คลังนิยายสัตย์สาบานแห่งดวงดาวอ่านล่าสุด

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 201 ยังมีอีกหรือ7,323 ตัวอักษร

ตอนที่ 201 ยังมีอีกหรือ

เซี่ยหลานอิงกวาดตามองเหล่าขันทีและขุนนางซึ่งยังอยู่ภายใน ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“เสด็จน้า หลานมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องต้องรายงาน”

“หลานขอคุยกับเสด็จน้า อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงเป็นการส่วนตัวเพคะ”

เซี่ยอวิ๋นหลันมองสีหน้าของนาง ก่อนยกมือขึ้น

“ทุกคนออกไป”

“ปิดประตูท้องพระโรง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่าขันที นางกำนัล และองครักษ์รีบถอยออกไปทั้งหมด

ครืน!

ประตูท้องพระโรงปิดลงอย่างช้า ๆ

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนนอกเหลืออยู่ เซี่ยหลานอิงจึงสูดลมหายใจลึก ยกมือเปิดม่านกั้นเสียง

“เรื่องที่หลานกำลังจะเล่า อาจน่าตกใจกว่าหงส์ฟ้าคู่นี้หลายเท่าเพคะ”

หลังจากเซี่ยหลานอิงเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง ภายในท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน

เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างนั่งนิ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

กายเทพดาราสวรรค์

เนตรดาราพิสุทธิ์

ทารกซึ่งถือกำเนิดอยู่ภายในหัวใจ

สัตว์วิเศษซึ่งยูรันสร้างขึ้นด้วยตนเอง

วิถีบำเพ็ญใหม่ที่สามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพอย่างแท้จริง

ไหนจะเรื่องเซี่ยเยว่หลี ภรรยาหลายคน และความตั้งใจจะขายหงส์ฟ้าตัวละห้าร้อยล้านเหรียญอีก

ไม่ว่าจะหยิบเรื่องใดขึ้นมาพูดเพียงเรื่องเดียวก็มากพอจะทำให้ทั้งราชวงศ์สั่นสะเทือนแล้ว แต่เซี่ยหลานอิงกลับโยนทุกเรื่องออกมาพร้อมกันในคราวเดียว

อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก

“หลายเรื่องจริง ๆ...”

“แถมทุกเรื่องยังน่าตกใจจนข้าไม่รู้ว่าควรเริ่มถามจากเรื่องใดก่อน”

เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางเซี่ยหลานอิง

“เอาเรื่องเซี่ยเยว่หลีก่อนแล้วกัน”

“หากข้อมูลที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริง นางก็น่าจะเป็นบุตรีของเซี่ยชางหมิง ลูกพี่ลูกน้องของข้า”

สีหน้าของอ๋องเฉินซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย

“แต่ข้านึกว่าเซี่ยชางหมิงกับครอบครัวเสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แถมยังกลายเป็นเจ้าสำนักพรรคมารอัสดงอีก”

“บุตรสาวของเขาก็เติบโตอยู่ในพรรคมารโดยไม่มีผู้ใดในราชวงศ์รู้เรื่อง”

อ๋องเฉินหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเซี่ยหลานอิงด้วยสายตาประหลาด

“สุดท้ายนางยังกลายเป็นภรรยาของเจ้าเด็กนั่นอีก”

“ส่วนเจ้าก็ดันเป็นไปกับเขาด้วย”

เซี่ยหลานอิงหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย

“ข้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของเขาเสียหน่อย”

“แต่เจ้ามาทูลขอราชโองการสมรสด้วยตนเอง”

“นั่นเป็นคนละเรื่องกันเพคะ”

อ๋องเฉินเลิกคิ้ว

“ต่างกันตรงไหน?”

“ข้ายังช้ากว่าคนอื่นอยู่!”

“……”

อ๋องเฉินมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

“นี่คือสิ่งที่เจ้ากังวลที่สุดหรือ?”

เซี่ยหลานอิงกระแอม ก่อนหันหน้าหนี

อ๋องหมิงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ

“เรื่องความสัมพันธ์เอาไว้ทีหลัง”

“สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนคือเหตุใดเซี่ยชางหมิงจึงหายตัวไปจากราชวงศ์ เหตุใดทุกคนจึงเชื่อว่าเขาตายแล้ว และใครเป็นมารดาที่แท้จริงของเซี่ยเยว่หลี นางเองก็เป็นหลานของพวกเราเหมือนกัน”

สีหน้าของเขาเย็นลง

“หากมีผู้ใดจงใจปกปิดเรื่องนี้ แสดงว่าภายในราชวงศ์จะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน”

เซี่ยอวิ๋นหลันพยักหน้าช้า ๆ

“หลานอิงตัดสินใจถูกแล้วที่ยังไม่ประกาศเรื่องนี้”

“ห้ามให้ข่าวรั่วไหลออกไป จนกว่าเราจะพบหลักฐานมากพอ”

เซี่ยอวิ๋นหลันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันบนไหล่ของหลานสาว

นางยื่นมือออกไป

“พวกเจ้าสองตัว มานี่สิ”

“จิ๊บ!”

ลูกหงส์ทั้งสองกระพือปีก ก่อนบินออกจากไหล่ของเซี่ยหลานอิง

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ตัวหนึ่งลงเกาะบนแขนของเซี่ยอวิ๋นหลัน ส่วนอีกตัวเกาะอยู่บนพนักบัลลังก์ข้างกายนางอย่างว่าง่าย

เซี่ยอวิ๋นหลันลูบขนสีทองของมันเบา ๆ ก่อนเผยรอยยิ้ม

“น่ารักจริง ๆ”

“เจ้าเด็กนั่นถึงกับสามารถสร้างหงส์ฟ้าออกมาได้ แถมยังเป็นธาตุสุริยันซึ่งมีพลังหยางบริสุทธิ์อีก”

นางใช้จิตสัมผัสตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง

“พวกมันเป็นหงส์ฟ้าของแท้แน่หรือ?”

เซี่ยหลานอิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“ของแท้แน่นอนเพคะ”

“หลานยืนดูอยู่ตอนพวกมันฟักออกจากไข่ด้วยตนเอง และในตอนที่พวกมันกำลังจะถือกำเนิด ทัณฑ์สวรรค์ได้ก่อตัวขึ้นทันที”

“หงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมารวมสามสิบหกสาย ยูรันเป็นผู้รับเอาไว้ทั้งหมดเพียงลำพัง”

เซี่ยอวิ๋นหลันชะงักมือ

“สามสิบหกสาย?”

“เพคะ หากพวกมันไม่ใช่สัตว์วิเศษของแท้ วิถีสวรรค์ย่อมไม่ส่งทัณฑ์ลงมาตั้งแต่ถือกำเนิดอย่างแน่นอน”

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองลูกหงส์ทั้งสองด้วยสายตาเปลี่ยนไปทันที

เซี่ยหลานอิงคล้ายเพิ่งนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”

ทั้งสามคนหันกลับมามองนางพร้อมกัน

“ยังมีอีกหรือ?”

“ยูรันลองหลอมโอสถเป็นครั้งแรก แล้วหลอมโอสถระดับแปดออกมาได้สิบเม็ดในเตาเดียวเพคะ”

“ทุกเม็ดเป็นสีรุ้ง มีลวดลายโอสถงดงามและความบริสุทธิ์สูงจนแม้แต่ผู้อาวุโสซูยังไม่เคยพบเห็น”

เซี่ยหลานอิงหยุดเล็กน้อย

“จากนั้นโอสถเหล่านั้นก็เรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาเช่นกันเพคะ”

ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง

อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก

“เหตุใดเรื่องสำคัญเช่นนี้ เจ้าถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้?”

ก็แน่ละ ดูเหมือนเซี่ยหลานอิงจะเริ่มติดนิสัยขี้ลืมของใครบางคนมาเสียแล้ว

ไม่สิ บางทีการหลอมโอสถระดับแปดตั้งแต่ครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับนางอีกต่อไป เมื่อเทียบกับสิ่งประหลาดทั้งหมดที่ยูรันทำให้นางเห็นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เซี่ยหลานอิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ดูเหมือนเขากำลังพยายามสร้างสิ่งที่เหนือกว่าหงส์ฟ้าอีกเพคะ”

อ๋องเฉินชะงัก

“อะไร?”

“กิเลนกับมังกรเพคะ”

เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ

“ตอนเข้าไปในแดนลับครั้งนั้น เขาจับงูสี่เขากลับมาสองตัว แล้วบอกว่าจะช่วยให้พวกมันกลายเป็นมังกร”

“น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนการเปลี่ยนงูให้เป็นมังกรไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แถมยังพูดทำนองว่าพวกมันใกล้จะเป็นมังกรอยู่แล้วด้วย”

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองหน้ากัน

อ๋องหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เขากำลังสร้างกองทัพสัตว์วิเศษเพื่อเตรียมก่อกบฏหรือไม่?”

เซี่ยหลานอิงส่ายหน้าทันที

“หลานว่าไม่ใช่เพคะ”

“เขาเพียงต้องการหาเงินเท่านั้น ส่วนผู้ใดจะปกครองแผ่นดินหรือคิดทำอะไร ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจมากนัก”

นางหยุดคิดเล็กน้อย

“น้ำเสียงของเขาฟังราวกับว่า ต่อให้ไม่มีสัตว์วิเศษพวกนั้น ตัวเขาเพียงคนเดียวก็สามารถถล่มทุกแห่งได้อยู่แล้วเพคะ”

เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้อีกครั้ง

“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”

อ๋องเฉินยกมือขึ้นทันที

“เดี๋ยวก่อน เหตุใดจึงยังมีอีกเรื่อย ๆ?”

เซี่ยหลานอิงทำเป็นไม่ได้ยิน

“ก่อนกลับยอดเขาจันทรา เขาไปถล่มพรรคมารอัสดงมาด้วยเพคะ”

อ๋องหมิงลุกพรวดขึ้น

“เขาถึงขั้นไปถล่มพรรคของหลานเราเลยหรือ?!”

“เขาใช้ไม้ธรรมดาสร้างมังกรไม้ขนาดใหญ่ ก่อนให้มันพ่นทั้งเปลวเพลิงกับสายน้ำออกมาพร้อมกัน จนศิษย์สร้างรากฐานทั้งหมดกระเด็นออกจากเวที”

อ๋องเฉินขมวดคิ้ว

“มังกรไม้สามารถพ่นไฟกับน้ำได้อย่างไร?”

“หลานเองก็ไม่ทราบเพคะ เขาบอกเพียงว่าแค่เปลี่ยนรูปร่างของพลังแล้วปล่อยผ่านมังกร ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”

“หลังจากนั้นเขายังพ่นเปลวเพลิงออกจากปากด้วยตนเอง แล้วผสานเข้ากับพลังวายุจนเวทีถูกระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่”

“ค่ายกลป้องกันแทบต้านไม่อยู่ เจ้าสำนักกับผู้อาวุโสหลายคนต้องช่วยกันเสริมม่านพลังเพคะ”

ทั้งสามคนเงียบไปอีกครั้ง

เซี่ยหลานอิงยังคงเล่าต่อ

“จากนั้นยังมีการประลองรอบพิเศษกับศิษย์พี่ของเขา”

“เขา...เอ่อ...เขา...”

อ๋องเฉินเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดี

“เขาทำอะไรอีก?”

เซี่ยหลานอิงกลืนน้ำลาย

“เขาเรียกกิเลนสายฟ้าลงมาถล่มศิษย์พี่ของตนเองเพคะ”

“กิเลนสายฟ้า?”

“เพคะ มันไม่ใช่วิชาซึ่งสร้างจากพลังของเขาโดยตรง แต่เป็นสายฟ้าจากปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเขาควบคุมให้กลายเป็นรูปร่างกิเลน”

“ตอนนั้นศิษย์พี่ของเขารีดพลังจากกายาพิเศษ จนตบะต่อสู้พุ่งขึ้นไปถึงวิญญาณทารกขั้นสูง”

“ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ”

เซี่ยหลานอิงรีบอธิบาย

“เขาเพียงประลองหนึ่งต่อสามร้อยกับศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำของพรรคมารอัสดงเท่านั้น”

“เพียง?”

อ๋องหมิงมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

“หนึ่งต่อสามร้อยเรียกว่าเพียงหรือ?”

“เพราะเขาจัดการทุกคนได้ในกระบวนท่าเดียวเพคะ จึงไม่ได้เสียเวลามากนัก”

“……”

เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ

“ก่อนหน้านั้น ตอนประลองศิษย์สายในของสำนักเมฆาจันทร์ เขาก็เคยประลองหนึ่งต่อร้อยมาแล้ว”

เซี่ยหลานอิงยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“แต่ยูรันซึ่งอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน ปล่อยกิเลนสายฟ้าลงมาโจมตีครั้งเดียว อีกฝ่ายก็หมดสติ ร่างไหม้ดำ และแพ้ในทันทีเพคะ”

เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างมองนางด้วยสีหน้าว่างเปล่า

อ๋องหมิงค่อย ๆ นั่งกลับลงบนเก้าอี้

“อืม...”

“ดูเหมือนถ้าเขาอยู่ขั้นหลอมสุญญตา เขาก็ไม่จำเป็นต้องสร้างกองทัพเพื่อก่อกบฏจริง ๆ นั่นแหละ”

เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้อีกครั้ง

“โอ๊ะ ดูเหมือนจะยังมีอีกเรื่องหนึ่งเพคะ”

เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงชะงักพร้อมกัน

“ยังมีอีกหรือ?”