คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 498 อดทนได้นานกว่าที่ข้าคิด5,249 ตัวอักษร

ตอนที่ 498 อดทนได้นานกว่าที่ข้าคิด

หลังมื้อเย็น ภายในห้องส่วนตัวของหอสมบัติบุปผาเร้นจันทร์ ยูรันกำลังเอนหลังอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ส่วนเถียนซูเจินยืนรายงานอยู่เบื้องหน้า

“สวี่เฟิงอดทนได้ดีกว่าที่ข้าคิดเอาไว้นะเจ้าคะ ถูกตามรังควานตั้งแต่ช่วงสายจนถึงยามเย็นจึงยอมลงมือ”

ยูรันแค่นเสียง

“เหลวไหล หากเป็นข้า คนพวกนั้นคงถูกตัดแขนขาตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว จะอดทนไปเพื่ออะไร?”

เถียนซูเจินเงียบไปครู่หนึ่ง

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนกล่าวต่ออย่างไม่ใส่ใจ

“ความอดทนมีไว้เพื่อเฝ้ารอสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่างเช่นการอบรมบุตรหลานหรือสั่งสอนลูกศิษย์”

“แต่คนพวกนั้นเป็นเพียงขยะซึ่งถูกความโลภครอบงำ ต่อให้อดทนกับพวกมันไปอีกสิบปี พวกมันก็ไม่ได้สำนึกขึ้นมาหรอก แล้วจะเสียเวลาไปทำไม?”

“เป็นอย่างที่คุณชายใหญ่กล่าวจริง ๆ เจ้าค่ะ”

นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น

“ว่าแต่เมื่อสวี่เฟิงแสดงพลังออกไปแล้ว ทั้งยังประกาศต่อหน้าผู้คนอย่างชัดเจน เรื่องนี้คงจบลงเพียงเท่านี้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

“จบ?”

ยูรันหัวเราะเบา ๆ ราวกับเพิ่งได้ยินคำถามไร้เดียงสา

“สองพี่น้องนั่นลำบากมาหลายปี จู่ ๆ กลับมีทรัพย์สินหลายพันล้านอยู่ในมือ เจ้าคิดจริงหรือว่าหนังสือรับรองเพียงไม่กี่แผ่นจะหยุดคนโลภได้?”

“เหตุผลที่ข้าให้พวกเขาไปทำหนังสือตัดความสัมพันธ์ ไม่ใช่เพื่อห้ามคนพวกนั้น แต่เพื่อให้สถานะของสองพี่น้องชัดเจนต่างหาก”

“นับจากนี้ไม่ว่าตระกูลสวี่จะทำสิ่งใด ก็ไม่อาจยกเรื่องเครือญาติหรือความกตัญญูมาใช้เป็นข้ออ้างได้อีก หากสวี่เฟิงลงมือโต้กลับ ก็ไม่มีผู้ใดกล่าวได้ว่าเขารังแกคนในครอบครัว”

เถียนซูเจินพยักหน้าช้า ๆ

“ที่แท้คุณชายคิดไปถึงขั้นนี้ตั้งแต่แรกแล้ว”

“อืม ข้าเพียงช่วยทำให้มือของพวกเขาสะอาดเท่านั้น ส่วนพวกโลภมากจะคิดอย่างไรไม่สำคัญ”

ยูรันวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ

“หลังพบว่าการร้องไห้ประจานกับบุกยึดบ้านไม่ได้ผล พวกมันก็ต้องหาวิธีอื่นอยู่ดี”

“อย่างเช่นปลอมหลักฐานหนี้สิน จ้างคนมาขโมยของ ลักพาตัวพี่สาว หรือไม่ก็ฆ่าสองพี่น้องแล้วแย่งเอาทรัพย์สินทั้งหมดไป”

“ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยควรส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่ต้อง คนที่ส่งไปเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว”

ยูรันโบกมืออย่างเกียจคร้าน

“ให้เขาติดตามต่อไปตามเดิม หากยังไม่เกิดอันตรายถึงชีวิตก็ไม่ต้องแทรกแซง แต่หากพวกมันลงมือจริงก็ช่วยชีวิตสองพี่น้องเอาไว้ ส่วนเรื่องที่เหลือปล่อยให้สวี่เฟิงจัดการด้วยตนเอง”

“เขาเพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญ หากไม่รู้จักปกป้องสิ่งที่อยู่ในมือ ต่อให้มีวาสนามากเพียงใด สุดท้ายก็รักษาอะไรเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี”

เถียนซูเจินประสานมือรับคำ

“ข้าน้อยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ยูรันเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

“อืม ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า คราวนี้วาสนาของบุตรแห่งโชคชะตาจะลากตัวอะไรเข้ามาอีก”

เถียนซูเจินครุ่นคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามเพิ่มเติม

“ในเมื่อสวี่เฟิงเป็นบุตรแห่งโชคชะตา และพลังซึ่งหลับใหลอยู่ภายในก็ตื่นขึ้นแล้ว เหตุใดเขาจึงยังต้องพบเจอความลำบากอีกหรือเจ้าคะ?”

ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย

“หืม? ข้าเคยบอกหรือว่าบุตรแห่งโชคชะตาจะไม่พบความลำบาก?”

เถียนซูเจินกะพริบตาปริบ ๆ

“ถ้าเช่นนั้น สิ่งที่คุณชายใหญ่กล่าวว่าพวกเขาจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?”

“ก็หมายความตามนั้น พวกเขาจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนอนรออยู่เฉย ๆ แล้วตบะเพิ่มขึ้นเองเสียหน่อย”

ยูรันหยิบขนมบนโต๊ะขึ้นมากิน ก่อนอธิบายต่อ

“บุตรแห่งโชคชะตาไม่ได้มีชีวิตสุขสบาย ตรงกันข้าม ยิ่งมีวาสนามากเท่าใด เคราะห์ภัยซึ่งดึงดูดเข้ามาก็ยิ่งรุนแรงเท่านั้น”

“ศัตรู การทรยศ ความสูญเสีย หรือแม้แต่เรื่องบังเอิญซึ่งอาจเอาชีวิต ล้วนเป็นสิ่งผลักดันให้พวกเขาเติบโต หากผ่านพ้นไปได้ เคราะห์ร้ายก็จะเปลี่ยนเป็นวาสนา แต่หากผ่านไม่ได้ก็ตาย เท่านี้เอง”

เถียนซูเจินเงียบไปเล็กน้อย

“แล้วสวี่ซูเหยาเล่าเจ้าคะ?”

“เดิมทีนางไม่ใช่”

ยูรันเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ

“ตามเส้นทางเดิม สวี่ซูเหยาจะต้องตาย ความตายของนางจะทำให้สวี่เฟิงสูญเสียที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียว แล้วผลักเขาให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการเข่นฆ่าและการล้างแค้นเท่านั้น”

“ท้ายที่สุดสวี่เฟิงจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิเพียงคนเดียว ส่วนนางจะเหลือเพียงความทรงจำซึ่งติดอยู่ภายในใจของเขาไปตลอดชีวิต”

เถียนซูเจินเม้มริมฝีปาก

“แต่ตอนนี้คุณชายช่วยชีวิตนางเอาไว้แล้ว...”

“อืม เพราะฉะนั้นเส้นทางจึงเปลี่ยนไป”

“นางรอดพ้นจากชะตาความตายมาได้ แต่เคราะห์ร้ายซึ่งควรเอาชีวิตนางไม่ได้หายไปในทันที มันยังคงติดตามนาง และเชื่อมโยงเข้ากับวาสนาของสวี่เฟิงซึ่งพยายามปกป้องนาง”

“หากสองพี่น้องก้าวผ่านเคราะห์เหล่านั้นไปด้วยกันได้ เคราะห์ร้ายของสวี่ซูเหยาก็จะพลิกกลับกลายเป็นวาสนาครั้งใหญ่”

ยูรันยักไหล่

“เมื่อถึงตอนนั้น จากเดิมซึ่งควรมีมหาจักรพรรดิเพียงคนเดียว ก็จะกลายเป็นสองคน”

เถียนซูเจินสูดหายใจเข้าช้า ๆ

“หมายความว่า การที่ซูเหยามีชีวิตอยู่ทำให้อนาคตของทั้งสองคนดีขึ้น แต่ระหว่างทางกลับต้องเผชิญอันตรายมากกว่าเดิมหรือเจ้าคะ?”

“ถูกต้อง”

“ถ้าเช่นนั้น เหตุใดคุณชายจึงไม่ช่วยขจัดเคราะห์ทั้งหมดให้พวกเขาตั้งแต่แรกเล่าเจ้าคะ?”

ยูรันตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

“เพราะข้าอยากดูเรื่องสนุก”

“...”

เถียนซูเจินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ยูรันหยิบขนมอีกชิ้นเข้าปาก ก่อนกล่าวต่อ

“หากข้าออกหน้าไปยืนข้างพวกเขาตั้งแต่แรก เคราะห์ร้ายเหล่านั้นจะทำอะไรได้? ทั่วทั้งเมืองนี้ยังมีผู้ใดกล้าเข้าไปหาเรื่องสองพี่น้องต่อหน้าข้าอีกหรือ?”

เถียนซูเจินส่ายหน้าทันที

“คงไม่มีเจ้าค่ะ”

“นั่นไง หากไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่อง แล้วข้าจะดูอะไร?”

“อีกอย่าง หากข้าจัดการให้ทุกอย่าง พวกเขาก็ไม่มีโอกาสเติบโตด้วยตนเอง ต่อให้วันหน้ามีพลังมากขึ้น ก็เป็นได้เพียงคนที่รอให้ผู้อื่นคอยปกป้องเท่านั้น”

“ข้าจะช่วยไม่ให้พวกเขาตาย แต่เรื่องซึ่งจัดการเองได้ก็ปล่อยให้จัดการกันเอง แบบนี้ทั้งได้ดูเรื่องสนุกและไม่เสียของ มีปัญหาตรงไหน?”

เถียนซูเจินมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน

ผู้คนทั่วทั้งทวีปต่างใฝ่ฝันอยากผูกมิตรกับมหาจักรพรรดิในอนาคต ต่อให้ต้องทุ่มทรัพยากรทั้งหมดก็ยอมทำโดยไม่ลังเล

ทว่ายูรันกลับช่วยเปลี่ยนชะตาของมหาจักรพรรดิสองคน เพียงเพราะอยากหาเรื่องสนุกเอาไว้ดูเท่านั้น