,249 ตัวอักษรคัดลอกพร้อมบรรทัดเปล่าตอนที่ 498 อดทนได้นานกว่าที่ข้าคิด หลังมื้อเย็น ภายในห้องส่วนตัวของหอสมบัติบุปผาเร้นจันทร์ ยูรันกำลังเอนหลังอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ส่วนเถียนซูเจินยืนรายงานอยู่เบื้องหน้า “สวี่เฟิงอดทนได้ดีกว่าที่ข้าคิดเอาไว้นะเจ้าคะ ถูกตามรังควานตั้งแต่ช่วงสายจนถึงยามเย็นจึงยอมลงมือ” ยูรันแค่นเสียง “เหลวไหล หากเป็นข้า คนพวกนั้นคงถูกตัดแขนขาตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว จะอดทนไปเพื่ออะไร?” เถียนซูเจินเงียบไปครู่หนึ่ง ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนกล่าวต่ออย่างไม่ใส่ใจ “ความอดทนมีไว้เพื่อเฝ้ารอสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่างเช่นการอบรมบุตรหลานหรือสั่งสอนลูกศิษย์” “แต่คนพวกนั้นเป็นเพียงขยะซึ่งถูกความโลภครอบงำ ต่อให้อดทนกับพวกมันไปอีกสิบปี พวกมันก็ไม่ได้สำนึกขึ้นมาหรอก แล้วจะเสียเวลาไปทำไม?” “เป็นอย่างที่คุณชายใหญ่กล่าวจริง ๆ เจ้าค่ะ” นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น “ว่าแต่เมื่อสวี่เฟิงแสดงพลังออกไปแล้ว ทั้งยังประกาศต่อหน้าผู้คนอย่างชัดเจน เรื่องนี้คงจบลงเพียงเท่านี้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?” “จบ?” ยูรันหัวเราะเบา ๆ ราวกับเพิ่งได้ยินคำถามไร้เดียงสา “สองพี่น้องนั่นลำบากมาหลายปี จู่ ๆ กลับมีทรัพย์สินหลายพันล้านอยู่ในมือ เจ้าคิดจริงหรือว่าหนังสือรับรองเพียงไม่กี่แผ่นจะหยุดคนโลภได้?” “เหตุผลที่ข้าให้พวกเขาไปทำหนังสือตัดความสัมพันธ์ ไม่ใช่เพื่อห้ามคนพวกนั้น แต่เพื่อให้สถานะของสองพี่น้องชัดเจนต่างหาก” “นับจากนี้ไม่ว่าตระกูลสวี่จะทำสิ่งใด ก็ไม่อาจยกเรื่องเครือญาติหรือความกตัญญูมาใช้เป็นข้ออ้างได้อีก หากสวี่เฟิงลงมือโต้กลับ ก็ไม่มีผู้ใดกล่าวได้ว่าเขารังแกคนในครอบครัว” เถียนซูเจินพยักหน้าช้า ๆ “ที่แท้คุณชายคิดไปถึงขั้นนี้ตั้งแต่แรกแล้ว” “อืม ข้าเพียงช่วยทำให้มือของพวกเขาสะอาดเท่านั้น ส่วนพวกโลภมากจะคิดอย่างไรไม่สำคัญ” ยูรันวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ “หลังพบว่าการร้องไห้ประจานกับบุกยึดบ้านไม่ได้ผล พวกมันก็ต้องหาวิธีอื่นอยู่ดี” “อย่างเช่นปลอมหลักฐานหนี้สิน จ้างคนมาขโมยของ ลักพาตัวพี่สาว หรือไม่ก็ฆ่าสองพี่น้องแล้วแย่งเอาทรัพย์สินทั้งหมดไป” “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยควรส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ?” “ไม่ต้อง คนที่ส่งไปเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว” ยูรันโบกมืออย่างเกียจคร้าน “ให้เขาติดตามต่อไปตามเดิม หากยังไม่เกิดอันตรายถึงชีวิตก็ไม่ต้องแทรกแซง แต่หากพวกมันลงมือจริงก็ช่วยชีวิตสองพี่น้องเอาไว้ ส่วนเรื่องที่เหลือปล่อยให้สวี่เฟิงจัดการด้วยตนเอง” “เขาเพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญ หากไม่รู้จักปกป้องสิ่งที่อยู่ในมือ ต่อให้มีวาสนามากเพียงใด สุดท้ายก็รักษาอะไรเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี” เถียนซูเจินประสานมือรับคำ “ข้าน้อยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” ยูรันเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ “อืม ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า คราวนี้วาสนาของบุตรแห่งโชคชะตาจะลากตัวอะไรเข้ามาอีก” เถียนซูเจินครุ่นคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามเพิ่มเติม “ในเมื่อสวี่เฟิงเป็นบุตรแห่งโชคชะตา และพลังซึ่งหลับใหลอยู่ภายในก็ตื่นขึ้นแล้ว เหตุใดเขาจึงยังต้องพบเจอความลำบากอีกหรือเจ้าคะ?” ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย “หืม? ข้าเคยบอกหรือว่าบุตรแห่งโชคชะตาจะไม่พบความลำบาก?” เถียนซูเจินกะพริบตาปริบ ๆ “ถ้าเช่นนั้น สิ่งที่คุณชายใหญ่กล่าวว่าพวกเขาจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?” “ก็หมายความตามนั้น พวกเขาจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนอนรออยู่เฉย ๆ แล้วตบะเพิ่มขึ้นเองเสียหน่อย” ยูรันหยิบขนมบนโต๊ะขึ้นมากิน ก่อนอธิบายต่อ “บุตรแห่งโชคชะตาไม่ได้มีชีวิตสุขสบาย ตรงกันข้าม ยิ่งมีวาสนามากเท่าใด เคราะห์ภัยซึ่งดึงดูดเข้ามาก็ยิ่งรุนแรงเท่านั้น” “ศัตรู การทรยศ ความสูญเสีย หรือแม้แต่เรื่องบังเอิญซึ่งอาจเอาชีวิต ล้วนเป็นสิ่งผลักดันให้พวกเขาเติบโต หากผ่านพ้นไปได้ เคราะห์ร้ายก็จะเปลี่ยนเป็นวาสนา แต่หากผ่านไม่ได้ก็ตาย เท่านี้เอง” เถียนซูเจินเงียบไปเล็กน้อย “แล้วสวี่ซูเหยาเล่าเจ้าคะ?” “เดิมทีนางไม่ใช่” ยูรันเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ “ตามเส้นทางเดิม สวี่ซูเหยาจะต้องตาย ความตายของนางจะทำให้สวี่เฟิงสูญเสียที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียว แล้วผลักเขาให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการเข่นฆ่าและการล้างแค้นเท่านั้น” “ท้ายที่สุดสวี่เฟิงจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิเพียงคนเดียว ส่วนนางจะเหลือเพียงความทรงจำซึ่งติดอยู่ภายในใจของเขาไปตลอดชีวิต” เถียนซูเจินเม้มริมฝีปาก “แต่ตอนนี้คุณชายช่วยชีวิตนางเอาไว้แล้ว...” “อืม เพราะฉะนั้นเส้นทางจึงเปลี่ยนไป” “นางรอดพ้นจากชะตาความตายมาได้ แต่เคราะห์ร้ายซึ่งควรเอาชีวิตนางไม่ได้หายไปในทันที มันยังคงติดตามนาง และเชื่อมโยงเข้ากับวาสนาของสวี่เฟิงซึ่งพยายามปกป้องนาง” “หากสองพี่น้องก้าวผ่านเคราะห์เหล่านั้นไปด้วยกันได้ เคราะห์ร้ายของสวี่ซูเหยาก็จะพลิกกลับกลายเป็นวาสนาครั้งใหญ่” ยูรันยักไหล่ “เมื่อถึงตอนนั้น จากเดิมซึ่งควรมีมหาจักรพรรดิเพียงคนเดียว ก็จะกลายเป็นสองคน” เถียนซูเจินสูดหายใจเข้าช้า ๆ “หมายความว่า การที่ซูเหยามีชีวิตอยู่ทำให้อนาคตของทั้งสองคนดีขึ้น แต่ระหว่างทางกลับต้องเผชิญอันตรายมากกว่าเดิมหรือเจ้าคะ?” “ถูกต้อง” “ถ้าเช่นนั้น เหตุใดคุณชายจึงไม่ช่วยขจัดเคราะห์ทั้งหมดให้พวกเขาตั้งแต่แรกเล่าเจ้าคะ?” ยูรันตอบอย่างเป็นธรรมชาติ “เพราะข้าอยากดูเรื่องสนุก” “...” เถียนซูเจินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ยูรันหยิบขนมอีกชิ้นเข้าปาก ก่อนกล่าวต่อ “หากข้าออกหน้าไปยืนข้างพวกเขาตั้งแต่แรก เคราะห์ร้ายเหล่านั้นจะทำอะไรได้? ทั่วทั้งเมืองนี้ยังมีผู้ใดกล้าเข้าไปหาเรื่องสองพี่น้องต่อหน้าข้าอีกหรือ?” เถียนซูเจินส่ายหน้าทันที “คงไม่มีเจ้าค่ะ” “นั่นไง หากไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่อง แล้วข้าจะดูอะไร?” “อีกอย่าง หากข้าจัดการให้ทุกอย่าง พวกเขาก็ไม่มีโอกาสเติบโตด้วยตนเอง ต่อให้วันหน้ามีพลังมากขึ้น ก็เป็นได้เพียงคนที่รอให้ผู้อื่นคอยปกป้องเท่านั้น” “ข้าจะช่วยไม่ให้พวกเขาตาย แต่เรื่องซึ่งจัดการเองได้ก็ปล่อยให้จัดการกันเอง แบบนี้ทั้งได้ดูเรื่องสนุกและไม่เสียของ มีปัญหาตรงไหน?” เถียนซูเจินมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน ผู้คนทั่วทั้งทวีปต่างใฝ่ฝันอยากผูกมิตรกับมหาจักรพรรดิในอนาคต ต่อให้ต้องทุ่มทรัพยากรทั้งหมดก็ยอมทำโดยไม่ลังเล ทว่ายูรันกลับช่วยเปลี่ยนชะตาของมหาจักรพรรดิสองคน เพียงเพราะอยากหาเรื่องสนุกเอาไว้ดูเท่านั้น ตอนก่อนหน้าตอนที่ 497 พวกท่านคิดจะทำอะไรตอนต่อไปตอนที่ 499 ผู้ใดเป็นผู้ว่าจ้าง