ตอนที่ 500 ข้อมูลของเป้าหมาย
ผู้อาวุโสเคราขาวสูดหายใจลึก ก่อนประสานมือไปทางชายสวมหน้ากาก
“ข้าเอง”
เยี่ยอู๋เหินวางแขนลงบนโต๊ะ ก่อนกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
“ข้อมูลของเป้าหมาย”
“ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน คนหนึ่งมีนามว่าสวี่เฟิง เพิ่งก้าวเข้าสู่หลอมรวมปราณขั้นต้นเมื่อวาน ส่วนอีกคนชื่อสวี่ซูเหยา ไม่มีตบะ”
“ทั้งคู่อาศัยอยู่ในเรือนหลังใหม่ตรงเขตตะวันตกของเมือง ไม่มีคนรับใช้และไม่มีผู้คุ้มกันประจำบ้าน”
เยี่ยอู๋เหินเคาะนิ้วกับโต๊ะเบา ๆ
“เหตุใดผู้บำเพ็ญระดับหลอมรวมปราณขั้นต้นกับสตรีธรรมดาจึงมีทรัพย์สินมากพอให้พวกเจ้ายอมจ่ายสามส่วนเป็นค่าจ้าง?”
ผู้อาวุโสเคราขาวชะงักไปเล็กน้อย
“พวกมันได้รับวาสนาจากตลาดพนันหินหยก แล้วนำของซึ่งได้ไปประมูลจนมีเงินหลายพันล้าน”
ดวงตาใต้หน้ากากหรี่ลง
“ของสิ่งใดสามารถประมูลได้หลายพันล้าน?”
“กำไลหยกจักรพรรดิม่วงระดับเก้า”
ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง
เยี่ยอู๋เหินหยุดเคาะนิ้ว
“ผู้บำเพ็ญระดับหลอมรวมปราณขั้นต้นได้ของวิเศษระดับเก้าจากหินดิบ แล้วสามารถนำมันออกมาประมูลโดยไม่มีผู้ใดแย่งชิง?”
“พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่หรือ?”
แรงกดดันจากร่างของเขาหนักหน่วงขึ้นในทันที
โต๊ะไม้ส่งเสียงลั่น เหล่าญาติพากันตัวสั่นจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ผู้อาวุโสเคราขาวรีบอธิบาย
“ของวิเศษไม่ได้อยู่ในหินโดยตรงขอรับ แก่นหยกจักรพรรดิม่วงต่างหากที่ถูกผ่าออกมา หลังจากนั้นจึงมีคนหลอมมันเป็นกำไล”
“ผู้ใดเป็นคนหลอม?”
ไม่มีผู้ใดกล้าตอบ
เยี่ยอู๋เหินหันไปมองสวี่ชุนฮวา
“เจ้า ตอบมา”
สวี่ชุนฮวาหน้าซีดเผือก
“ปะ...เป็นคุณชายใหญ่แห่งตำหนักเสวียนเยว่”
ครืนนนน!
พื้นใต้ฝ่าเท้าของเยี่ยอู๋เหินแตกร้าว
เพียงพริบตา ร่างของเขาก็ปรากฏตรงหน้าสวี่ชุนฮวา มือข้างหนึ่งบีบลำคอของนางแล้วยกขึ้นจากพื้น
“พวกเจ้ากล้าปกปิดข้อมูลสำคัญจากหอเงาโลหิต?”
สวี่ชุนฮวาดิ้นรนอย่างหวาดกลัว
“ขะ...ข้าไม่ได้ตั้งใจ! โปรดฟังคำอธิบายก่อน!”
ผู้อาวุโสเคราขาวรีบลุกขึ้น
“ท่านนักฆ่าโปรดใจเย็นก่อน คุณชายใหญ่เพียงหลอมกำไลให้ตามอารมณ์แล้วมอบมันแก่สวี่เฟิงเท่านั้น ทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขาขอรับ!”
เยี่ยอู๋เหินหันไปมองชายชรา
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาไม่ใกล้ชิดกัน?”
“หากคุณชายใหญ่ให้ความสำคัญกับสองพี่น้องจริง ย่อมต้องรับพวกมันเข้าไปอยู่ในตำหนักหรือส่งคนมาคุ้มกัน แต่จนถึงตอนนี้สวี่เฟิงกับสวี่ซูเหยายังอาศัยอยู่กันตามลำพัง”
“อีกทั้งวันนี้พวกเราตามรังควานพวกมันอยู่ทั้งวัน คุณชายใหญ่ก็ไม่เคยปรากฏตัวแม้แต่ครั้งเดียว!”
สวี่ชุนฮวาพยายามพยักหน้าทั้งที่ยังถูกบีบคอ
“จริง...เป็นเรื่องจริง...”
เยี่ยอู๋เหินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโยนนางกลับลงบนเก้าอี้
ตุบ!
สวี่ชุนฮวากุมลำคอและไออย่างรุนแรง
“ต่อให้เป็นเพียงความสัมพันธ์ชั่วคราว ความเสี่ยงของงานนี้ก็สูงกว่าข้อมูลซึ่งพวกเจ้าแจ้งเอาไว้”
นักฆ่าชุดดำกลับไปนั่งตรงตำแหน่งเดิม
“ค่าตอบแทนสองแสนเหรียญกับทรัพย์สินห้าส่วน”
“ห้าส่วน?!”
สวี่ชุนฮวาเงยหน้าขึ้นทันที
“มากเกินไป! นั่นเป็นเงินมากกว่าสองพันล้านเหรียญนะ!”
เยี่ยอู๋เหินมองนางอย่างเย็นชา
“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็ลงมือเอง”
กล่าวจบ เงาดำเริ่มแผ่ออกจากร่างของเขา ราวกับพร้อมจะจากไปได้ทุกเมื่อ
ผู้อาวุโสเคราขาวรีบกล่าว
“ช้าก่อน! พวกเรายอมรับเงื่อนไข!”
“ท่านผู้อาวุโส!”
สวี่ชุนฮวาหันขวับไปมองเขา
ชายชรากัดฟัน ก่อนส่งเสียงผ่านพลังปราณไปยังทุกคน
[ถึงต้องแบ่งครึ่ง พวกเราก็ยังเหลือมากกว่าสองพันล้าน หากไม่ยอมรับ พวกเราจะไม่ได้แม้แต่เหรียญเดียว!]
เหล่าญาติซึ่งคิดคัดค้านจึงค่อย ๆ เงียบลง
เยี่ยอู๋เหินหยิบหนังสือสัญญาสีดำออกมาวางบนโต๊ะ
“ค่ามัดจำสองแสนเหรียญกับทรัพย์สินห้าส่วนหลังงานสำเร็จ”
“หากข้อมูลซึ่งผู้ว่าจ้างมอบให้ไม่ตรงกับความจริง หรือเป้าหมายมีผู้คุ้มกันระดับสูงกว่าสร้างรากฐานขั้นปลาย หอเงาโลหิตมีสิทธิ์ยกเลิกงานโดยไม่คืนค่ามัดจำ”
“หากผู้ว่าจ้างเปิดเผยตัวตนของนักฆ่าหรือรายละเอียดสัญญา หอเงาโลหิตจะกำจัดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด”
เขาเลื่อนหนังสือสัญญาไปกลางโต๊ะ
“ผู้ใดเป็นเจ้าของงานก็ประทับรอยวิญญาณลงไป”
ผู้อาวุโสเคราขาว สวี่ชุนฮวา และญาติคนสำคัญอีกห้าคนมองหน้ากัน
สุดท้ายความละโมบก็เอาชนะความหวาดกลัว พวกเขากัดปลายนิ้ว ก่อนประทับรอยวิญญาณลงบนสัญญาทีละคน
แสงสีแดงไหลผ่านรายชื่อทั้งหมด ก่อนหนังสือจะม้วนตัวกลับไปอยู่ในมือของเยี่ยอู๋เหิน
“แผนของพวกเจ้า”
ผู้อาวุโสเคราขาวรีบหยิบแผนผังบ้านหลังใหม่ของสองพี่น้องออกมาวาง
“สวี่ซูเหยานอนอยู่ในเรือนด้านตะวันตก ส่วนสวี่เฟิงอยู่ห้องติดกัน พวกมันไม่มีค่ายกลป้องกันบ้าน”
“หลังยามสาม ท่านสามารถใช้ควันสลบปล่อยเข้าไปตามช่องหน้าต่าง จากนั้นจับสวี่ซูเหยาเอาไว้ก่อน”
“สวี่เฟิงให้ความสำคัญกับพี่สาวยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง ขอเพียงนางอยู่ในมือ ท่านก็สามารถบังคับมันได้ทุกอย่าง”
สวี่ชุนฮวารีบหยิบหนังสือโอนทรัพย์สินออกมาวางเพิ่ม
“ให้มันประทับรอยวิญญาณลงบนเอกสารนี้ แล้วมอบแหวนมิติกับป้ายรับฝากทรัพย์ทั้งหมดออกมา”
“หลังตรวจสอบว่าทรัพย์สินอยู่ครบถ้วน ค่อยฆ่าพวกมันทั้งสอง แล้วจุดไฟเผาบ้านให้ดูเหมือนถูกโจรปล้น”
เยี่ยอู๋เหินตรวจสอบแผนผังกับหนังสือโอนทรัพย์อยู่ครู่หนึ่ง
“แผนการโง่เขลา แต่เพียงพอสำหรับจัดการคนระดับหลอมรวมปราณขั้นต้น”
“คืนพรุ่งนี้ยามสาม ข้าจะลงมือ”
สวี่ชุนฮวาถามด้วยความตื่นเต้น
“พวกเราต้องตามไปด้วยหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น”
เยี่ยอู๋เหินเก็บทุกอย่างเข้าแหวนมิติ
“รอรับข่าวอยู่ที่นี่ และเตรียมสถานที่สำหรับแบ่งทรัพย์สินให้พร้อม”
เงาดำปกคลุมร่างของเขา ก่อนนักฆ่าชุดดำจะหายไปจากเรือนประชุมโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้
เมื่อแรงกดดันภายในห้องจางหาย ทุกคนจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
สวี่ชุนฮวากำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“พรุ่งนี้ทุกอย่างจะกลับมาเป็นของพวกเรา!”
ญาติหลายคนเริ่มพูดคุยกันว่าจะนำเงินส่วนแบ่งไปซื้อสิ่งใด ราวกับทรัพย์สินหลายพันล้านอยู่ในมือของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเยี่ยอู๋เหินยังไม่ได้จากไปไกล
นักฆ่าชุดดำยืนอยู่บนหลังคาเรือน มองผู้คนด้านล่างผ่านช่องกระเบื้องด้วยสายตาเย็นชา
[คนโง่กลุ่มหนึ่งคิดแบ่งทรัพย์สินกับนักฆ่า]
[เมื่อเงินหลายพันล้านอยู่ในมือข้าแล้ว เหตุใดข้าต้องเหลือพวกเจ้าเอาไว้แบ่งส่วนด้วย?]
ครึ่งชั่วยามต่อมา บนหลังคาบ้านหลังใหม่ของสองพี่น้องสวี่
เยี่ยอู๋เหินหมอบอยู่ท่ามกลางเงามืด กลิ่นอายทั่วทั้งร่างถูกปกปิดจนไม่ต่างจากกระเบื้องหลังคาธรรมดา
เขาไม่ได้เชื่อข้อมูลของผู้ว่าจ้างทั้งหมด จึงเดินทางมาตรวจสอบเป้าหมายด้วยตนเองก่อนลงมือจริง
ภายในลานบ้าน สวี่เฟิงกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ปราณห้าสีไหลเวียนรอบกายอย่างเชื่องช้า
ชายหนุ่มยังไม่รู้วิธีฝึกฝนอย่างถูกต้อง ทำได้เพียงอาศัยความรู้สึกควบคุมพลังเข้าออกตามลมหายใจ ทว่าความเร็วในการดูดซับปราณกลับเหนือกว่าผู้บำเพ็ญระดับเดียวกันหลายเท่า
เยี่ยอู๋เหินหรี่ตาลง
[กายาพิเศษอย่างนั้นหรือ? มิน่าเพิ่งเริ่มบำเพ็ญก็เอาชนะญาติของตนเองได้]
เขาเปลี่ยนสายตาไปทางหน้าต่างเรือนอีกหลัง
สวี่ซูเหยากำลังนั่งเย็บเสื้อผ้าอยู่ใต้แสงตะเกียง บนร่างไม่มีคลื่นพลังของผู้บำเพ็ญแม้แต่น้อย
เยี่ยอู๋เหินตรวจสอบบริเวณบ้านซ้ำสามรอบ แต่ยังไม่พบค่ายกลหรือกลิ่นอายของผู้คุ้มกัน
[ข้อมูลส่วนนี้เป็นความจริง]
[จัดการระดับหลอมรวมปราณขั้นต้นกับสตรีธรรมดา สำหรับข้าไม่ต่างจากบีบมดสองตัวให้ตาย]
เขาหยิบผงสีเทาออกมาจากแหวนมิติ ก่อนปล่อยเพียงเล็กน้อยไปตามกระแสลม
ผงนิทราวิญญาณชนิดนี้สามารถทำให้ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานหมดสติได้ภายในสิบลมหายใจ ส่วนคนธรรมดาเพียงสูดดมเล็กน้อยก็จะหลับใหลไปหลายชั่วยาม
อย่างไรก็ตาม เยี่ยอู๋เหินไม่ได้คิดพึ่งพาพิษเพียงอย่างเดียว
เขาสำรวจประตู หน้าต่าง กำแพง และเส้นทางหลบหนีทั้งหมดอย่างละเอียด ก่อนกำหนดตำแหน่งวางยันต์ปิดเสียงเอาไว้สี่จุด
เมื่อถึงเวลาลงมือ ยันต์เหล่านั้นจะตัดเสียงภายในบ้านออกจากโลกภายนอก ต่อให้สวี่เฟิงตะโกนจนสุดเสียงก็ไม่มีผู้ใดได้ยิน
[ปล่อยผงนิทราเข้าทางหน้าต่างเรือนตะวันตก จับสตรีผู้นั้นก่อน แล้วค่อยบังคับให้สวี่เฟิงยอมจำนน]
[หากผงนิทราใช้กับกายาพิเศษของมันไม่ได้ ก็ใช้มีดตัดเส้นเอ็นแขนขาเสีย ขอเพียงยังมีสติประทับรอยวิญญาณก็เพียงพอ]
เยี่ยอู๋เหินจดจำรายละเอียดทุกอย่างไว้ในใจ ก่อนเก็บผงสีเทากลับเข้าแหวนมิติ
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นใต้หน้ากาก
เยี่ยอู๋เหินถอยออกจากหลังคา ก่อนกลืนหายไปกับความมืดอย่างเงียบเชียบ
หลังเขาจากไปได้ไม่กี่ลมหายใจ เงาร่างสายหนึ่งจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนยอดไม้ซึ่งอยู่สูงกว่า
ชายชุดดำผู้ได้รับคำสั่งจากเถียนซูเจินมองตามทิศทางซึ่งนักฆ่าหายตัวไป มือข้างหนึ่งยังวางอยู่บนด้ามกระบี่
“สร้างรากฐานขั้นต้น...”
เขาหยิบแผ่นหยกสื่อสารออกมา ก่อนบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงไป
“ดูเหมือนตัวปัญหาที่คุณชายใหญ่รอคอยจะปรากฏขึ้นแล้ว”