ตอนที่ 201 ยังมีอีกหรือ
เซี่ยหลานอิงกวาดตามองเหล่าขันทีและขุนนางซึ่งยังอยู่ภายใน ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เสด็จน้า หลานมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องต้องรายงาน”
“หลานขอคุยกับเสด็จน้า อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงเป็นการส่วนตัวเพคะ”
เซี่ยอวิ๋นหลันมองสีหน้าของนาง ก่อนยกมือขึ้น
“ทุกคนออกไป”
“ปิดประตูท้องพระโรง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าขันที นางกำนัล และองครักษ์รีบถอยออกไปทั้งหมด
ครืน!
ประตูท้องพระโรงปิดลงอย่างช้า ๆ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนนอกเหลืออยู่ เซี่ยหลานอิงจึงสูดลมหายใจลึก ยกมือเปิดม่านกั้นเสียง
“เรื่องที่หลานกำลังจะเล่า อาจน่าตกใจกว่าหงส์ฟ้าคู่นี้หลายเท่าเพคะ”
หลังจากเซี่ยหลานอิงเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง ภายในท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน
เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างนั่งนิ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
กายเทพดาราสวรรค์
เนตรดาราพิสุทธิ์
ทารกซึ่งถือกำเนิดอยู่ภายในหัวใจ
สัตว์วิเศษซึ่งยูรันสร้างขึ้นด้วยตนเอง
วิถีบำเพ็ญใหม่ที่สามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพอย่างแท้จริง
ไหนจะเรื่องเซี่ยเยว่หลี ภรรยาหลายคน และความตั้งใจจะขายหงส์ฟ้าตัวละห้าร้อยล้านเหรียญอีก
ไม่ว่าจะหยิบเรื่องใดขึ้นมาพูดเพียงเรื่องเดียวก็มากพอจะทำให้ทั้งราชวงศ์สั่นสะเทือนแล้ว แต่เซี่ยหลานอิงกลับโยนทุกเรื่องออกมาพร้อมกันในคราวเดียว
อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก
“หลายเรื่องจริง ๆ...”
“แถมทุกเรื่องยังน่าตกใจจนข้าไม่รู้ว่าควรเริ่มถามจากเรื่องใดก่อน”
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางเซี่ยหลานอิง
“เอาเรื่องเซี่ยเยว่หลีก่อนแล้วกัน”
“หากข้อมูลที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริง นางก็น่าจะเป็นบุตรีของเซี่ยชางหมิง ลูกพี่ลูกน้องของข้า”
สีหน้าของอ๋องเฉินซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย
“แต่ข้านึกว่าเซี่ยชางหมิงกับครอบครัวเสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แถมยังกลายเป็นเจ้าสำนักพรรคมารอัสดงอีก”
“บุตรสาวของเขาก็เติบโตอยู่ในพรรคมารโดยไม่มีผู้ใดในราชวงศ์รู้เรื่อง”
อ๋องเฉินหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเซี่ยหลานอิงด้วยสายตาประหลาด
“สุดท้ายนางยังกลายเป็นภรรยาของเจ้าเด็กนั่นอีก”
“ส่วนเจ้าก็ดันเป็นไปกับเขาด้วย”
เซี่ยหลานอิงหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
“ข้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของเขาเสียหน่อย”
“แต่เจ้ามาทูลขอราชโองการสมรสด้วยตนเอง”
“นั่นเป็นคนละเรื่องกันเพคะ”
อ๋องเฉินเลิกคิ้ว
“ต่างกันตรงไหน?”
“ข้ายังช้ากว่าคนอื่นอยู่!”
“……”
อ๋องเฉินมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
“นี่คือสิ่งที่เจ้ากังวลที่สุดหรือ?”
เซี่ยหลานอิงกระแอม ก่อนหันหน้าหนี
อ๋องหมิงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ
“เรื่องความสัมพันธ์เอาไว้ทีหลัง”
“สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนคือเหตุใดเซี่ยชางหมิงจึงหายตัวไปจากราชวงศ์ เหตุใดทุกคนจึงเชื่อว่าเขาตายแล้ว และใครเป็นมารดาที่แท้จริงของเซี่ยเยว่หลี นางเองก็เป็นหลานของพวกเราเหมือนกัน”
สีหน้าของเขาเย็นลง
“หากมีผู้ใดจงใจปกปิดเรื่องนี้ แสดงว่าภายในราชวงศ์จะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน”
เซี่ยอวิ๋นหลันพยักหน้าช้า ๆ
“หลานอิงตัดสินใจถูกแล้วที่ยังไม่ประกาศเรื่องนี้”
“ห้ามให้ข่าวรั่วไหลออกไป จนกว่าเราจะพบหลักฐานมากพอ”
เซี่ยอวิ๋นหลันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันบนไหล่ของหลานสาว
นางยื่นมือออกไป
“พวกเจ้าสองตัว มานี่สิ”
“จิ๊บ!”
ลูกหงส์ทั้งสองกระพือปีก ก่อนบินออกจากไหล่ของเซี่ยหลานอิง
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ตัวหนึ่งลงเกาะบนแขนของเซี่ยอวิ๋นหลัน ส่วนอีกตัวเกาะอยู่บนพนักบัลลังก์ข้างกายนางอย่างว่าง่าย
เซี่ยอวิ๋นหลันลูบขนสีทองของมันเบา ๆ ก่อนเผยรอยยิ้ม
“น่ารักจริง ๆ”
“เจ้าเด็กนั่นถึงกับสามารถสร้างหงส์ฟ้าออกมาได้ แถมยังเป็นธาตุสุริยันซึ่งมีพลังหยางบริสุทธิ์อีก”
นางใช้จิตสัมผัสตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง
“พวกมันเป็นหงส์ฟ้าของแท้แน่หรือ?”
เซี่ยหลานอิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ของแท้แน่นอนเพคะ”
“หลานยืนดูอยู่ตอนพวกมันฟักออกจากไข่ด้วยตนเอง และในตอนที่พวกมันกำลังจะถือกำเนิด ทัณฑ์สวรรค์ได้ก่อตัวขึ้นทันที”
“หงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมารวมสามสิบหกสาย ยูรันเป็นผู้รับเอาไว้ทั้งหมดเพียงลำพัง”
เซี่ยอวิ๋นหลันชะงักมือ
“สามสิบหกสาย?”
“เพคะ หากพวกมันไม่ใช่สัตว์วิเศษของแท้ วิถีสวรรค์ย่อมไม่ส่งทัณฑ์ลงมาตั้งแต่ถือกำเนิดอย่างแน่นอน”
อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองลูกหงส์ทั้งสองด้วยสายตาเปลี่ยนไปทันที
เซี่ยหลานอิงคล้ายเพิ่งนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”
ทั้งสามคนหันกลับมามองนางพร้อมกัน
“ยังมีอีกหรือ?”
“ยูรันลองหลอมโอสถเป็นครั้งแรก แล้วหลอมโอสถระดับแปดออกมาได้สิบเม็ดในเตาเดียวเพคะ”
“ทุกเม็ดเป็นสีรุ้ง มีลวดลายโอสถงดงามและความบริสุทธิ์สูงจนแม้แต่ผู้อาวุโสซูยังไม่เคยพบเห็น”
เซี่ยหลานอิงหยุดเล็กน้อย
“จากนั้นโอสถเหล่านั้นก็เรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาเช่นกันเพคะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง
อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก
“เหตุใดเรื่องสำคัญเช่นนี้ เจ้าถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้?”
ก็แน่ละ ดูเหมือนเซี่ยหลานอิงจะเริ่มติดนิสัยขี้ลืมของใครบางคนมาเสียแล้ว
ไม่สิ บางทีการหลอมโอสถระดับแปดตั้งแต่ครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับนางอีกต่อไป เมื่อเทียบกับสิ่งประหลาดทั้งหมดที่ยูรันทำให้นางเห็นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
เซี่ยหลานอิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ดูเหมือนเขากำลังพยายามสร้างสิ่งที่เหนือกว่าหงส์ฟ้าอีกเพคะ”
อ๋องเฉินชะงัก
“อะไร?”
“กิเลนกับมังกรเพคะ”
เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ
“ตอนเข้าไปในแดนลับครั้งนั้น เขาจับงูสี่เขากลับมาสองตัว แล้วบอกว่าจะช่วยให้พวกมันกลายเป็นมังกร”
“น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนการเปลี่ยนงูให้เป็นมังกรไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แถมยังพูดทำนองว่าพวกมันใกล้จะเป็นมังกรอยู่แล้วด้วย”
อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองหน้ากัน
อ๋องหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เขากำลังสร้างกองทัพสัตว์วิเศษเพื่อเตรียมก่อกบฏหรือไม่?”
เซี่ยหลานอิงส่ายหน้าทันที
“หลานว่าไม่ใช่เพคะ”
“เขาเพียงต้องการหาเงินเท่านั้น ส่วนผู้ใดจะปกครองแผ่นดินหรือคิดทำอะไร ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจมากนัก”
นางหยุดคิดเล็กน้อย
“น้ำเสียงของเขาฟังราวกับว่า ต่อให้ไม่มีสัตว์วิเศษพวกนั้น ตัวเขาเพียงคนเดียวก็สามารถถล่มทุกแห่งได้อยู่แล้วเพคะ”
เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้อีกครั้ง
“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”
อ๋องเฉินยกมือขึ้นทันที
“เดี๋ยวก่อน เหตุใดจึงยังมีอีกเรื่อย ๆ?”
เซี่ยหลานอิงทำเป็นไม่ได้ยิน
“ก่อนกลับยอดเขาจันทรา เขาไปถล่มพรรคมารอัสดงมาด้วยเพคะ”
อ๋องหมิงลุกพรวดขึ้น
“เขาถึงขั้นไปถล่มพรรคของหลานเราเลยหรือ?!”
“เขาใช้ไม้ธรรมดาสร้างมังกรไม้ขนาดใหญ่ ก่อนให้มันพ่นทั้งเปลวเพลิงกับสายน้ำออกมาพร้อมกัน จนศิษย์สร้างรากฐานทั้งหมดกระเด็นออกจากเวที”
อ๋องเฉินขมวดคิ้ว
“มังกรไม้สามารถพ่นไฟกับน้ำได้อย่างไร?”
“หลานเองก็ไม่ทราบเพคะ เขาบอกเพียงว่าแค่เปลี่ยนรูปร่างของพลังแล้วปล่อยผ่านมังกร ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”
“หลังจากนั้นเขายังพ่นเปลวเพลิงออกจากปากด้วยตนเอง แล้วผสานเข้ากับพลังวายุจนเวทีถูกระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่”
“ค่ายกลป้องกันแทบต้านไม่อยู่ เจ้าสำนักกับผู้อาวุโสหลายคนต้องช่วยกันเสริมม่านพลังเพคะ”
ทั้งสามคนเงียบไปอีกครั้ง
เซี่ยหลานอิงยังคงเล่าต่อ
“จากนั้นยังมีการประลองรอบพิเศษกับศิษย์พี่ของเขา”
“เขา...เอ่อ...เขา...”
อ๋องเฉินเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดี
“เขาทำอะไรอีก?”
เซี่ยหลานอิงกลืนน้ำลาย
“เขาเรียกกิเลนสายฟ้าลงมาถล่มศิษย์พี่ของตนเองเพคะ”
“กิเลนสายฟ้า?”
“เพคะ มันไม่ใช่วิชาซึ่งสร้างจากพลังของเขาโดยตรง แต่เป็นสายฟ้าจากปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเขาควบคุมให้กลายเป็นรูปร่างกิเลน”
“ตอนนั้นศิษย์พี่ของเขารีดพลังจากกายาพิเศษ จนตบะต่อสู้พุ่งขึ้นไปถึงวิญญาณทารกขั้นสูง”
“ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ”
เซี่ยหลานอิงรีบอธิบาย
“เขาเพียงประลองหนึ่งต่อสามร้อยกับศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำของพรรคมารอัสดงเท่านั้น”
“เพียง?”
อ๋องหมิงมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
“หนึ่งต่อสามร้อยเรียกว่าเพียงหรือ?”
“เพราะเขาจัดการทุกคนได้ในกระบวนท่าเดียวเพคะ จึงไม่ได้เสียเวลามากนัก”
“……”
เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ
“ก่อนหน้านั้น ตอนประลองศิษย์สายในของสำนักเมฆาจันทร์ เขาก็เคยประลองหนึ่งต่อร้อยมาแล้ว”
เซี่ยหลานอิงยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“แต่ยูรันซึ่งอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน ปล่อยกิเลนสายฟ้าลงมาโจมตีครั้งเดียว อีกฝ่ายก็หมดสติ ร่างไหม้ดำ และแพ้ในทันทีเพคะ”
เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างมองนางด้วยสีหน้าว่างเปล่า
อ๋องหมิงค่อย ๆ นั่งกลับลงบนเก้าอี้
“อืม...”
“ดูเหมือนถ้าเขาอยู่ขั้นหลอมสุญญตา เขาก็ไม่จำเป็นต้องสร้างกองทัพเพื่อก่อกบฏจริง ๆ นั่นแหละ”
เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้อีกครั้ง
“โอ๊ะ ดูเหมือนจะยังมีอีกเรื่องหนึ่งเพคะ”
เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงชะงักพร้อมกัน
“ยังมีอีกหรือ?”